พ่อแม่แยกทางกัน พี่สาวต้องหอบน้องมาเลี้ยงที่โรงเรียน

พ่อแม่แยกทาง ทำให้พี่สาวต้องพาน้องมาเลี้ยงที่โรงเรียน เพื่อให้แม่ไปทำงานหาเงิน ครูเห็นจึงสงสารและนำเรื่องราวมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก มีผู้ใช้เฟซบุ๊กซึ่งเป็นคุณครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน จ.สกลนคร ได้โพสต์เรื่องราวและภาพของเด็กนักเรียนหญิงวัยมัธยมคนหนึ่ง ที่มาโรงเรียนพร้อมกับเด็กน้อยวัยหัดเดิน บางภาพเด็กน้อยนอนอยู่บนฟูกที่ปูไว้บนพื้นห้องพักครู โดยระบุข้อความว่า “ชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้เมื่อแม่กับพ่อแยกทางกัน แม่จะต้องหาเงินเพื่อมาเลี้ยงลูกอีก 2 คน ทำให้ไม่มีใครเลี้ยงน้องชาย พี่สาวก็ต้องเอาน้องมาเลี้ยงที่โรงเรียนเพื่อให้แม่ไปทำงานจะได้มีเงินมาซื้อข้าวกิน ด้วยตัวเราเป็นครูประจำชั้นก็ต้องดูแลช่วยอีกแรง ทั้งครูที่อยู่ในสายมัธยมด้วยกันเปลี่ยนเวรกันดูแลเพื่อให้พี่สาวได้เรียนหนังสือ ชีวิตน่าสงสารในโลกใบนี้ยังมีคนที่ลำบากกว่าอีกเยอะแยะ แม่ครู พ่อครูช่วยหนูได้เท่านี้ ใครสงสารหรืออยากช่วยเหลือนมหรือแพมเพิร์สช่วยเหลือได้นะหรือฝากกดแชร์เผื่อผู้ใจบุญอยากช่วยเหลือน้องๆ” ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่โรงเรียนแห่งนี้ พบครูประจำชั้นของนักเรียนหญิงและเป็นผู้โพสต์เฟซบุ๊ก บอกว่า สาเหตุที่นักเรียนหญิงนำน้องมาเลี้ยงที่โรงเรียน เพราะมีอยู่วันหนึ่ง แม่ของเด็กเข้ามาบอก ผอ.โรงเรียนว่า จะมาทำเรื่องพาลูกสาวออกจากโรงเรียนเพราะเพิ่งจะเลิกรากับสามี ทำให้ไม่มีคนเลี้ยงลูกคนเล็ก จากนั้นทาง ผอ. จึงเรียกประชุมโดยครูในโรงเรียนต่างเห็นตรงกันว่า ไม่อยากให้เด็กออกจากโรงเรียน เพราะจะทำให้เสียโอกาสทางการศึกษา ในที่ประชุมจึงสรุปว่า อนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้นำน้องมาเลี้ยงดูได้ที่โรงเรียนได้ โดยจะมีครูในโรงเรียนมาช่วยกันเลี้ยงดู เลี้ยงไปเลี้ยงมาจึงกลายเป็นความผูกพันและเป็นที่รักของคนในโรงเรียน เพราะเขาเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย จึงตัดสินใจนำเรื่องราวมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีคนให้ความสนใจมากขนาดนี้

สลด! เด็กม.1 ชอบเข้าวัดทำบุญ ผูกคอดับปริศนาคาห้องน้ำ

วันที่ 22 ธ.ค.62 ตำรวจ สภ.ดอนหญ้านาง รับแจ้งเหตุผูกคอตายที่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 2 บ้านเหล่าใหญ่ ต.ศรีสำราญ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ที่เกิดเหตุอยู่ภายในห้องน้ำบ้าน พบศพ ด.ช.อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1 ใช้ผ้าขาวม้าลายเขียวอ่อนผูกคอติดกับจันทันในห้องน้ำ ที่ตั้งอยู่ด้านหลังบ้านปูนชั้นเดียว ซึ่งแยกออกจากกันอยู่ห่างตัวบ้านประมาณ 5 เมตร นายสมัย รูปเหลี่ยม ผู้ใหญ่บ้านเหล่าใหญ่ บอกว่า น้องผู้เสียชีวิตเป็นเด็กดี ทุกวันพระจะนุ่งขาวห่มขาวไปวัดฟังพระเทศน์ และช่วยเหลืองานในวัดเป็นประจำ ครอบครัวของน้องพ่อแม่ได้แยกทางกันตั้งแต่ยังเล็ก ๆ และอาศัยอยู่กับปู่-ย่าและอา ส่วนสาเหตุไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไรไม่มีใครรู้ แต่มีพระผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือเคยตรวจดูชะตาชีวิตให้บอกว่า น้องผู้ตายคือวิญญาณลุงมาเกิด หลายปีก่อนลุงก็ผูกคอตายบนยุ้งเก็บข้าวเปลือก จึงต้องรื้อถอนยุ้งข้าวทิ้งมาสร้างเป็นห้องน้ำแทน นอกจากนี้พระท่านยังบอกด้วยว่า ผู้ตายจะต้องกลับมาเกิดอีกรอบและจะผูกคอตายอีกครั้งจึงจะหมดเวรกรรม ส่วนญาติไม่ติดใจการเสียชีวิต ตำรวจจึงมอบศพให้ญาติบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ชาวเน็ตขำภาพ นักเรียนทำพิธี “เบิกเนตร” กลางห้องสอบ

การเตรียมตัวอ่านหนังสือก่อนสอบนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้เราทำคะแนนได้ดี แต่ถ้างานนี้เตรียมตัวมาไม่ดีล่ะ ต้องทำยังไง ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Praparat Mettajareon ได้โพสต์ภาพขำๆ ถึงนักเรียนคนหนึ่งใช้นิ้วถ่างตาตัวเองในห้องสอบ พร้อมกับข้อความที่ว่า “จุดจบของคนไม่ได้อ่านหนังสือก่อนมาสอบ” ก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ภาพของน้องคนนี้ถูกใจชาวเน็ต แห่กดไลค์ กดแชร์กันสนั่น ก็ขอให้น้องสอบผ่านแล้วกันนะ

นร.โคราช ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ให้ไล่ผอ. หลังอนาจารครูสาวต่างชาติ ล่าสุดมีคำสั่งเด้งแล้ว

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. นักเรียนโรงเรียนจักราชวิทยากว่า 100 คน รวมตัวกันขึ้นรถไฟ ไปลงที่สถานีรถไฟจิระ อ.เมือง จ.นครราชสีมา  เพื่อไปยื่นหนังสือต่อ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ขับไล่ นายพงษ์มิตร สิทธินอก ผู้อำนวยการโรงเรียนจักราชวิทยา ออก โดยให้เหตุผลว่า ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ไปล่วงละเมิดทางเพศ หรืออานาจาร ครูหญิงชาวฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา จนครูสาวเก็บข้าวของหนีออกจากโรงเรียนไปตั้งแต่กลางดึกวันดังกล่าว ทำให้คณะครูและนักเรียนที่ทราบเรื่อง ต่างรู้สึกไม่พอใจในพฤติกรรมฉาวของผู้อำนวยการโรงเรียนฯ และต้องการให้ย้าย ผอ. ออกไปจากโรงเรียน ซึ่งเรื่องราวประท้วงขับไล่ได้ยืดเยื้อมาหลายเดือนแต่ไม่มีความคืบหน้า ที่ผ่านมาได้รวมตัวประท้วงและทำหนังสือแจ้งไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 31 (สพม.31) แต่เรื่องไม่คืบหน้า และยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ หนึ่งในแกนนำนักเรียน โรงเรียนจักราชวิทยา บอกว่า การรวมตัวในครั้งนี้ ต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับนักเรียนและครูผู้ถูกกระทำ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้ให้เข้าพบโดยตรงและชี้แจงกระบวนการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ ทำให้ทุกคนได้มีความเข้าใจมากขึ้น และมีความมั่นใจว่า การสอบสวนข้อเท็จจริงจะมีความคืบหน้าโดยเร็ว เพื่อครูสาวชาวฟิลิปปินส์จะได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริง ขณะที่ นายวิเชียร บอกว่า จะเร่งรัดให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ส่วนเรื่องคดีความทราบเบื้องต้นว่า […]

เจ้าหน้าที่รวบนักเรียนกว่า 200 คน หลังแห่กันหนีเรียนไปดูหนัง 25 บาท

จากกรณี บริษัท เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้จัดกิจกรรมแทนคำขอบคุณครบรอบ 25 ปี จำหน่ายตั๋วหนังในราคา 25 บาท สามารถเข้าชมภาพยนตร์ได้ทุกเรื่อง ทุกรอบ ทุกโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ เฉพาะวันที่ 25 พ.ย. วันเดียวเท่านั้น จึงทำให้มีประชาชนเข้าไปต่อคิวรอซื้อตั๋วเข้าชมภาพยนตร์เป็นจำนวนมากในทุกพื้นที่ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์รูปภาพบรรยายกาศภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งในตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี โดยมีเด็กนักเรียนและเยาวชนสวมเครื่องแบบนักเรียนจำนวนมาก ถูกเจ้าหน้ากักตัวมานั่งรวมกันหน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ซินีเพล็กซ์ หลังจากหนีเรียนมาดูหนัง ซึ่งมีผู้วิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวในโลกโซเชียลเป็นจำนวนมาก ด้าน นายโกมล ปานขาว ปลัดอำเภอรักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองลพบุรี บอกว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีนักเรียนกว่า 200 คน โดดเรียนมาดูหนัง ทำให้ผู้ปกครองแปลกใจว่าทำไมมีนักเรียนจำนวนมากมารวมตัวอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า จึงร้องเรียนไปยังศึกษาธิการจังหวัด ก่อนประสานงานมายังฝ่ายปกครองอำเภอเมืองลพบุรี สนธิกำลังกับสารวัตรนักเรียนเข้าตรวจสอบและตามนักเรียนออกมาจากโรงหนัง พร้อมตามอาจารย์ฝ่ายปกครองของแต่ละโรงเรียนมารับนักเรียนกลับโรงเรียน

นักเรียนเดือด บวชต้นไม้กลางโรงเรียน หลังผอ.สั่งตัดกว่า 20 ต้น

นักเรียนในโรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม ต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ พากัน “บวชต้นไม้” นำผ้าเหลืองจีวรพระมาผูกที่ต้นไม้ภายในโรงเรียน หวังรักษาต้นไม้ที่เหลืออยู่ หลังผู้อำนวยการโรงเรียน สั่งตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ไปแล้วกว่า 20 ต้น ในขณะที่นักเรียนกำลังผูกผ้าต้นไม้อยู่นั้น นายสุชาติ ปรีดิ์เปรม ผู้อำนวยการโรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม ก็ได้เดินมาพบกับนักเรียนและอาจารย์บางส่วน โดยขอร้องว่าให้แกะผ้าจีวรออกพร้อกกับชี้แจงถึงสาเหตุ ระบุว่าเป็นการตัดแต่งกิ่งต้นไม้ที่อยู่ใกล้อาคาร หรือสายไฟ เพื่อป้องกันอันตราย อย่างไรก็ตามบรรดานักเรียนก็ยังไม่ยอมฟัง พร้อมกับให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมข่าวของเราว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้รับรู้ว่าจะมีการตัดต้นไม้ ซึ่งก็มีผลกระทบทั้งเรื่องของอากาศที่ร้อน และที่นั่งใต้ร่มไม้ก็ไม่มี โดยนักเรียนทุกคนต่างกังวล  กลัวต้นไม้ที่โดนตัดไปมันไม่แตกกิ่งออกมาอีก  บางต้นก็เป็นการทิ้งแทบทั้งหมด ไม่ใช่เป็นการตัดตกแต่งกิ่ง ทั้ง ๆ ที่ต้นไม้เหล่านี้ นักเรียนกับคณะอาจารย์ช่วยกันปลูกมานานแล้ว ทั้งนี้ทางผอ. ได้ทำสัญญากับทางนักเรียน ว่าจะมีการแจ้งให้ทราบถึงสาเหตุของการตัดต้นไม้ในครั้งนี้ที่หน้าเสาธงอีกครั้ง ส่วนผ้าจีวรที่ผูกไว้เพื่อป้องกันการโดนตัดนั้น ทางนักเรียนบอกว่า จะแกะออกก็ต่อเมื่อ ผอ.ชี้แจงและบอกกับทุกคนว่า จะหยุดตัดต้นไม้ภายในโรงเรียนแล้วเท่านั้น ซึ่งต่อมาผอ.ได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวที่หน้าเสาธงแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการตัดต้นไม้เพิ่มอีก

ประท้วงผอ. ใช้งบโรงเรียนจัดพิธีปัดรังควาน-บริหารไม่โปร่งใส นร.ยันต้องย้ายออก

เมื่อวานนี้(16 พ.ย.) นักเรียนพร้อมทั้งผู้ปกครอง โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม รวมตัวขับไล่ ผู้อำนวยการโรงเรียน ระบุ มีความไม่ชอบมาพากลในการบริหารงาน ทั้งการใช้อำนาจข่มเหงผู้ใต้บังคับบัญชา การให้ครูผู้ช่วยมาขายน้ำให้กับนักเรียนโดยไม่มีการทำบัญชีแจกแจงเงินว่าเงนที่ขายได้ไปอยู่ส่วนใด การบังคับขายสมุดให้กับนักเรียนในโรงเรียนทุกคน ในราคา 138 บาท แต่ละคนจะได้สมุดที่แตกต่างกัน และเมื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียนอื่น พบว่าแพงกว่า การนำเงินไปสร้างตะแกรงกั้นนก และจัดพิธีบวงสรวงปัดรังควาน โดยอ้างว่าเจ้าที่ เจ้าทางของโรงเรียนโกรธ ที่ครูส่วนใหญ่ทำผิดไม่สามัคคี ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ใช้งบมากถึง 5 หมื่นบาท ซึ่งนักเรียนและผู้ปกครองมองว่าเป็นการใช้เงินที่ไม่สมเหตุสมผล หลังการชุมนุมขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนเสร็จสิ้น ทีมข่าวเดินทางไปคุย นายภัทรดนัย คำพร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประธานนักเรียน เล่าว่า จากการสอบถามผู้อำนายการโรงเรียน ในข้อสงสัยต่าง ๆ ทั้งการประพฤติตัวไม่เหมาะสม กระชากคอเสื้อนักเรียน ผู้อำนวยการให้ยอมรับว่าทำจริงพร้อมขอโทษ ส่วนการใช้เงิน 5 หมื่นบาททำพิธีบวงสรวง ปัดรังควาญ โดยอ้างว่าเพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกในโรงเรียน ทางผู้อำนวยการยังบ่ายเบี่ยงที่จะให้คำตอบที่ชัดเจน รวมไปถึงการไม่นิมนต์พระในโรงเรียนมาทำพิธี กลับนิมนต์พระวัดอื่นมา ทั้งนี้ตนรวมทั้งนักเรียนในโรงเรียน ยังคงยืนยัน ผู้อำนวยการโรงเรียน ต้องพิจารณาตัวเอง ย้ายตัวเองออกไป พร้อมขอให้หน่อยงานที่ดูแลด้านการศึกษาในจังหวัดนครปฐม […]

หาม 4 ชีวิตปวดท้องหนักแต่กลับปิดปากเงียบถึงสาเหตุ เค้นถามจนยอมเผย “ครูบังคับกินขยะ”

เว็บไซต์ไชน่า เพรส รายงานข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมครูชาวจีนรายหนึ่ง หลังออกคำสั่งลงโทษให้เด็กกินขยะจากถังขยะจนล้มป่วย แพทย์เผยผลตรวจสุดช็อก ด้านรองผอ. และ ผอ.โรงเรียน โดนเด้งฟ้าผ่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน โดยมีรายงานว่าเด็กชาย 4 คน มีอาการปวดท้องอย่างหนัก จนต้องถูกส่งเข้าโรงพยาบาลกลางดึก โดยทั้งหมดเรียนอยู่ที่โรงเรียนประจำ ตอนแรก เด็กทั้ง 4 ไม่มีใครกล้าปริปากพูดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แพทย์ไปตรวจพบเศษพลาสติกในอุจจาระของเด็ก สุดท้ายจึงยอมรับว่าพวกเขากินขยะเข้าไป โดยผู้ที่ออกคำสั่งคือครูผู้ดูแลหอพัก ที่สั่งลงโทษเมื่อพบว่าไม่มีคนเอาขยะไปทิ้ง จึงสั่งให้เด็กทั้ง 4 กินขยะให้หมด แล้วเดินออกจากห้องไป ภายหลัง เมื่อนำตัวครูคนดังกล่าวมาสอบปากคำ เจ้าตัวอ้างว่าเป็นการพูดเล่น ไม่คิดว่าเด็กจะกินขยะจริง ๆ แต่ล่าสุด ครูรายนี้ก็ถูกจับกุม ขณะที่ผอ.และ รองผอ.โรงเรียนถูกสั่งปลดจากราชการ

เวทนา! เด็กนักเรียนขี่ จยย.ฝ่าน้ำท่วมไปโรงเรียน ก่อนเสียหลักล้มกลางถนน

จ.อำนาจเจริญ สองนักเรียนหญิงขับขี่จักรยานยนต์ฝ่าน้ำท่วมเพื่อเดินทางไปโรงเรียน ก่อนเสียหลักล้มลงกลางถนนตัวเปียกโชกก่อนถึงโรงเรียน เมื่อวานนี้ (4 ก.ย.62) เฟซบุ๊กเพจ วารินชำราบบ้านเฮา อุบลราชธานี ได้เผยแพร่ภาพเหตุการณ์ ที่ จ.อำนาจเจริญ นักเรียนหญิงซ้อนเพื่อนขับรถจักรยานยนต์ฝ่าน้ำท่วมเพื่อเดินทางไปโรงเรียนอย่างทุลักทุเล แต่ด้วยกระแสน้ำและความลึก ทำให้เด็กหญิงทั้งสองล้มลงไปในน้ำตัวเปียกโชกก่อนถึงโรงเรียน สร้างความเวทนาแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก โดยในโพสต์ระบุว่า “แฟนเพจส่งภาพฝากเตือนน้องๆ ไปโรงเรียนในเขตที่มีน้ำท่วม (จากอำนาจเจริญ) ***หยุดให้เด็กไปโรงเรียนเถอะครับ ไม่ไปโรงเรียนไม่กี่วันเด็กคงไม่โง่ ไม่สงสารเด็กกันเหรอครับ ขนาดรถใหญ่ยังผ่านไปมายาก แล้วเด็กที่ได้เอามอเตอร์ไซค์มาจะลำบากขนาดไหน ไม่ห่วงเด็กเลยเหรอครับ สักแต่จะให้เด็กไปโรงเรียน หรือว่าต้องให้เกิดอุบัติเหตุก่อนครับถึงจะสั่งหยุดโรงเรียน” ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกปล่อยในโลกออนไลน์ ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า สมควรให้เด็กนักเรียนหยุดโรงเรียนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักเรียน

ราชกิจจาฯ ประกาศห้าม นร.-นศ.มีพฤติกรรม “ทะเลาะวิวาท-ชู้สาว-แต่งโป๊” ในสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ กฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา (ฉบับที่2)พ.ศ.2562 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 วรรคหนึ่งและมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ1 ให้ยกเลิกความใน (6) และ (7) ของข้อ 1 แห่งกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “(6)ก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายผู้อื่นเตรียมการหรือกระทำการใดๆ อันน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรวมกลุ่มหรือมั่วสุมเพื่อกระทำ การดังกล่าว(7) แสดงพฤติกรรมทางชู้สาวอันไม่เหมาะสม กระทำการลามกอนาจาร แต่งกายล่อแหลม หรือไม่เรียบร้อยในโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือแต่งเครื่องแบบนักเรียนหรือนักศึกษาไม่เรียบร้อย” ข้อ 2 ให้ยกเลิกความใน(9) ของข้อ 1 แห่งกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “(9)เที่ยวเตร่ นอกสถานที่พักรวมกลุ่มหรือมั่วสุมอันเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น” ให้ไว้ ณ วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ลงชื่อ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ร้องอาหารกลางวันนักเรียนไร้คุณภาพ เด็ก-ผู้ปกครองแฉกับข้าวไม่ตรงปก

จากกรณีครูอ้อม ครูสอนนักเรียนชั้นอนุบาล 1 และอนุบาล 2 โรงเรียนวัดวงเดือน ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท โพสต์ข้อความหลังถูกมือดีปาเลือดสดกระจายเต็มหน้าห้องเรียน ซึ่งครูอ้อม ยืนยันว่า ไม่เคยมีศัตรูที่ไหนไม่มีปัญหาเรื่องชู้สาว ไม่มีปัญหาเรื่องหนี้สิน อีกทั้งผู้ปกครองและเด็ก ๆ ก็รัก แต่มีปัญหาอยู่เรื่องเดียว คือ เคยไปตำหนิเรื่องอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน และยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ ทางผู้ที่รับสัมปทานทำอาหารกลางวันให้นักเรียน เพราะทนไม่ได้ ที่เห็นเด็ก ๆ ต้องทานอาหารหลางวันที่ไม่มีคุณภาพ สารอาหารไม่ครบ บางวันกินมาม่า อีกทั้งไม่ได้กินผลไม้หรือของมีประโยชน์เหมือนโรงเรียนอื่น ๆ ซึ่งหลังเกิดเรื่องครูอ้อมได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว ล่าสุดวันนี้(23 ส.ค. )ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงเรียนดังกล่าว เพื่อตรวจสอบข้อเม็จจริง พบ ผู้ปกครองของนักเรียนชั้นป.5 รายหนึ่ง บอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ทั้งปีเด็กไม่เคยได้กินกับข้าวดี ๆ มีแต่ต้มจืดเต้าหู้ ก๋วยเตี๋ยว และผัดมาม่า อีกทั้งยังมีการจัดฉากใช้ถาดหลุมนำกับข้าวดี ๆ ใส่ แล้วถ่ายรูปลงเฟซบุ๊ก แต่เด็ก  ๆ กลับไม่ได้กินอาหารตามที่ลงในเฟซบุ๊ก อีกทั้งยังมีการเขียนเมนูอาหาร ขึ้นบอร์ดทุกวัน วันละ 2 อย่าง แต่เมื่อทำจริงก็ไม่เป็นไปตามนั้น […]

ระทึก! รถบัสนักเรียนทัศนศึกษาพลิกคว่ำ พุ่งอัดต้นไม้ริมทาง เด็กรถตาย 1 เจ็บ 19 คนขับรับเผลอวูบ

วันที่ 7 ส.ค. 62 เมื่อเวลา 12.30 น. ร.ต.อ.มาโนช ปลอดขันเงิน รอง สว.สอบสวน สภ.บ้านในหูต อ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถทัวร์ปรับอากาศเสียหลักชนต้นไม้ริมทาง บริเวณถนนสายเอเชีย 41 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร มีผู้เสียชีวิต 1 คน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยและชุดกู้ชีพ สมาคมพุทธประทีป ที่เกิดเหตุบริเวณหลัก กม.ที่ 57-58 หมู่ที่ 11 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร พบรถทัวร์ปรับอากาศ 2 ชั้น ไม่ประจำทาง อยู่ในสภาพพลิกตะแคงริมถนน ด้านหน้าของรถชนอัดติดอยู่กับต้นไม้ขนาดใหญ่ ภายในรถพบผู้เสียชีวิต 1 ราย คือนายพรหหมพิริยะ แสมเน็ง อายุ 17 ปี ถูกอัดติดอยู่บริเวณบันไดรถด้านหน้า มีผู้บาดเจ็บเป็นนักเรียนของโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย 2 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และคนขับรถ […]

ข่าวอรุณอมรินทร์ : ครูอนุญาตสุนัข 3 ตัวเข้าห้องเรียน เด็ก ๆ ชอบใจไม่เคยกลัว

เพจเฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Kru NuiIyavee ได้โพสต์ภาพในห้องเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ครูกำลังสอนนักเรียนในห้องเรียน โดยมีน้องหมา 3 ตัวมานอนเฝ้าอยู่หน้ากระดานดำเหมือนว่ามาเรียนหนังสือด้วย พร้อมข้อความ “Goodafternoon class ที่นี่คือห้องเรียนในชนบท นร.สี่ขาเข้าเรียนด้วยตลอด🐩 #เพราะพวกเจ้าคือสิ่งที่ทำให้ฉันยิ้มและมีความสุขในทุกๆวัน” โดยมีผู้เข้ามาชื่นชมและแชร์ต่อออกไปจำนวนมาก ด้านเด็ก ๆ นักเรียน บอกว่า ไม่กลัวน้องหมาทั้ง 3 ตัวที่อยู่ในโรงเรียน เพราะไม่ดุไม่เคยกัดใคร เล่นกับมันได้ทุกคน ส่วนหมาที่เข้าไปในห้องเรียนก็ไม่วุ่นวาย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

คนเร่ร่อนยึดศาลาที่พักผู้โดยสาร ชาวบ้าน-นักเรียนเดือดร้อนไร้ที่รอรถ (คลิป)

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครอง ถึงกรณีมี คนเร่ร่อน บุกยึดศาลาที่พักผู้โดยสารบริเวณหน้าโรงเรียนเกล็ดแก้ว และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชลบุรี เป็นที่พักพิงมานานนับปี สร้างความหวาดกลัว และความสกปรก จนไม่มีนักเรียน และชาวบ้าน กล้าเข้าไปนั่งหลบแดดหลบฝนคอยรถในศาลาที่พักผู้โดยสาร เกิดเป็นปัญหาช่วงเปิดภาคเรียนอย่างมาก ที่ผ่านมา ศาลาที่พักผู้โดยสารหลังคาเหลือง ตลอดสองฝั่งถนนสุขุมวิท พื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้มีคนเร่ร่อน และผู้วิกลจริต แวะเวียนเข้ามาจับจองเป็นที่พักพิงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว ไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ บางที่ถูกปล่อยทิ้งจนเสื่อมโทรม เต็มไปด้วยขยะมูลฝอยจนเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดี แก่สายตาผู้สัญจรผ่านไปมา ปัญหาดังกล่าวเรื้อรังมานานหลายปี ยังไม่มีหน่วยงานใด เข้ามาจัดระเบียบคนเร่ร่อนอย่างจริงจัง ทำให้ศาลาที่พักผู้โดยสาร เปรียบเสมือน บ้านจัดสรร ที่ไว้คอยอำนวยความสะดวก ให้กับผู้เร่ร่อนและผู้วิกลจริตได้เข้ามาพักพิง ชาวบ้านจึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้ศาลาที่พักผู้โดยสาร ได้เป็นสาธารณประโยชน์โดยแท้จริง ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เด็กใจเด็ด! ใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมช่วยงานสัปเหร่อ ขัดเมรุ-เติมถ่านศพ (คลิป)

ในช่วงปิดเทอมแบบนี้ หากจะมีงานฌาปนกิจ ที่วัดแสงดาว ต.ปากโทก อ.เมือง จ.พิษณุโลก เด็กนักเรียนในหมู่บ้านจะพากันออกมาช่วยงานจัดเตรียมความพร้อมการประกอบพิธีฌาปนกิจที่วัด ตั้งแต่การจัดเตรียมสถานที่ ทำความสะอาดเมรุ การเตรียมเตาเผาศพ การตกแต่งสถานที่ ตั้งแต่การเก็บกระดูก เก็บขี้เถ้า และการเตรียมเมรุเพื่อประกอบพิธีเผาศพ เสมือนเป็นผู้ช่วยสัปเหร่อ รวมถึงการจัดเตรียมสถานที่สำหรับงานบุญ งานกุศลต่างๆด้วย โดยที่ผ่านมา เด็กๆ ที่ออกมาช่วยงานที่วัด ได้ช่วยเหลือกันทำงาน เตรียมความพร้อมสำหรับพิธีฌาปนกิจ ที่เดิมที่ต้องเป็นหน้าที่ของ สัปเหร่อ สามารถสำเร็จเสร็จลุล่วงไปด้วยดี ไม่ต้องเป็นภาระของพระสงฆ์ภายในวัดตามลำพังอีกต่อไป นายสวัสดิ์ เสือคง อายุ 79 ปี ไวยาวัจกรวัดแสงดาว บอกว่า วัดแสงดาว เป็นวัดในชุมชนที่มีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอยู่บ่อยครั้ง ร่วมถึงงานศพ งานบุญต่างๆ แต่ภายในวัดมีพระสงฆ์น้อย และมีอายุมาก จึงทำงานการจัดเตรียมงาน เตรียมสถานที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พุทธศาสนิกชนไม่ทั่วถึงนัก แต่ในช่วงปิดเทอมนี้ เด็กๆในหมู่บ้านได้แสดงตนขอเป็นจิตอาสา พากันออกมาช่วยงานที่วัดเป็นประจำ โดยจะมีพระค่อยเป็นผู้ดูแลให้คำแนะนำให้กับเด็กๆ ที่มาช่วย ทางวัดรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจในตัวเด็กๆที่มีน้ำใจเป็นจิตอาสา ด้านเด็กชายศิริวัฒน์ ลอยเวหา อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ม. […]

ครูโพสต์พ้อ ทำงานมา 10 ปี เจอเด็ก ป.5 แค้นวางตะปูใส่ล้อรถ เหตุโดนครูบ่น

กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในดลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Patcha Dhanasilankura ซึ่งเป็นครูที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้โพสต์ภาพรถของครูถูกวางตะปูขนาดยาวเกือบ 3 นิ้ว ไว้ที่บริเวณล้อ ในลักษณะที่จงใจทำให้ตะปูทิ่มเข้าไปที่ล้อเพื่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งครูระบุว่า เป็นฝีมือของเด็กนักเรียนชั้น ป.5 และเขียนระบายความในใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวดังนี้… ตั้งแต่เป็นครูมาสิบปี นี่เป็นเหตุการณ์ที่พีคสุดละ ขนาดสอนเด็กมัธยมมาเจอเด็กมาทุกรูปแบบ เด็กยังไม่เคยทำขนาดนี้เลย แต่นี่เด็กประถมนะ เด็กป.5 อ่ะ คิดอะไรอยู่ลู้กกก ผอ. ถามว่าเจตนาเธอต้องการอะไรทำไมถึงทำกับรถครูแบบนี้ เด็กตอบว่าอยากแกล้งให้รถครูยางรั่ว เพราะครูบ่น พอผอ. ถามว่าครูบ่นเธอเรื่องอะไร เด็กกลับตอบไม่ได้ อยากรู้ว่ามีครูคนไหนในโลกนี้บ้างที่ไม่เคยดุถ้าคุณทำตามกติกา เด็กสารภาพว่าเมื่อวานก็ทำแต่ครูถอยหลังเลยไม่โดน วันนี้เลยทำอีก ทำ 3 ล้อเลย เอาจริงๆนะ ทุกวันนี้แทบจะกราบ นร. ให้ส่งงานอยู่แล้ว นี่จะให้บ่นไม่ได้ ตักเตือนไม่ได้จริงๆเหรอ แอบผิดหวังอยู่นะ ที่ความหวังดีของครู จะทำให้เด็กคนนึงโกรธและแค้นครูได้ขนาดนี้ RIP ลูกฉันเป็นคนดี. ตั้งแต่เป็นครูมาสิบปี นี่เป็นเหตุการณ์ที่พีคสุดละ ขนาดสอนเด็กมัธยมมาเจอเด็กมาทุกรูปแบบ เด็กยังไม่เคยทำขนาดนี้เลย… โพสต์โดย Patcha Dhanasilankura เมื่อ วันอังคารที่ 12 […]

อลหม่านหลังพักเที่ยง! นร.อาหารเป็นพิษ หามส่ง รพ.วุ่น เกือบ 80 ราย

วันที่ 1 ก.พ. 62 เกิดเหตุนักเรียนป่วยด้วยอาการอาหารเป็นพิษ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในซอยเทศบาล 7 ตำบลบางหลวง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม และหน่วยบรรเทาสาธารณภัยหลวงพ่อสมหวัง วัดกลางบางพระ รวมถึงครูในโรงเรียนต้องช่วยกันลำเลียงเด็กมีอาการท้องเสียและอาเจียนจำนวนรวม 77 ราย เป็นนักเรียนชาย 47 คน นักเรียนหญิง 30 คน ส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง จำนวน 4 แห่ง ทำให้บรรยากาศของโรงเรียนเกิดความวุ่นวาย เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเป็นเวลาพักเที่ยง นักเรียนทั้งหมดเข้าไปซื้ออาหารภายในโรงอาหารของโรงเรียนตามปกติ โดยโรงเรียนดังกล่าวมีจำนวนนักเรียนทั้งหมด 548 คน แต่หลังจากทานอาหารจากร้านค้าที่นำเข้ามาขายในโรงเรียน จึงทำให้เด็กจำนวน 77 คน มีอาการท้องเสีย และอาเจียน ทั้งนี้ทางสาธารณสุขจังหวัดได้เดินทางมาเก็บตัวอย่างอาหาร นำส่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อหาสาเหตุต่อไป

เด็ก ม.2 ถูกรุ่นพี่กระทืบบังคับกราบ ไม่กล้าบอกใครครูสั่งห้าม – ญาติแก๊งโจ๋ รับไม่เคยสั่งสอน มัวแต่หาเงิน (คลิป)

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ เผยให้เห็นกลุ่มนักเรียนชายชั้น ม.3 ของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.ลำปาง ได้ปิดห้องเรียนแล้วรุมทำร้ายร่างกายรุ่นน้องชั้น ม.2 พร้อมบังคับให้นั่งคุกเข่ากราบเท้าขอโทษ และมีการรุมทำร้ายทั้งเตะ ต่อย และใช้เท้าเหยียบหน้า ก่อนที่จะมีเสียงคนห้ามและบอกให้หยุด โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 61 ขณะที่ครอบครัวเด็ก ม.2 ที่ถูกทำร้าย ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว (อ่าน : เด็ก ม.2 เปิดใจโดน 12 รุ่นพี่รุมกระทืบ บังคับกราบเท้า จ่าย 2 พันขอจบ สลดกำพร้ายังถูกรังแก) วันที่ 30 ม.ค. 62 นายชา (นามสมมติ) พ่อเลี้ยงของน้องปั่น (นามสมมติ) เด็ก ม.2 ที่ถูกรุ่นพี่รุมทำร้าย กล่าวว่า ตนเห็นคลิปแล้วรู้สึกสั่นไปหมดทั้งตัว สะเทือนใจ เพราะสงสารเด็กมาก ตนเลี้ยงเด็กมาก็ไม่ใช่เป็นเด็กที่ดื้อ น้องปั่นไม่น่าจะมีปัญหากับใครได้ เนื่องจากเป็นเด็กเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด ตนเพิ่งมารู้เรื่องเมื่อสัปดาห์ที่แล้วตอนที่เห็นคลิปก็อยากรู้ว่า ทำไมถึงทำกันรุนแรงขนาดนี้ ตอนนี้ ตนกลัวว่าน้องปั่นจะได้รับอันตราย […]

keyboard_arrow_up