
การเดินทางมาถึงสหรัฐฯ ของผิงผิง (Ping Ping) และฝูซวง (Fu Shuang) หลังการประชุมสุดยอดระหว่างสี จิ้นผิง และโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงวอชิงตัน ยังคงสะท้อนธรรมเนียมทางการทูตของจีนที่ดำเนินมายาวนาน นั่นคือการทูตแพนด้า ซึ่งน่าจะถือเป็นทูตสันถวไมตรีที่น่ารักที่สุด
แพนด้ายักษ์ 2 ตัวเดินทางถึงสหรัฐฯ หลังสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เยือนกรุงวอชิงตัน โดยเป็นส่วนหนึ่งของธรรมเนียมที่ดำเนินมาหลายทศวรรษ ซึ่งแพนด้ายักษ์ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
สวนสัตว์แอตแลนตาประกาศว่า ผิงผิงและฝูซวงเดินทางมาถึงแล้ว พร้อมระบุว่า รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับแพนด้าคู่นี้ หลังความร่วมมือระหว่างสวนสัตว์กับจีนที่ดำเนินมานาน 25 ปีสิ้นสุดลงในปี 2024
Spotlight ชวนอ่าน การทูตแพนด้าคืออะไร? และทำไมจีนถึงใช้แผนนี้มาอย่างยาวนาน รวมถึง ประเทศใดบนโลกใบนี้ที่มีทูตแพนต้าอยู่ และประเทศไทยของเรา ซึ่งไม่มีมาสักพัก คาดว่า กำลังจะได้รับทูตแพนด้าตัวใหม่ในปีหน้านี้
จีนใช้แพนด้ายักษ์ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีเอกลักษณ์ของประเทศ เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและความปรารถนาดีในความสัมพันธ์กับประเทศอื่น ๆ มานานหลายทศวรรษ แนวทางดังกล่าวเป็นที่รู้จักในชื่อ “Panda Diplomacy” หรือ “การทูตแพนด้า”
การส่งมอบหรือแลกเปลี่ยนแพนด้ามักเชื่อมโยงกับความริเริ่มทางการทูตและข้อตกลงทางการค้าครั้งสำคัญ โดยการทูตแพนด้าได้รับความสนใจในระดับนานาชาติอย่างมากในช่วงทศวรรษ 1970 เมื่อจีนส่งแพนด้าไปยังประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐฯ และญี่ปุ่น หลังเกิดพัฒนาการสำคัญทางการทูต รวมถึงการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับญี่ปุ่นในปี 1972
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือด้านแพนด้าก็เคยถูกระงับ หรือข้อตกลงการเช่าแพนด้าไม่ได้รับการต่ออายุ เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศเจ้าภาพเสื่อมถอยลง
อย่างปัจจุบัน ญี่ปุ่นไม่มีแพนด้ายักษ์อยู่ในประเทศ หลังฝาแฝด “เสี่ยวเสี่ยว” และ “เล่ยเล่ย” เดินทางกลับจีนเมื่อเดือนมกราคม ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างปักกิ่งและโตเกียวที่ตึงเครียดจากคำกล่าวของซาเนะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เกี่ยวกับสถานการณ์ไต้หวัน
หากนับรวมเจ้าผิงผิงและฝูซวงที่เดินทางถึงสหรัฐฯ แล้ว จะพบว่า จีนมีแพนด้ายักษ์ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศทั้งหมด 40 ตัว ใน 15 ประเทศ ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการของจีน
เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีแพนด้ายักษ์มาตั้งแต่ปี 2016 เมื่อ “อ้ายเป่า” และ “เล่อเป่า” เดินทางมาถึงภายใต้โครงการอนุรักษ์ร่วมกัน หลังการเยือนกรุงโซลของสี จิ้นผิง ในปี 2014 ซึ่งช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
นอกจากนี้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ก็เคยรับแพนด้ายักษ์ภายใต้ความร่วมมือด้านการอนุรักษ์เช่นกัน ขณะที่ Adelaide Zoo ของออสเตรเลีย ยังคงเป็นสถานที่แห่งเดียวในโอเชียเนียที่มีแพนด้ายักษ์
ส่วนกาตาร์ กลายเป็นประเทศแรกในตะวันออกกลางที่ได้รับแพนด้ายักษ์ เมื่อ “ซือไห่” และ “จิงจิง” เดินทางมาถึงในปี 2022 ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup ไม่นาน โดยในช่วงดังกล่าวความสัมพันธ์ระหว่างจีนและกาตาร์ขยายตัวในหลายด้าน ทั้งการค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม
ในยุโรป แพนด้ายักษ์เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ระยะยาวระหว่างจีนกับหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย สเปน เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม
ฝรั่งเศสได้รับแพนด้าในปี 2012 ขณะที่แพนด้าคู่หนึ่งเดินทางถึงเบลเยียมในปี 2014 ระหว่างการเยือนเบลเยียมของสี จิ้นผิง ซึ่งเขาและ สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปแห่งเบลเยียม ได้ร่วมเปิดส่วนจัดแสดงแพนด้า
ส่วนรัสเซียได้รับแพนด้ายักษ์เป็นครั้งแรกในปี 2019 เมื่อ “หรูอี้” และ “ติงติง” เดินทางไปเข้าร่วมโครงการอนุรักษ์ร่วมกัน เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและรัสเซีย
ในสหรัฐฯ แพนด้ากลายเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1972 เมื่อจีนส่งหลิงหลิง (Ling Ling) และซิงซิง (Hsing Hsing) ไปยังสหรัฐฯ หลังการเยือนจีนครั้งประวัติศาสตร์ของริชาร์ด นิกสัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้น และในช่วงที่สองประเทศกำลังเดินหน้าสู่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ
แพนด้าคู่นี้ล้มตายในสหรัฐฯ ในเวลาต่อมา หลังจากนั้น จีนยุติธรรมเนียมการมอบแพนด้าเป็นของขวัญ และเปลี่ยนมาใช้ระบบให้ยืมแพนด้า เพื่อเพิ่มการคุ้มครองสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
นับแต่นั้น แพนด้าหลายรุ่นได้อาศัยอยู่ในสวนสัตว์สหรัฐฯ ภายใต้ข้อตกลงลักษณะดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม สวนสัตว์หลายแห่งในสหรัฐฯ ส่งแพนด้ากลับจีนในช่วงปี 2023 และ 2024 หลังข้อตกลงสิ้นสุดลง ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่ตึงเครียดจากประเด็นการค้า เทคโนโลยี และความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์
ปัจจุบัน สหรัฐฯ มีแพนด้ายักษ์ 6 ตัวในสวนสัตว์ 3 แห่ง มากกว่าประเทศอื่นใดนอกจีน
ส่วนซินซิน (Xin Xin) ซึ่งเกิดที่สวนสัตว์ Chapultepec ในกรุงเม็กซิโกซิตีเมื่อปี 1990 ถือเป็นแพนด้ายักษ์เพียงตัวเดียวในโลกที่ไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของจีน โดยสืบเชื้อสายมาจากแพนด้าคู่หนึ่งที่จีนมอบให้เม็กซิโกในปี 1975 ก่อนที่จีนจะเปลี่ยนนโยบายการถือครองแพนด้าทั่วโลกและหันมาใช้ระบบให้ยืมแทน
ในปัจจุบัน ประเทศไทยไม่มีแพนด้าจีนจัดแสดงอยู่ โดยแพนด้าคู่สุดท้ายคือ ช่วงช่วง และหลินฮุ่ย ซึ่งล้มตายไปก่อนหน้านี้ และหลินปิงได้ถูกส่งกลับประเทศจีนก่อนหน้านั้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยกำลังจะกลับมามีแพนด้าเป็นทูตสันถวไมตรีอีกครั้ง
โดยปัจจุบัน ทางการไทยและจีนมีแผนประสานงานเพื่อนำแพนด้ายักษ์คู่ใหม่กลับมาที่สวนสัตว์เชียงใหม่ อีกครั้ง เพื่อฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต และขณะนี้ มีการเตรียมงบประมาณและปรับปรุงพื้นที่จัดแสดงใหม่ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่
คาดว่าแพนด้ายักษ์คู่ใหม่จะมีกำหนดการเดินทางมาถึงประเทศไทยภายในปี พ.ศ. 2570