
ไม่ทนรับสินค้าทะลัก! เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการตอบโต้ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน (overcapacity) ในจีน ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ภายใน “ไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” พร้อมย้ำว่าจะไม่นั่งนิ่งปล่อยให้สินค้าจากการผลิตส่วนเกินไหลเข้าประเทศโดยไม่มีมาตรการรับมือ
เกรียร์ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะประกาศความคืบหน้าการสอบสวนเรื่องกำลังการผลิตและผลผลิตส่วนเกินในช่วงดังกล่าวด้วย หากประเทศต่างๆ ไม่สามารถควบคุมผลกระทบจากปัญหานี้ได้ สหรัฐฯ ก็พร้อมดำเนินมาตรการ ไม่ว่าผลผลิตส่วนเกินนั้นจะมาจากการผลิตภายในประเทศ หรือไหลเข้ามาจากประเทศที่สาม
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในช่วงการประชุมรัฐมนตรีการค้ากลุ่ม G20 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองมิลวอกีเมื่อวันพุธและพฤหัสบดี โดยเกรียร์เป็นผู้นำการหารือถึงแนวทางรับมือกำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรมเหล็กและภาคส่วนอื่นๆ ตลอดจนปัญหาการใช้แรงงานบังคับ
เมื่อเดือนกรกฎาคม รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมในอัตรา 10% หรือ 12.5% จากสินค้าที่นำเข้าจาก 60 ประเทศและดินแดน รวมถึงจีน ภายใต้มาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้าสหรัฐฯ โดยกล่าวหาว่าประเทศเหล่านี้ยังดำเนินมาตรการแก้ปัญหาการใช้แรงงานบังคับไม่เพียงพอ
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาขึ้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าจาก 16 ประเทศและดินแดน รวมถึงจีนและญี่ปุ่น โดยมาตรการส่วนนี้มุ่งรับมือข้อกังวลเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินโดยเฉพาะ
เกรียร์ย้ำว่า หากประเทศใดไม่ดำเนินการยับยั้งผลกระทบจากกำลังการผลิตส่วนเกิน ไม่ว่าปัญหานั้นจะเกิดขึ้นภายในประเทศ หรือมาจากประเทศที่สาม เขาจะไม่นั่งนิ่งยอมรับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมระบุอย่างชัดเจนว่า “สหรัฐฯ จะลงมือดำเนินการ”
เกรียร์ยกการแข่งขันอันดุเดือดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีนเป็นตัวอย่างของ “เน่ยเจวี่ยน” (neijuan) ซึ่งเป็นคำที่ชาวจีนใช้เรียกการแข่งขันที่รุนแรงเกินไปจนบีบให้อัตรากำไรของผู้ประกอบการลดลง
เขามองว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าจีนเองก็ยอมรับในระดับหนึ่งว่ามีกำลังการผลิตส่วนเกินอยู่จริง โดยระบุว่า “พวกเขาเรียกผลกระทบที่เกิดขึ้นว่าเน่ยเจวี่ยน แต่ต้นตอของปัญหาคือกำลังการผลิตส่วนเกิน”
เกรียร์กล่าวด้วยว่า จีนมักแสดงท่าทีตั้งรับเมื่อประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นหารือในเวทีระหว่างประเทศ เช่น การประชุมรัฐมนตรีการค้ากลุ่ม G20 เพราะจีนรู้ว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในวงกว้าง
ขณะเดียวกัน เกรียร์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของคณะกรรมการการค้าสหรัฐฯ-จีน ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงจัดตั้งขึ้นระหว่างการประชุมสุดยอดเมื่อต้นปีนี้ โดยสหรัฐฯ และจีนต่างเสนอรายการสินค้าที่อาจลดภาษีให้แก่กันแล้ว คิดเป็นมูลค่าฝ่ายละประมาณ 30,000 ล้านดอลลาร์
ข้อเสนอของสหรัฐฯ ครอบคลุมการลดภาษีสินค้า 77 หมวด รวมถึงของเล่นและเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่ทำจากพลาสติก
นอกจากจีนแล้ว เกรียร์ยังกล่าวถึงนโยบายของประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ซึ่งส่งออกไปยังสหรัฐฯ ได้มากขึ้นนับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง
เกรียร์กล่าวว่า เวียดนาม “ไม่มีการบริโภค” โดยอธิบายว่าแรงงานในประเทศไม่สามารถซื้อสินค้าที่ตนเองผลิตได้ สินค้าเหล่านั้นจึงต้องถูกส่งออกไปขายในสหรัฐฯ เขาจึงเสนอให้เวียดนามเพิ่มอุปสงค์ภายในประเทศผ่านมาตรการต่างๆ รวมถึงการคุ้มครองสิทธิแรงงานและการปรับขึ้นค่าจ้าง เพื่อให้แรงงานมีกำลังซื้อมากขึ้น
สำหรับญี่ปุ่น เกรียร์มองว่ามีปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินเช่นกัน โดยยก “บริษัทซอมบี้” เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่ควรล้มละลายไปนานแล้ว แต่ยังได้รับการประคองให้ดำเนินกิจการต่อไป
“มีปัจจัยลักษณะนี้เกิดขึ้นอยู่มาก และกำลังนำไปสู่ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่นี่ในมิลวอกี” เกรียร์กล่าว
ที่มา: Nikkei Asia