Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ศิลปากร นครปฐม: เรียนจบ แต่ไม่จาก  ธุรกิจสายอาร์ตเติบโต
โดย : ปิยมาส วงศ์พลาดิสัย

ศิลปากร นครปฐม: เรียนจบ แต่ไม่จาก ธุรกิจสายอาร์ตเติบโต

22 พ.ค. 69
15:38 น.
แชร์

ว่ากันว่า... รั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ มักจะมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้ศิษย์เก่าหลายคนเรียนจบแต่ไม่จาก เลือกที่จะปักหลักทำธุรกิจอยู่ต่อกันไปยาว ๆ จนส่งผลให้ ‘อำเภอเมือง นครปฐม’ กลายเป็นย่านที่ธุรกิจสายอาร์ตและงานสร้างสรรค์เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นี่คือข้อสังเกตที่น่าสนใจของเมืองมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพราะในขณะที่ใครหลายคนมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงเพื่อหางานทำ แต่ที่นี่กลับมี Eco-system เล็ก ๆ ที่คอยโอบกอดและหล่อเลี้ยงให้ศิษย์เก่าผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่กันอย่างคึกคัก

Spotlight พามา ‘ย่ำย่าน’ รอบรั้วสนามจันทร์ สำรวจธุรกิจสายอาร์ต พร้อมพูดคุยกับ “คุณเบิร์ด” ศิษย์เก่าคณะอักษรศาสตร์ สาขาปรัชญา ตัวแทนของอดีตเด็กกรุงฯ ย่านเจริญนคร ซึ่งหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยไม่กี่ปี ก็ได้กลายมาเป็นคนนครปฐมเต็มตัวแล้ว

“ย้ายมาเลยครับ 4 ปีที่แล้วก็คือขายบ้านที่กรุงเทพฯ ใช้หนี้ใช้สินอะไรเสร็จปุ๊ปก็มาอยู่นี่เลย มาเป็นคนนครปฐม บัตรประชาชนก็คือคนนครปฐมแล้วครับ”

คุณเบิร์ดเปิดใจกับเราอย่างอารมณ์ดีในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง “Carpe Diem” (คาเปเดี้ยม) คาเฟ่กาแฟและเบเกอรี่โฮมเมดระดับตำนานที่เดินทางเข้าสู่ปีที่ 12 จากจุดเริ่มต้นรถเข็นไม้คันเล็ก ๆ เข็นขายในมหาวิทยาลัย จนกลายมาเป็นคอมมูนิตี้ฮับของชาวทับแก้วในปัจจุบัน อะไรคือแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดให้คนทำธุรกิจสายครีเอทีฟปักหลักอยู่ที่นี่ และเมืองนี้มีปัจจัยอะไรซ่อนอยู่? 

คาเปเดี้ยม จากรถเข็นไม้ขายใน ม. สู่พื้นที่ปล่อยพลังในตึกแถว

กว่าจะมาเป็นอาคารพาณิชย์สุดอบอุ่นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายวินเทจในซอยจันทน์คามพิทักษ์อย่างทุกวันนี้ “Carpe Diem” (คาเปเดี้ยม) มีจุดเริ่มต้นที่เล็กมาก ๆ คุณเบิร์ดเล่าให้ฟังว่า ในปีแรกที่เริ่มทำธุรกิจ คาเปเดี้ยมไม่ได้มีหน้าร้าน ไม่มีแอร์ฉ่ำ ๆ เหมือนในปัจจุบัน แต่เริ่มต้นจาก “รถเข็นไม้” คันเล็ก ๆ ที่เข็นขายเครื่องดื่มอยู่ภายในมหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนจะค่อย ๆ เก็บหอมรอมริบขยับขยายขึ้นมาเป็นซุ้ม เป็นเพิงสังกะสี และท้ายที่สุดเมื่อพร้อมและมีทุนรอนมากพอ จึงเติบโตขึ้นมาเป็นคาเฟ่ติดแอร์ในตึกแถวอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งปีนี้ก็ก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 แล้ว

แต่คีย์เวิร์ดสำคัญที่ทำให้คาเปเดี้ยมไม่เหมือนคาเฟ่ทั่วไป คือเบื้องหลังแบรนด์ที่ขับเคลื่อนโดยเด็กกิจกรรมสองคน นั่นคือ คุณเบิร์ด ศิษย์เก่าอักษรฯ เอกปรัชญา และ พี่เรย์ หุ้นส่วนคนสำคัญที่เป็นศิษย์เก่าคณะศึกษาศาสตร์

“เพราะเราเป็นเด็กกิจกรรมทั้งคู่ เราเลยอยากมีพื้นที่เอาไว้สร้างสรรค์งาน เรามีรุ่นน้อง มีความเป็นศิลปากร มีศิลปะ มีความฝันพรั่งพรูเต็มไปหมด เราเลยอยากมีพื้นที่ทั้งให้ตัวเราเอง รวมถึงเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ มาแสดงออกตรงนี้”

ความตั้งใจนั้นถูกเนรมิตออกมาเป็นรูปธรรมภายในตึกแถวหลังนี้ คาเปเดี้ยมวางตัวเป็นคอมมูนิตี้ที่พร้อมสนับสนุนทุกคนที่มีใจรักงานสร้างสรรค์ ทางร้านมีการจัดพื้นที่ทำเป็นมุมหนังสือเล็ก ๆ สำหรับวางขายหนังสือของกลุ่มนักเขียนอิสระ เพราะคุณเบิร์ดค้นพบอินไซต์ว่า “คนนครปฐมเขียนหนังสือเยอะมาก” และเปิดต้อนรับให้นักเขียนหรือคนทำงานมานั่งดื่มกาแฟและละเลงฝีแปรงหรือปั่นงานได้อย่างสบายใจ ขนาดที่มีนักเขียนบางท่านเขียนขอบคุณลงในหน้าคำนำของหนังสือตัวเองเลยว่า เนื้อหาครึ่งเล่มถูกเขียนขึ้นที่ร้านคาเปเดี้ยม โดยอาศัยแอร์และสถานที่แห่งนี้

นอกจากจะเป็นมุมสงบของคนรักตัวอักษรแล้ว ที่นี่ยังเปิดพื้นที่ให้คนรักงานศิลปะเข้ามาจัดเวิร์กชอปงานอาร์ต ไปจนถึงเวิร์กชอปจัดดอกไม้ เปลี่ยนคาเฟ่กาแฟและเบเกอรี่โฮมเมดให้กลายเป็นเวทีปล่อยของ เพื่อฟูลฟิลความฝันของตัวเองไปพร้อม ๆ กับการโอบอุ้มความฝันของรุ่นพี่รุ่นน้องชาวทับแก้วในย่านนี้

นครปฐมมีอะไร ทำไมปลูกธุรกิจเล็ก ๆ แล้วเบ่งบาน

จากความสำเร็จตลอด 12 ปีของคาเปเดี้ยม รวมถึงการหลั่งไหลเข้ามาของธุรกิจใหม่ ๆ รอบรั้วสนามจันทร์ สะท้อนให้เห็นว่า นครปฐมมีองค์ประกอบแวดล้อมที่เหมาะสมมากในการบ่มเพาะธุรกิจสร้างสรรค์ ซึ่งเมื่อถอดรหัสออกมาแล้ว พบว่ามีปัจจัยหลัก ๆ ที่เอื้อต่อ Eco-system ของธุรกิจสายอาร์ตในเมืองนี้อยู่ 4 ด้าน

  • จุดแข็งเรื่องทำเล การเดินทางเข้าเมืองสะดวก

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า 'ทำเล' ของนครปฐมนั้นมีจังหวะที่ลงตัวมากในแง่ของระยะทาง เพราะอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียงแค่ชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น ระยะทางแค่นี้ทำให้ผู้ประกอบการสหรือคนทำงานไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองถูกตัดขาดจากโลกในเมืองหลวง

คุณเบิร์ดกล่าวว่า “มันไม่ได้ไกลตัวเมือง เราอยากเข้าไปหาสิ่งจรรโลงใจในเมือง เช่น หอศิลป์ อะไรก็ตามแต่เราก็ยังเข้าได้อยู่ เพราะมันก็แค่ชั่วโมงกว่า แต่เราไม่ต้องไปใช้ชีวิตแออัดในนั้น”

ความลงตัวตรงนี้สะท้อนชัดเจนผ่านเคสของคุณเบิร์ด ที่แม้ว่าอดีตจะเป็นเด็กเมืองกรุงแท้ ๆ บ้านอยู่ย่านเจริญนครมาตั้งแต่เกิด แต่สุดท้ายหลังจากเรียนจบและเล็งเห็นโอกาสในระยะยาว เขาก็ตัดสินใจขายบ้านที่กรุงเทพฯ เพื่อมาซื้อบ้านและปักหลักทำธุรกิจอยู่ที่นี่ถาวร จนปัจจุบันเปลี่ยนบัตรประชาชนมาเป็นคนนครปฐมเต็มตัว เพราะทำเลของเมืองนี้ตอบโจทย์ทั้งในมิติของการทำงานและการใช้ชีวิตที่สมดุลได้อย่างพอดิบพอดี

  • ค่าครองชีพกำลังพอดี

อีกหนึ่งคีย์เวิร์ดสำคัญที่ช่วยต่อลมหายใจให้ธุรกิจเกิดใหม่ และทำให้คนทำงานศิลปะมี "พื้นที่หายใจ" มากกว่าการอยู่ในเมืองหลวง คือเรื่องของ ต้นทุนชีวิต นครปฐมเป็นเมืองที่มีจังหวะการใช้ชีวิตที่สงบ ร่มรื่น และไม่แออัด ซึ่งมาพร้อมกับค่าครองชีพที่เป็นมิตร ทำให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่สามารถควบคุมต้นทุนทั้งในแง่ของการทำธุรกิจและการใช้ชีวิตส่วนตัวให้อยู่ในจุดที่สมดุล

คุณเบิร์ดได้แชร์อินไซต์มุมมองเปรียบเทียบระหว่างสองเมืองไว้อย่างน่าสนใจว่า ในกรุงเทพฯ เราอาจจะทำงานได้ค่าตอบแทนที่สูง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วเป็นเงาตามตัว ทั้งค่ารถไฟฟ้า ค่าขนส่ง และค่าเช่าที่ ต่างจากที่นครปฐมที่ต้นทุนต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด

“ค่าครองชีพของที่นี่ถูกกว่า มันพอดีกับชีวิตเรา อาหารถ้าคิดไรไม่ออก เข้า ม.ศิลปากร เข้าตลาด 40 - 50 บาทก็ถือว่าเป็นหนึ่งอิ่ม ถ้าเทียบกับกรุงเทพฯ พื้นที่ตรงนี้ยังไงก็ถูกกว่า”

การที่ต้นทุนชีวิตไม่สูงมาก ทำให้คนทำธุรกิจสายครีเอทีฟที่นี่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับความกดดันทางการเงินบีบคั้นจนเกินไป พวกเขาจึงมีเวลาและสมาธิมากพอที่จะโฟกัสกับ Passion และปลุกปั้นผลงานสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องรีบเร่งรัดตัดตอนเพื่อความอยู่รอดเพียงอย่างเดียว

  • เข้าใจอินไซต์และธรรมชาติของคนในพื้นที่

แต้มต่อสำคัญของศิษย์เก่าทับแก้วที่เลือกทำธุรกิจต่อที่นี่ คือพวกเขามี "ความเข้าใจในเนเจอร์" ของลูกค้าในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาและคนเมืองนครปฐม พวกเขารู้ดีว่าคนย่านนี้ต้องการพื้นที่แบบไหน ชอบเสพไลฟ์สไตล์แบบใด ทำให้สามารถดีไซน์สินค้าและบริการออกมาได้ตอบโจทย์อย่างแม่นยำตั้งแต่เดย์วัน

สะท้อนให้เห็นชัดเจนจากธุรกิจรอบมหาวิทยาลัย เช่น "โรงเรียนสอนวาดรูปและสถาบันกวดวิชา" บนเส้นมาลัยแมน ที่ศิษย์เก่าใช้ประสบการณ์ตรงมาปั้นพอร์ตติวรุ่นน้องสอบเข้า หรือร้าน "intro.word.s" ในซอยใบเมี่ยง แฟชั่นเสื้อผ้ามือสองและของสะสมวินเทจที่เปิดขึ้นมาตอบรับเนเจอร์ความยูนิคของเด็กศิลปากรโดยเฉพาะ แม้เจ้าของจะเป็นคนใต้ที่เดินทางไป ๆ มา ๆ แต่เพราะความเข้าใจในรสนิยมของคนย่านนี้ ก็เนรมิตร้านให้กลายเป็นคอมมูนิตี้สุดชิคได้ไม่ยาก

  • ค่าเช่าที่ดินและราคาพื้นที่เอื้อต่อผู้ประกอบการใหม่

ปัจจัยสุดท้ายที่เป็นกระดูกสันหลังให้ธุรกิจสายอาร์ตอยู่รอดได้ คือ "ค่าเช่าที่ดิน" ที่ยังไม่โหดร้ายและพุ่งสูงเท่ากับกรุงเทพฯ หรือปริมณฑลโซนอื่น ข้อได้เปรียบตรงนี้ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงิน และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีเงินทุนจำกัด ได้มีพื้นที่ทดลองปล่อยของและสร้างสรรค์ไอเดียแปลกใหม่ได้อย่างเต็มที่

ชวนให้เช็คอินอีกหนึ่งพิกัดอย่าง "มาเติม คาเฟ่" คาเฟ่ทำงานศิลปะฮีลใจที่เนรมิตบ้านไม้เก่าทั้งหลังในซอกซอยให้กลายเป็นพื้นที่ระเลงสีสุดชิลล์ จุดเริ่มต้นก็เกิดจากศิษย์เก่าขับรถเล่นมาเจอทำเลที่ใช่ในราคาค่าเช่าที่จับต้องได้ จึงสามารถสร้างคาเฟ่ที่ขายอาหาร เครื่องดื่ม และอุปกรณ์ศิลปะให้คนทั่วไปมาทำเวิร์กชอปได้ในราคาที่ไม่แพง ซึ่งโปรเจกต์แบบนี้จะเกิดขึ้นได้ยากมากหากต้องแบกรับค่าเช่าตึกมหาโหดในเมืองใหญ่

ทั้ง 3 ร้านที่ย่ำย่านพาสำรวจในบทความนี้ เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น รอบรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ แห่งนี้ ยังคงอบอวลไปด้วยสถาบันกวดวิชา โรงเรียนสอนวาดรูป ร้านอาหารเก๋ ๆ ไปจนถึงสตูดิโอสร้างสรรค์ ที่ขับเคลื่อนด้วยฝีมือศิษย์ชาวทับแก้วจากทั่วประเทศ ที่เลือกจะเปลี่ยนเมืองมหาวิทยาลัยให้กลายเป็นบ้านหลังที่สอง เสน่ห์ของทับแก้วจึงไม่ใช่แค่เรื่องของทำเลหรือตัวเลขค่าครองชีพ แต่เป็นชุมชนแห่งความผูกพัน’ ส่งต่อพลังงานแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่พร้อมเปิดรับและ “โอบกอดทุกความฝันสายศิลปะ” ให้เติบโตและกลายเป็นธุรกิจที่หล่อเลี้ยงชีวิตได้จริงในโลกยุคปัจจุบัน

แชร์
ศิลปากร นครปฐม: เรียนจบ แต่ไม่จาก  ธุรกิจสายอาร์ตเติบโต