
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เขากำลังพิจารณาข้อเสนอ 14 ข้อของอิหร่าน เพื่อจะยุติสงคราม แต่ขณะเดียวกันก็เตือนว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะกลับไปเปิดฉากโจมตีทางอากาศทุกเมื่อ หากว่ารัฐบาลอิหร่าน “ทำตัวไม่ดี”
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ฟลอริดา ก่อนจะขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า เขาได้รับทราบรายละเอียดของใจความสำคัญของข้อตกลงแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อนักข่าวถามว่า จะเกิดการโจมตีอีกหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า ถ้าหากอิหร่านทำอะไรที่ไม่ดี ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการโจมตีอีกครั้ง
ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า สหรัฐฯ ได้ทำดีที่สุด และอ้างว่า อิหร่านอยู่ในภาวะสิ้นหวังอย่างรุนแรงและจำเป็นต้องเร่งหาข้อยุติ หลังประเทศได้รับความเสียหายอย่างหนักจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อนานหลายเดือน และมาตรการปิดล้อมทางทะเลที่บีบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
หลังจากนั้น ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการได้ว่า ข้อเสนอของอิหร่านจะถูกยอมรับได้ เพราะว่ารัฐบาลอิหร่านยังไม่ได้ชดใช้มากพอสำหรับสิ่งที่ทำลงไปกับประเด็นสิทธิมนุษยชน และโลกใบนี้ ตลอด 47 ปีที่ผ่านมา
รัฐบาลเสนอแผน 14 ข้อเพื่อยุติความขัดแย้ง โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเล ชดใช้ค่าเสียหายจากสงคราม และปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ทั้งหมด
แผนดังกล่าวยังเสนอกรอบเวลา 30 วันในการสรุปเงื่อนไขสันติภาพ ซึ่งแตกต่างจากท่าทีของวอชิงตันที่ต้องการกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่ยาวนานกว่า
ความเคลื่อนไหวทางการทูตนี้เกิดขึ้น ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงเปราะบางที่ดำเนินมาได้ 3 สัปดาห์ ซึ่งทำให้การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการหยุดยิง กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่ายังคงอยู่ในภาวะพร้อมรบเต็มรูปแบบ โดยให้เหตุผลว่า สหรัฐฯ ขาดความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติตามข้อตกลงที่ผ่านมา
ความตึงเครียดยิ่งทวีขึ้น หลังทรัมป์กล่าวถึงมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ว่าเป็นธุรกิจที่ทำกำไรอย่างมาก
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านตอบโต้ทันที โดยระบุว่าคำพูดดังกล่าวเป็น “การยอมรับการกระทำเยี่ยงโจรสลัดอย่างชัดเจน”
ขณะเดียวกัน ทางตันในการเจรจายังซับซ้อนมากขึ้นจากอุปสรรคทางเทคนิคในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อีกครั้ง ซึ่งรวมถึงการมีอยู่ของทุ่นระเบิดทางทะเลของอิหร่าน รวมถึงความร้าวฉานกับพันธมิตรนาโต หลังทรัมป์ตัดสินใจถอนทหารสหรัฐฯ 5,000 นายออกจากเยอรมนี