
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ เผชิญการซักถามจากสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกต่อสาธารณะ เกี่ยวกับสงครามสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน
ตลอดหลายชั่วโมงของการให้การที่ตึงเครียด รมต.โหมของสหรัฐฯ เฮกเซธ หลีกเลี่ยงการตอบคำถามเกี่ยวกับเป้าหมายระยะยาวและกรอบเวลาของสงคราม ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
เป็นครั้งแรกที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขต้นทุนของสงครามอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 25,000 ล้านดอลลาร์ โดยเฮกเซธออกมาปกป้องนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างแข็งกร้าวในบางช่วง พร้อมทั้งสนับสนุนคำของบประมาณกลาโหมระดับประวัติการณ์ที่ทำเนียบขาวเสนอไว้สูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์
คำให้การดังกล่าวมีขึ้นไม่นานหลังสงครามกับอิหร่านผ่านหลักสองเดือน โดยการสู้รบส่วนใหญ่หยุดชะงักตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน หลังสหรัฐฯ ใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงย้ำหลายครั้งว่า หากการเจรจาหยุดยิงที่ชะงักงันไม่คืบหน้า สหรัฐฯ ก็พร้อมกลับมาใช้ปฏิบัติการโจมตีอีกครั้ง โดยโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อเช้าวันพุธว่า “จะไม่มี ‘สุภาพบุรุษใจดี’ อีกต่อไป”
การไต่สวนในสภาคองเกรสตึงเครียดขึ้นทันทีเมื่อเข้าสู่ประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยเฮกเซธต้องเผชิญการซักถามอย่างหนักเกี่ยวกับเป้าหมายของสงคราม
อดัม สมิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งในคำกล่าวของเฮกเซธ ที่ก่อนหน้านี้ระบุว่า โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน “ถูกทำลายสิ้น” หลังสงคราม 12 วันในปี 2025 แต่ขณะเดียวกันก็กล่าวว่าโครงการดังกล่าวเป็น “ภัยคุกคามเร่งด่วน” ก่อนหน้าสงครามครั้งล่าสุด
“เมื่อ 60 วันก่อน คุณบอกว่าเราต้องเริ่มสงครามเพราะภัยนิวเคลียร์กำลังใกล้เข้ามา แต่ตอนนี้คุณบอกว่ามันถูกทำลายหมดแล้ว” สมิธกล่าว “ในความเป็นจริง โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านก็ยังเหมือนเดิมก่อนสงครามจะเริ่ม”
เฮกเซธตอบโต้ว่า “โครงสร้างของพวกเขาถูกโจมตีและทำลาย แต่ความทะเยอทะยานยังคงอยู่ และพวกเขากำลังสร้างเกราะป้องกันในรูปแบบกองกำลังแบบดั้งเดิม”
อีกช่วงหนึ่งของการไต่สวนที่ดุเดือดเกิดขึ้นเมื่อ John Garamendi เรียกสงครามครั้งนี้ว่าเป็น “หล่ม” และ “หายนะทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจในทุกมิติ”
เฮกเซธแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน พร้อมกล่าวหาว่าสมาชิกรายนี้กำลัง “ส่งต่อโฆษณาชวนเชื่อให้กับศัตรู”
“ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของเราในตอนนี้ คือถ้อยคำที่ไร้ความรับผิดชอบ อ่อนแอ และยอมแพ้ ของสมาชิกเดโมแครตในสภา รวมถึงรีพับลิกันบางส่วน” เขากล่าว
เฮกเซธยังยืนยันว่า รัฐบาลของทรัมป์ ได้พิจารณาทุกมิติแล้วต่อความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ช่องแคบยุทธศาสตร์แห่งนี้ถือเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก และกลายเป็นหนึ่งใน “แต้มต่อ” สำคัญของเตหะรานในสงครามครั้งนี้
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถามคือ คำกล่าวในอดีตของเฮกเซธที่ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ จะ “ไม่ไว้ชีวิต ไม่มีความปรานีต่อศัตรู”
เมื่อถูกถามว่าเขายังยืนยันคำพูดนั้นหรือไม่ เฮกเซธตอบว่า “กระทรวงสงครามมีหน้าที่ต่อสู้เพื่อชัยชนะ และเราต้องทำให้ทหารของเรามีกฎการปะทะที่ทำให้ปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”
ด้านโร คานนา ตั้งคำถามถึงการโจมตีของสหรัฐฯ ต่อโรงเรียนในเมืองมินาบ ซึ่งทำให้เด็กเสียชีวิตอย่างน้อย 120 คน
“การโจมตีโรงเรียนอิหร่านที่มีเด็กเสียชีวิตนั้น ใช้เงินภาษีประชาชนอเมริกันไปเท่าไร?” เขาถาม
เฮกเซธตอบเพียงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และ “ไม่ควรนำมาเชื่อมโยงกับตัวเลขต้นทุน”
ขณะเดียวกันซารา จาค๊อบ ถามว่า คำขู่ของทรัมป์ที่จะ “ทำลายอารยธรรมทั้งมวล” ของอิหร่านสะท้อนถึงความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งหรือไม่
เฮกเซธตอบโต้ทันทีว่า ทรัมป์คือ “ผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่เฉียบคมและมีวิสัยทัศน์ที่สุดในรอบหลายชั่วอายุคน”