
สงครามใกล้จบแล้วจริงหรือไม่? เมื่อทรัมป์ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อสัญชาติอเมริกันว่า สงครามอิหร่านอาจกำลังจบลงเร็ว ๆ นี้ แต่บอกด้วยว่า ถึงสงครามจะจบ แต่อิหร่านคงต้องใช้เวลานานถึง 20 ปี กว่าจะฟื้นฟูประเทศขึ้นมาได้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ Fox News สื่ออเมริกันว่า สงครามอิหร่านอาจกำลังจบลงเร็ว ๆ นี้
“ผมคิดว่ามันใกล้จบลงแล้ว ผมหมายความว่า ผมมองว่ามันใกล้มากแล้วที่จะจบลง”
ทรัมป์ยังให้ส้มภาษณ์อีกด้วยว่า ถ้าหากเขาไม่ทำสงครามกับอิหร่าน อิหร่านก็อาจจะมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครองแล้วตอนนี้
เขากล่าวว่า “และถ้าพวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์ คุณคงต้องเรียกทุกคนที่นั่นว่า ‘ท่าน’ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากทำ”
ทรัมป์ยังระบุว่า สงครามอาจยุติลงในเร็ววัน พร้อมประเมินว่า อิหร่านอาจต้องใช้เวลานานถึง 20 ปีในการฟื้นฟูประเทศ จากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล
“และเรายังไม่จบ” เขากล่าว “ต้องรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ผมคิดว่าพวกเขาต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก”
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ International Atomic Energy Agency หรือทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ ระบุว่า ยังไม่พบหลักฐานว่าอิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์แต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากอิสราเอลและเลบานอนจัดการเจรจาโดยตรงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1983 โดยการพบปะมีขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยทั้งสองฝ่ายหารือนานกว่า 2 ชั่วโมง ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ
การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ในเลบานอน และสั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 8 เมษายน ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ฝ่ายอิหร่านและปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ยืนยันว่า เลบานอนเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าว ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโต้แย้งว่าไม่ได้รวมอยู่ในข้อตกลง
ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายมีจุดยืนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยอิสราเอลปฏิเสธที่จะพูดคุยเรื่องการหยุดยิงกับเลบานอน และเรียกร้องให้รัฐบาลเบรุตปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์แทน
ด้านเลบานอนเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้ง ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 2,124 คน และมีผู้พลัดถิ่นมากกว่า 1.1 ล้านคนภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม หลังการเจรจา ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงท่าทีเชิงบวกต่อการพูดคุยครั้งนี้
แต่ถึงกระนั้น การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างหนัก โดยฮิซบอลเลาะห์แสดงจุดยืนคัดค้านการเจรจาโดยตรง และไม่ได้เข้าร่วมการหารือดังกล่าว ขณะที่มีรายงานข่าวระบุว่า กลุ่มติดอาวุธดังกล่าวได้เพิ่มการโจมตีทางตอนเหนือของอิสราเอลทันทีที่การเจรจาเริ่มต้นขึ้น
โดยนับตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน ไม่นานหลังมีการประกาศข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน อิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศมากกว่า 100 ครั้งทั่วเลบานอน รวมถึงในใจกลางกรุงเบรุต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 350 คน นับเป็นหนึ่งในวันที่นองเลือดที่สุดของสงครามอิสราเอล–เลบานอนในระยะนี้