
ภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่งจะสงบสุขได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมงดี การโจมตีก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง และนำไปสู่การที่อิหร่านประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงสันติภาพที่ทำร่วมกับสหรัฐฯ
การโจมตีที่สั่นสะเทือนข้อตกลงดังกล่าวคือการที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีเลบานอนอย่างรุนแรง โดยทั้งสองประเทศมีพรมแดนติดกัน และก่อนที่สงครามอิหร่านจะเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศก็มีความขัดแย้งกันก่อนแล้ว
Spotlight พาไปดูว่าการโจมตีล่าสุดต่อเลบานอนของอิสราเอลสร้างความเสียหายขนาดไหน เพราะมีจำนวนผู้เสียชีวิตจำนวนมาก มากที่สุดจากการโจมตีในหนึ่งวัน รวมถึงไปย้อนดูประวัติศาสตร์ว่าอิสราเอลและเลบานอนมีความขัดแย้งกันเรื่องอะไร
สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า นี่น่าจะเป็นการโจมตีที่มีความเสียหายเกิดขึ้นมากที่สุด นับตั้งแต่อิสราเอลโจมตีเลบานอนมา โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 254 ราย และกว่า 1,160 คน ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม เกรงว่า ยอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก หลังมีการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในซากปรักหักพังของอาคารหลังการโจมตี ซึ่งถือว่าเป็นการยกระดับการโจมตีครั้งใหญ่ นับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มเปิดฉากโจมตีเลบานอนด้วยเมื่อช่วงเดือนที่แล้ว
สหรัฐฯ และอิสราเอลจับมือกันในการโจมตีอิหร่าน และอิสราเอลระบุว่า การโจมตีเลบานอนเกิดขึ้นเพื่อทำลายกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่อิหร่านให้การสนับสนุน
อย่างไรก็ตาม การโจมตีครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงที่จะหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์
เมื่อมีการสอบถามโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทรัมป์ระบุว่า เลบานอนเป็นการปะทะกันอีกหนึ่งแนวรบ ไม่ได้เกี่ยวกัน และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลก็ออกมาอ้างว่า ข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ ทำกับอิหร่าน ไม่ได้รวมเลบานอนเข้าไปด้วย และอิสราเอลยังมีเป้าหมายอีกมากที่ต้องการบรรลุ พร้อมเตือนว่า อิสราเอลพร้อมทุกเมื่อที่จะทำสงคราม
ดาเนีย อาริสซี นักวิเคราะห์อาวุโสแห่งสถาบันยุทธศาสตร์และนโยบายนิวไลน์ ให้สัมภาษณ์กับอัลจาซีราว่า เนทันยาฮูต้องการอาศัยช่วงสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน เพื่อหวังบรรลุเป้าหมายของปฏิบัติการในเลบานอน
หากจะย้อนอดีตกลับไปแล้ว เราจะพบว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล และ เลบานอน ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2024–2026 โดยเฉพาะจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มติดอาวุธในเลบานอนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
กองทัพอิสราเอลระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามจากฮิซบอลเลาะห์ และรักษาความมั่นคงบริเวณชายแดนทางตอนเหนือ หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดปะทุขึ้นอย่างหนักตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 ซึ่งกลุ่มฮามาสบุกเข้าพรมแดนเข้าก่อเหตุความรุนแรงในอิสราเอล และหลังจากนั้น สงครามกาซาก็ปะทุขึ้น อิสราเอลก็ยกระดับการโจมตีเลบานอน
แท้จริงแล้ว รากเหง้าของความขัดแย้งนี้ต้องย้อนกลับไปหลายทศวรรษ นับตั้งแต่หลังเหตุการณ์ Black September ในช่วงทศวรรษ 1970 เมื่อกลุ่ม องค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ ย้ายฐานปฏิบัติการมายังเลบานอน และเริ่มโจมตีข้ามพรมแดนเข้าสู่อิสราเอล นำไปสู่การบุกโจมตีของอิสราเอลในปี 1978 และ 1982
การรุกรานครั้งใหญ่ในปี 1982 ทำให้อิสราเอลเข้ายึดครองพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนยาวนานถึง 18 ปี จนถึงปี 2000 ซึ่งช่วงเวลานี้เองได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การก่อตั้งของ เฮซบอลเลาะห์
แม้อิสราเอลจะถอนกำลังออกจากเลบานอนในปี 2000 แต่ความขัดแย้งยังไม่สิ้นสุด และปะทุขึ้นอีกครั้งใน สงครามเลบานอน 2006 ก่อนจะกลับมารุนแรงอีกระลอกหลังปี 2023 โดยเฉพาะเมื่อฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดข้ามพรมแดนเข้าสู่อิสราเอล
ในช่วงปี 2024–2026 อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ รวมถึงพื้นที่ชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานและฐานที่มั่นของฮิซบอลเลาะห์ พร้อมทั้งเริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินในเลบานอนตั้งแต่ปี 2024 และยังคงเดินหน้าสู้รบ แม้ในช่วงเวลาที่แนวรบอื่นมีการเจรจาหยุดยิง