Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทำไมสหรัฐฯ–อิหร่านหยุดยิง? เศรษฐกิจทรุด-ยอดตายพุ่ง  ทำให้ไม่คุ้มแล้ว?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ทำไมสหรัฐฯ–อิหร่านหยุดยิง? เศรษฐกิจทรุด-ยอดตายพุ่ง ทำให้ไม่คุ้มแล้ว?

8 เม.ย. 69
13:21 น.
แชร์

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย หลังนักวิเคราะห์มองว่า แรงกดดันทางเศรษฐกิจ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทรัมป์ต้องเปลี่ยนจากความแข็งกร้าว สู่การ “ประกาศชัยชนะแล้วถอย” เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่รุนแรงกว่านี้

Alan Eyre นักการทูตและผู้เชี่ยวชาญจาก Middle East Institute ให้สัมภาษณ์ว่า ทรัมป์อาจกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงคราม โดยเฉพาะความเสี่ยงที่อิหร่านจะใช้จุดยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือกดดันตลาดพลังงานโลก เขามองว่า การถอยจากท่าทีขู่ใช้กำลังรุนแรงก่อนหน้านี้ เป็นสัญญาณเชิงบวก และอาจนำไปสู่เส้นทางออกแบบการรักษาหน้าของทุกฝ่าย ขณะที่สถานการณ์ยังไม่เข้าสู่ความสงบเต็มรูปแบบ

สหรัฐฯ เสียหายจากอากาศยานรบหนักแค่ไหน? ต้นทุนที่มองไม่เห็นของสงครามอิหร่าน

อีกด้านที่เริ่มชัดขึ้นจากสมรภูมิอิหร่าน คือ “ต้นทุนด้านอากาศยาน” ของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และกำลังกลายเป็นภาระทางเศรษฐกิจโดยตรง

รายงานล่าสุดชี้ว่า สหรัฐฯ สูญเสียอากาศยานหลายประเภทตั้งแต่เครื่องบินขับไล่ เฮลิคอปเตอร์ ไปจนถึงโดรนและเครื่องสนับสนุนภารกิจพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินขับไล่อย่าง F-15E, เครื่องบินโจมตี A-10, เฮลิคอปเตอร์ Black Hawk, เครื่องบินลำเลียง MC-130J รวมถึงโดรน MQ-9 Reaper จำนวนมาก

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียง “ยุทโธปกรณ์” แต่คือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงมากในเชิงงบประมาณ โดยเครื่องบินขับไล่หนึ่งลำอาจมีมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ ขณะที่ระบบสนับสนุนและเทคโนโลยีที่ติดตั้งยิ่งเพิ่มต้นทุนเข้าไปอีก หรือแม้แต่โดรนที่แม้ต่อหน่วยราคาถูกกว่าเครื่องบินรบ แต่เมื่อรวมจำนวนก็กลายเป็นต้นทุนสะสมระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์

ข้อมูลล่าสุดยังชี้อีกว่า ทำเนียบขาวใช้งบประมาณสงครามสูงถึงเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน (ประมาณ 32,000 ล้านบาท) และกำลังเตรียมขออนุมัติงบเพิ่มเติมอีก 200,000 ล้านดอลลาร์จากสภาคองเกรส สะท้อน “ต้นทุนการทหาร” ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เศรษฐกิจโลกสั่นสะเทือน: สงครามตะวันออกกลางดัน GDP ดิ่ง เสี่ยงถดถอยเป็นลูกโซ่

หลังเพียง 1 เดือนของความขัดแย้ง ผลกระทบได้ลุกลามเกินระดับภูมิภาคสู่การเป็น “ช็อกเศรษฐกิจโลก” อย่างเต็มรูปแบบ โดยประเทศในแนวหน้าอย่างอิหร่าน, อิสราเอล และอิรักเผชิญ GDP ติดลบรุนแรง ขณะที่แรงกระแทกได้ส่งต่อไปยังเศรษฐกิจหลักรอบข้าง เช่น ประเทศตุรกี และอียิปต์ทำให้ภาพรวมภูมิภาคมีแนวโน้มหดตัว -4% จนถึง -7% ภายในเดือนเดียว และอาจลึกถึง -12% หากยืดเยื้อ

แรงกดดันดังกล่าวกำลังส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจโลกผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ราคาพลังงานที่พุ่งสูง ห่วงโซ่อุปทานที่สะดุด และเงินเฟ้อที่เร่งตัว ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงภาวะถดถอยในหลายประเทศพร้อมกัน

ภาพรวมจึงชัดเจนว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตะวันออกกลาง แต่กำลังพัฒนาเป็นบททดสอบเศรษฐกิจโลกที่กดดันการเติบโตทั่วโลก และอาจเร่งให้เศรษฐกิจหลายประเทศเข้าสู่ภาวะชะลอตัวพร้อมกันในระยะเวลาอันสั้น

ยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง: สงครามอิหร่านลากภูมิภาคสู่ “ต้นทุนมนุษย์” ที่เพิ่มไม่หยุด

อีกด้านที่สะท้อนความรุนแรงของสงคราม คือ “ตัวเลขผู้เสียชีวิต” ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และกำลังกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของต้นทุนความขัดแย้งในระดับภูมิภาค โดยข้อมูลจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่าภาพรวมความสูญเสียจากสงครามอิหร่านเริ่มชัดขึ้นในเชิงตัวเลขตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 3,756 ราย (เฉพาะในประเทศอิหร่านมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 ราย) และบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 38,825 ราย ครอบคลุมหลายประเทศ โดยมีเด็กอย่างน้อย 244 คน

สงครามครั้งนี้อาจไม่ได้ตัดสินด้วยอาวุธเพียงอย่างเดียว แต่ “เศรษฐกิจโลก” และ “ต้นทุนมนุษย์” กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญ ที่บีบให้มหาอำนาจต้องคิดใหม่ว่าจะเดินเกมต่อ หรือพอแค่นี้

แชร์
ทำไมสหรัฐฯ–อิหร่านหยุดยิง? เศรษฐกิจทรุด-ยอดตายพุ่ง  ทำให้ไม่คุ้มแล้ว?