Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
มองโกเลีย ถังขยะ EV? รับซื้อรถมือสองแบตฯ ใกล้หมด หวังรักษ์โลกแต่ผิดคาด
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

มองโกเลีย ถังขยะ EV? รับซื้อรถมือสองแบตฯ ใกล้หมด หวังรักษ์โลกแต่ผิดคาด

7 เม.ย. 69
16:02 น.
แชร์

ขี่ ‘พรีอุส’ ต้อนสัตว์ในมองโกเลีย

ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัดและภูมิประเทศที่ยากลำบากของมองโกเลีย ยานพาหนะดั้งเดิมอย่างม้าและรถจักรยานยนต์กำลังถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ไฮบริดอย่าง “โตโยต้าพรีอุส” ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำปศุสัตว์ของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์เร่ร่อนทั่วประเทศ ด้วยจุดเด่นด้านความทนทานต่ออุณหภูมิติดลบ อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ต่ำ และอะไหล่ที่หาได้ง่ายในราคาประหยัด

“โดยพื้นฐานแล้ว ถ้าเราไม่มีรถจักรยานยนต์อยู่แถวนี้ เราก็แค่ใช้ ‘โตโยต้าพรีอุส’ นี่แหละ” นัมนันสุเรน คนเลี้ยงสัตว์รุ่นใหม่ในมองโกเลียเล่าอธิบายขณะขับรถไปตามพื้นที่โล่งกว้างของทุ่งหญ้าสเตปป์ เพื่อต้อนสัตว์ให้รวมกลุ่มกัน “ในฤดูหนาว ถ้าลูกม้าหรือวัวป่วย เราก็แค่ผูกขาพวกมันเข้าด้วยกัน พับเบาะหลังรถลง แล้วก็ยกพวกมันขึ้นรถไปเลย” เขาชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของการใช้รถไฮบริดแทนการขี่ม้าต้อนสัตว์แบบดั้งเดิม

ข้อมูลจากกระทรวงคมนาคมและการพัฒนาถนนของมองโกเลียระบุว่า ปัจจุบันรถยนต์ไฮบริดมีสัดส่วนสูงถึง 45% ของจำนวนรถทั้งหมด 1.5 ล้านคันทั่วประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นรถที่นำเข้าจากญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่พุ่งสูงนี้สะท้อนถึงปัญหาที่ซ่อนอยู่ เนื่องจากรถส่วนใหญ่เป็นรถ "ใกล้หมดอายุการใช้งาน" ที่ถูกประมูลออกมาหลังจากระยะรับประกันแบตเตอรี่ในประเทศญี่ปุ่นสิ้นสุดลง

เมื่อเทคโนโลยีที่เคยถูกมองว่า สะอาด ต้องมาเผชิญกับถนนที่ทุรกันดารและอากาศที่หนาวสุดขั้ว แบตเตอรี่ไฮบริดเหล่านั้นจึงพังทลายลงอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นขยะอันตรายที่ไม่มีระบบกำจัดรองรับอย่างถูกต้อง เหตุใดประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่และเปราะบางทางนิเวศวิทยาเช่นนี้ ถึงยอมเปิดประตูรับรถมือสองคุณภาพต่ำจากญี่ปุ่นเข้ามาเป็นจำนวนมหาศาล และอะไรคือปัจจัยบีบคั้นที่ทำให้ชาวมองโกเลียมองว่า รถเหล่านี้คือทางเลือกที่ดีที่สุด?

ทำไมรถไฮบริดมือสองคือคำตอบเดียวของมองโกเลีย?

เบื้องหลังการทะลักเข้ามาของรถยนต์ไฮบริดจากญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่เรื่องความชอบส่วนตัว แต่คือผลลัพธ์จากราคาที่ถูกจนปฏิเสธไม่ลงและวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่บีบคั้น สำนักข่าว CNA รายงานบทวิเคราะห์เจาะลึกวิกฤตรถยนต์ไฮบริดล้นทะลักในมองโกเลีย โดยสรุปเป็นปัจจัยดังนี้

  • สมรรถนะที่บุก-ลุยได้ในภูมิประเทศพิเศษ

รถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) ยังไม่สามารถแจ้งเกิดได้เนื่องจากขาดโครงสร้างพื้นฐานและอากาศที่หนาวจัดบั่นทอนสมรรถนะ แต่ Prius กลับทำได้ดีกว่า ซัมบู ยู-ดอน ผู้อำนวยการสมาคมผู้จำหน่ายรถยนต์แห่งมองโกเลีย (MADA) อธิบายว่า รถเหล่านี้สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าได้ในช่วงแรก และสลับไปใช้เครื่องยนต์เบนซินต่อได้อีก 800-1,000 กม. ซึ่งเหมาะกับระยะทางที่ไกลมหาศาลในมองโกเลีย

  • ราคาที่ใครก็เป็นเจ้าของได้

ข้อมูลการส่งออกในปี 2025 ระบุว่า รถ Toyota Prius อายุ 10 ปี มีราคาขาย ณ ต้นทางเพียง 3,000 ถึง 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 100,000 - 280,000 บาท) ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่ "ใคร ๆ ก็เอื้อมถึง" ต่างจากรถใหม่หรือรถยุโรปที่มีราคาสูงกว่าหลายเท่า จนกลายเป็นค่านิยมเกือบทุกคนในเมืองหลวงจะมีรถในครอบครองเกือบคนละ 2 คัน

  • ทางออกของวิกฤตมลพิษ แต่กลับสร้างมลพิษแบบใหม่

อูลานบาตอร์เป็นเมืองหลวงที่หนาวที่สุดและมีค่ามลพิษทางอากาศสูงอันดับต้น ๆ ของโลก รัฐบาลจึงจูงใจด้วยการยกเว้นภาษีศุลกากรให้รถยนต์ไฮบริด (HEV) เพื่อลดการปล่อยไอเสียจากเครื่องยนต์ที่ซ้ำเติมวิกฤตอากาศเสียของเมือง

ความย้อนแย้งคือ ในความพยายามที่จะลดมลพิษทางอากาศ มองโกเลียกลับสร้างแรงจูงใจให้เกิดการนำเข้ารถยนต์ที่ "แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ" ตั้งแต่วันแรกที่ข้ามพรมแดน เนื่องจากรถเหล่านี้ถูกประมูลมา หลังจากระยะรับประกันแบตเตอรี่สิ้นสุดลง ซึ่งหมายความว่า ชาวมองโกเลียกำลังรับเอาภาระค่าบำรุงรักษาและขยะอันตรายที่ญี่ปุ่นไม่ต้องการแล้วมาไว้ในบ้านของตัวเองเพียงเพราะ "ราคา" ที่เย้ายวนใจ

  • นโยบายที่ผ่อนปรนเกินไป

ท้ายที่สุดคือ เรื่องช่องวางทางกฎหมาย ในขณะที่อินโดนีเซียสั่งแบนรถมือสองเด็ดขาด หรือสิงคโปร์ที่มีกฎจำกัดอายุรถอย่างเข้มงวด แต่มองโกเลียเพิ่งจะเริ่มบังคับใช้กฎห้ามจดทะเบียนรถอายุเกิน 10 ปีในเมืองหลวงเมื่อต้นปี 2025 นี้เอง ทำให้รถพวงมาลัยขวาจากญี่ปุ่นที่ราคาถูกแสนไหลทะลักเข้ามาถึงปีละกว่า 120,000 คัน

ทางตันทางกฎหมาย บทเรียนประเทศผู้นำเข้ารถไฮบริด

วิกฤตที่มองโกเลียกำลังเผชิญคือ "ระเบิดเวลา" ที่สะท้อนความล้มเหลวของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดโดยไร้แผนรองรับ เนื่องจากสภาพอากาศหนาวจัดเร่งให้แบตเตอรี่ไฮบริดเสื่อมสภาพเร็วขึ้นหลายเท่า ทว่าประเทศกลับไม่มีโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ไฮบริด (NiMH) ที่ได้มาตรฐาน มีเพียงโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดทั่วไปเท่านั้น 

สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้แบตเตอรี่นับหมื่นก้อนถูกกองทิ้งกลางแจ้งตามอู่ซ่อมรถหรือฝังกลบแบบผิดกฎหมาย กลายเป็น ‘สุสานแบตเตอรี’ ซึ่งไม่มีที่ไปต่อ สุดท้ายจึงกลายเป็น ขยะอันตรายที่รอวันรั่วไหลสู่แหล่งน้ำและผืนดินในพื้นที่ห่างไกล และสร้างมลพิษให้กับประเทศในท้ายที่สุด

ขณะที่ญี่ปุ่นมีกองทุนรีไซเคิลที่เก็บจากผู้ซื้อรถใหม่ แต่ภาระผูกพันนี้จะสิ้นสุดทันทีเมื่อรถถูกส่งออกไปต่างประเทศ ขณะที่มองโกเลียเพิ่งประกาศให้การส่งออกขยะแบตเตอรี่เป็นเรื่องผิดกฎหมายในปี 2025 ประกอบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนและรัสเซียสั่งห้ามขนส่งวัตถุอันตรายผ่านแดน ขยะมีพิษจำนวนมหาศาลจึงต้องถูกกักขังอยู่ภายในมองโกเลียโดยไม่มีช่องทางกำจัดที่ถูกต้อง

บทเรียนสำคัญสำหรับประเทศที่กำลังมุ่งสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าคือ การนำเข้าเทคโนโลยีสะอาดเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องสร้างระบบจัดการขยะที่ตรวจสอบได้และครบวงจร ดังที่เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมมองโกเลียทิ้งท้ายไว้ว่า หากไม่เตรียมระบบกำจัดซากให้พร้อมก่อนเปิดรับรถยนต์เหล่านี้ สุดท้ายเราจะต้องมาวิ่งไล่ตามแก้ปัญหาที่สายเกินไป เหมือนที่มองโกเลียกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน


แชร์
มองโกเลีย ถังขยะ EV? รับซื้อรถมือสองแบตฯ ใกล้หมด หวังรักษ์โลกแต่ผิดคาด