Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Korean Desk ยกสถานีตำรวจโซลไปกัมพูชา! ผู้นำเกาหลีโพสต์ขู่เป็นภาษาเขมร
โดย : ปิยมาส วงศ์พลาดิสัย

Korean Desk ยกสถานีตำรวจโซลไปกัมพูชา! ผู้นำเกาหลีโพสต์ขู่เป็นภาษาเขมร

31 ม.ค. 69
11:10 น.
แชร์

ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ได้ออกมาเน้นย้ำคำเตือนอีกครั้งเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งพุ่งเป้าฉ้อโกงชาวเกาหลีใต้ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา นายอีได้โพสต์บน X ทั้งภาษาเกาหลีและภาษเขมร ระบุว่า "หากพวกคุณบังอาจมายุ่งกับคนเกาหลีใต้ มันจะทำลายทั้งตัวคุณและครอบครัวของคุณนี่ดูเหมือนผมพูดเล่นเหรอ? เกาหลีใต้จะกัดไม่ปล่อยจนถึงที่สุด เมื่อเราได้ให้คำมั่นสัญญาไว้แล้ว"

นอกจากนี้ เขายังแชร์บทความจากสำนักข่าวท้องถิ่น ซึ่งมีหัวข้อว่า "การบุกค้นของตำรวจ... ส่งผลให้องค์กรอาชญากรรมจีนเริ่มลังเลที่จะจ้างสมาชิกชาวเกาหลีใต้"

ท่าทีของผู้นำเกาหลีใต้ถูกมองว่า เป็นส่งสัญญาณไปยังแก๊งอาชญากรข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งจีนเทาที่สร้างศูนย์สแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา โดยหลอกลวงชาวเกาหลีใต้ให้ไปทำงานในรังสแกมเมอร์ เพื่อที่จะหลอกสูบเงินทางออนไลน์จากชาวเกาหลีใต้ด้วยกันเอง

หัวหอกสำคัญเบื้องหลังคำประกาศกร้าวนี้คือ “Korean Desk” หน่วยประสานงานพิเศษที่ทำงานเชิงรุกลึกเข้าไปถึงใจกลางสถานีตำรวจในกัมพูชา โดยเป็นการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝีมือดีจากเกาหลีใต้ไปฝังตัวและทำงานร่วมกับตำรวจท้องถิ่นแบบใกล้ชิด Spotlight ชวนเจาะลึก “ปฏิบัติการแฝงตัว Korean Desk” เบื้องลึกการทำงานของตำรวจเกาหลีใต้ในกัมพูชาที่เปลี่ยนสมรภูมิอาชญากรรมให้กลายเป็นพื้นที่ล่าผู้ร้ายของรัฐบาลโซล

จุดเริ่มต้นปฏิบัติการ Korean Desk

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคม นายอี แจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้เรียกร้องให้มีมาตรการร่วมกันจากทุกหน่วยงานภาครัฐ และสั่งการให้รัฐบาลของเขาทุ่มเทสรรพกำลังทางการทูตอย่างเต็มที่ เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมที่กระทำต่อชาวเกาหลีใต้

มีการจัดตั้ง "Korean Desk" ขึ้นในประเทศกัมพูชาเมื่อเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นศูนย์ช่วยเหลือภายในสถานีตำรวจกัมพูชา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ 7 นาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา 12 นาย ร่วมทีมกันเพื่อจัดการคดีที่เกี่ยวข้องกับพลเมืองเกาหลีใต้

โศกนาฏกรรมที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อมีการพบศพนักศึกษาชาวเกาหลีใต้เสียชีวิตอย่างมีปริศนาในกรุงพนมเปญ หลังจากถูกล่อลวงด้วยข้อเสนอ "งานรายได้สูงในต่างประเทศ" แต่กลับถูกกักขังและบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาสภายในรังสแกมเมอร์ข้ามชาติ

เหตุการณ์สลดครั้งนี้รวมถึงรายงานการทารุณกรรมและการสูญหายของพลเมืองเกาหลีอีกหลายราย ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงทำนโนบายความมั่นคงในกรุงโซล จนกลายเป็นชนวนเหตุให้รัฐบาลของนายอี แจ-มยอง ตัดสินใจประกาศมาตรการขั้นเด็ดขาดและผลักดันให้เกิดปฏิบัติการ Korean Desk อย่างเต็มรูปแบบในกัมพูชา เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปกวาดล้างขบวนการเหล่านี้ถึงถิ่นก่อนที่จะมีเหยื่อรายต่อไปต้องสังเวยชีวิต

ยกสถานีตำรวจโซลไปไว้ที่กัมพูชา

หัวใจสำคัญของ Korean Desk คือการทลายกำแพงระบบราชการที่ล่าช้า โดยการสร้างหน่วยปฏิบัติการร่วมที่เรียกว่า "Joint Command Center" ภายในสถานีตำรวจท้องถิ่นของกัมพูชา ซึ่งมีลักษณะการทำงานที่เรียกได้ว่า “ยกสถานีตำรวจกรุงโซล ไปไว้ที่กรุงพนมเปญ” แบ่งเป็นปฏิบัติการที่น่าสนใจดังนี้

การทำงานแบบโต๊ะข้างกัน (Side-by-Side Operation): เจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ 7 นาย จะนั่งทำงานในออฟฟิศเดียวกับตำรวจกัมพูชา 12 นาย แบบ "ตัวต่อตัว" เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบวินาทีต่อวินาที เมื่อตำรวจในโซลพบพิกัดจากสัญญาณ IP Address ของคนร้าย ข้อมูลจะถูกส่งตรงถึงมือเจ้าหน้าที่ในพนมเปญทันทีโดยไม่ผ่านพิธีการทางการทูตที่กินเวลานานหลายวัน

การแบ่งหน้าที่พิฆาต: ตำรวจเกาหลีใต้จะรับผิดชอบด้าน "Digital Forensics" ทั้งการเก็บหลักฐาน การค้นหา วิเคราะห์ และการนำเสนอหลักฐานทางดิจิทัล รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมอื่น ๆ เพราะมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสูงกว่า ขณะที่ตำรวจกัมพูชาจะเป็นหน่วย "Tactical" หรือชุดจู่โจมที่ถือหมายค้นและอาวุธเข้าบุกทลายแหล่งกบดานตามกฎหมายของเจ้าบ้าน

การระบุตัวตนและรวบรวมหลักฐาน (Identification & Evidence): ในวินาทีที่เข้าชาร์จ ตำรวจเกาหลีใต้จะทำหน้าที่ระบุตัวตนผู้ต้องหาทันที เพื่อป้องกันการสลับตัวหรือการอ้างว่าเป็นเหยื่อ พร้อมทั้งรีบเข้ายึดเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ไอทีเพื่อคัดลอกข้อมูลสำคัญสำหรับใช้ดำเนินคดีตามกฎหมายของเกาหลีใต้เมื่อมีการส่งตัวกลับประเทศ

ล่ามและการสื่อสารตลอด 24 ชั่วโมง: หน่วยปฏิบัติการนี้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสื่อสารกับหน่วยงานท้องถิ่น เช่น ตรวจคนเข้าเมือง เพื่อระงับการเดินทางและทำเรื่องเนรเทศอาชญากรให้กลับสู่มาตุภูมิได้อย่างรวดเร็ว

เกาหลีหลอกกันเอง สูญเงินหมื่นล้านวอน

เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา เฟซบุ๊กเพจสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ โพสต์ภาพถ่าย เผยให้เห็นผู้ต้องสงสัยชาวเกาหลีใต้ กำลังขึ้นเครื่องบินที่สนามบินนานาชาติพนมเปญในประเทศกัมพูชา เพื่อมุ่งหน้ากลับสู่เกาหลีใต้ พร้อมข้อความยืนยันว่า นี่คือการส่งตัวผู้ต้องสงสัยกลับมาดำเนินคดีที่บ้านเกิด

ข้อความในโพสต์ระบุว่า “ผู้ต้องสงสัยสัญชาติเกาหลีจำนวน 73 ราย ใช้ประเทศกัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการฉ้อโกงทรัพย์สินจากพลเมืองของเราจำนวน 869 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 4.86 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 1,200 ล้านบาท)”

สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังให้คำมั่นว่า จะยังคงดำเนินการตอบโต้ขั้นเด็ดขาด จนกว่าจะสามารถกวาดล้างอาชญากรรมต้มตุ๋น ที่มีฐานปฏิบัติการในต่างประเทศ ซึ่งมุ่งเป้าฉ้อโกงพลเมืองเกาหลีใต้ หน่วยงานตำรวจจะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ใครก็ตามที่สร้างความเสียหายให้กับพลเมืองของสาธารณรัฐเกาหลี จะต้องได้รับผิดชอบต่อการกระทำนั้นอย่างสาสมและรุนแรงที่สุด

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ระบุว่า ปฏิบัติการของ Korean Desk ช่วยให้ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ถึง 136 ราย และช่วยเหลือผู้ถูกลักพาตัวได้ 4 ราย 

ปฏิบัติการจริง สร้างผลงานต่อเนื่อง

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ปฏิบัติการ Korean Desk ได้พิสูจน์ผลงานอันโดดเด่นผ่านการกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความสำเร็จล่าสุดในการทลายรังสแกมเมอร์ ขนาดใหญ่ในกัมพูชา

นอกจากนี้ หน่วยปฏิบัติการดังกล่าวยังรุกคืบเข้าช่วยเหลือพลเมืองเกาหลีใต้หลายร้อยชีวิตที่ถูกล่อลวงไปกักขังและบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาสในฐานะ "แอดมิน" ของศูนย์คอลเซ็นเตอร์ในเมืองพนมเปญและสีหนุวิลล์ ซึ่งถือเป็นภารกิจมนุษยธรรมที่มาพร้อมกับการปราบปรามอย่างเด็ดขาด

ขณะเดียวกัน ขอบเขตการทำงานของ Korean Desk ยังแผ่ขยายครอบคลุมไปทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยมีผลงานชิ้นโบแดงในฟิลิปปินส์จากการบุกจับกุมสมาชิกระดับแกนนำของกลุ่ม "K-Mafia" และผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมรายสำคัญที่หลบหนีการตามล่าจากกรุงโซลมาซ่อนตัวในมะนิลา 

ปฏิบัติการนี้ยังรวมถึงการทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ที่มีเงินหมุนเวียนสะพัดหลายแสนล้านวอน ซึ่งใช้ฐานปฏิบัติการลับในเวียดนามและไทยเป็นศูนย์กลาง ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า Korean Desk ไม่ได้เป็นเพียงหน่วยประสานงานทั่วไป แต่คือ "เขี้ยวเล็บ" สำคัญที่รัฐบาลเกาหลีใต้ใช้ไล่ล่าอาชญากรอย่างไร้พรมแดน


แชร์
Korean Desk ยกสถานีตำรวจโซลไปกัมพูชา! ผู้นำเกาหลีโพสต์ขู่เป็นภาษาเขมร