
สหรัฐฯ เปิดเผยว่า จะระงับกระบวนการขอวีซ่าผู้อพยพจากประชาชน 75 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าปราบปรามผู้อพยพอย่างต่อเนื่อง
อัลจาซีรารายงานว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น (14 มกราคม 69) ว่า กระบวนการขอวีซ่าจะถูกระงับเอาไว้ก่อน สำหรับผู้ขอจาก 75 ประเทศ ซึ่งกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ใช้คำว่า เป็นกลุ่มประเทศที่ผู้อพยพเข้ามาใช้สวัสดิการของประชาชนชาวอเมริกันในระดับที่ยอมรับไม่ได้
การระงับดังกล่าวจะยังมีผลต่อเนื่องจนกว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะสามารถรับรองได้ว่า กลุ่มผู้อพยพใหม่ที่ขอวีซ่าจะไม่เข้ามาดูดความมั่งคั่งไปจากชาวอเมริกัน
โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การระงับกระบวนการขอวีซ่าผู้อพยพจะเริ่มขึ้นวันที่ 21 มกราคมนี้ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะระงับแค่วีซ่าผู้อพยพ และไม่บังคับใช้กับการขอวีซ่าประเภทอื่นที่ไม่ใช่วีซ่าผู้อพยพ อย่างวีซ่าท่องเที่ยวชั่วคราว หรือวีซ่าธุรกิจยังคงขอได้อยู่เช่นเดิม
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ อธิบายไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว Kobsak Pootrakool ว่า เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทรัมป์เคยโพสต์รายชื่อประเทศที่ผู้อพยพพอเข้าสหรัฐฯ มาแล้ว ต้องมาอาศัยพึ่งพาระบบสวัสดิการของสหรัฐ ในการยังชีพ โดยบางประเทศมีสัดส่วนครัวเรือน ที่ใช้สวัสดิการสหรัฐที่สูงมาก
โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ ภูฐาน 81.4%, เยเมน 75.2%, โซมาเลีย 71.9%, เกาะมาร์แชล 71.4%, สาธารณรัฐโดมินิกัน 68.1%
ประเทศไทยก็อยู่ในกลุ่มดังกล่าวด้วยในอันดับที่ 46 อยู่ที่อัตรา 36.7% หมายความว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของครัวเรือนที่ย้ายเข้าไป ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ดี ดังนั้นในท้ายที่สุดก็ขอใช้ระบบสวัสดิการต่าง ๆ ของสหรัฐอยู่ดี
ดร.กอบศักดิ์ให้ความเห็นอีกว่า ถ้าสหรัฐยังรวย มีฐานะดี เขาก็จะมองข้าม แต่ล่าสุด สหรัฐเริ่มมีหนี้มาก รัฐขาดดุลการคลังสูง ระบบสวัสดิการสังคมฐานะไม่ค่อยดี จึงพยายามปิดช่องที่เป็นรายจ่ายภาครัฐที่เขาคิดว่า ”ไม่จำเป็น“ ดังนั้น สหรัฐฯ จึงจัดการเรื่องวีซ่าของผู้อพยพ
ทรัมป์เดินหน้าปราบปรามผู้อพยพมานับตั้งแต่เขากลับเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนมกราคม ปี 2025 โดยให้คำมั่นว่าจะดำเนินการส่งตัวผู้อพยพที่ผิดกฎหมายกลับประเทศให้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ
ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศว่าจะควบคุมโครงการวีซ่าของสหรัฐฯ และยกเลิกการสมัครเข้ามาเป็นผู้อพยพในสหรัฐฯ
รัฐบาลของทรัมป์ยังส่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองติดอาวุธไปตามเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ เพื่อจับกุมและส่งตัวประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่า ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย
ขณะที่ก่อนหน้านี้เอง เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวเพิ่งประกาศว่า นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำรอบสอง รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยกเลิกวีซ่าไปแล้วกว่า 100,000 ฉบับ
ส่วนกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิเปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้วว่า รัฐบาลทรัมป์ส่งตัวประชาชนกว่า 605,000 คนออกนอกประเทศ ขณะที่อีก 2.5 ล้านคนเดินทางออกนอกสหรัฐฯ ด้วยตนเอง
Afghanistan — อัฟกานิสถาน
Albania — แอลเบเนีย
Algeria — แอลจีเรีย
Antigua and Barbuda — แอนติกาและบาร์บูดา
Armenia — อาร์เมเนีย
Azerbaijan — อาเซอร์ไบจาน
Bahamas — บาฮามาส
Bangladesh — บังกลาเทศ
Barbados — บาร์เบโดส
Belarus — เบลารุส
Belize — เบลีซ
Bhutan — ภูฏาน
Bosnia and Herzegovina — บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
Brazil — บราซิล
Myanmar — เมียนมา
Cambodia — กัมพูชา
Cameroon — แคเมอรูน
Cape Verde — เคปเวิร์ด
Colombia — โคลอมเบีย
Côte d’Ivoire — โกตดิวัวร์
Cuba — คิวบา
Democratic Republic of the Congo — สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
Dominica — โดมินิกา
Egypt — อียิปต์
Eritrea — เอริเทรีย
Ethiopia — เอธิโอเปีย
Fiji — ฟิจิ
The Gambia — แกมเบีย
Georgia — จอร์เจีย
Ghana — กานา
Grenada — เกรเนดา
Guatemala — กัวเตมาลา
Guinea — กินี
Haiti — เฮติ
Iran — อิหร่าน
Iraq — อิรัก
Jamaica — จาเมกา
Jordan — จอร์แดน
Kazakhstan — คาซัคสถาน
Kosovo — โคโซโว
Kuwait — คูเวต
Kyrgyzstan — คีร์กีซสถาน
Laos — ลาว
Lebanon — เลบานอน
Liberia — ไลบีเรีย
Libya — ลิเบีย
North Macedonia — มาซิโดเนียเหนือ
Moldova — มอลโดวา
Mongolia — มองโกเลีย
Montenegro — มอนเตเนโกร
Morocco — โมร็อกโก
Nepal — เนปาล
Nicaragua — นิการากัว
Nigeria — ไนจีเรีย
Pakistan — ปากีสถาน
Republic of the Congo — สาธารณรัฐคองโก
Russia — รัสเซีย
Rwanda — รวันดา
St Kitts and Nevis — เซนต์คิตส์และเนวิส
St Lucia — เซนต์ลูเชีย
St Vincent and the Grenadines — เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์
Senegal — เซเนกัล
Sierra Leone — เซียร์ราลีโอน
Somalia — โซมาเลีย
South Sudan — ซูดานใต้
Sudan — ซูดาน
Syria — ซีเรีย
Tanzania — แทนซาเนีย
Thailand — ไทย
Togo — โตโก
Tunisia — ตูนิเซีย
Uganda — ยูกันดา
Uruguay — อุรุกวัย
Uzbekistan — อุซเบกิสถาน
Yemen — เยเมน