
จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ รถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก - ดินแดง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 15.40 น. ที่ผ่านมา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 8 รายและบาดเจ็บอีก 32 รายนั้น
ล่าสุดเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อีกครั้ง เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kornwithoon Chantarametakul ได้โพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตถึงหนึ่งในปัจจัยที่อาจทำให้เกิดความสูญเสียชีวิตจำนวนมาก โดยระบุว่า รถโดยสารปรับอากาศ (รถเมล์ยูโรทู) มีการออกแบบระบบทางหนีฉุกเฉินและกระจกที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเอาชีวิตรอดในยามคับขัน
โดยโพสต์ดังกล่าวระบุเนื้อหาใจความสำคัญว่า รถเมล์ยูโรเป็นรถที่ออกแบบทางหนีฉุกเฉินได้ค่อนข้างยากต่อการรอดชีวิต หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนโครงสร้างพังเสียหาย จะไม่สามารถเปิดประตูได้ทัน ประกอบกับกระจกด้านข้างมีการติดสติกเกอร์โฆษณาบดบัง ทำให้ยากต่อการทุบกระจกเพื่อหนีเอาตัวรอด
พร้อมตั้งคำถามไปยังกรมการขนส่งทางบกถึงมาตรฐานการปล่อยให้รถลักษณะดังกล่าวออกมาวิ่งให้บริการประชาชนหลายร้อยคันทั่วกรุงเทพมหานคร
หลังโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก ชาวเน็ตหลายรายยอมรับว่าประเด็นเรื่อง "สติกเกอร์โฆษณาบดบัง" เป็นเรื่องจริงที่น่ากังวล เพราะนอกจากจะบังทัศนวิสัยแล้ว ในเวลาค่ำคืนหรือช่วงวิกฤตอาจทำให้ผู้โดยสารมองไม่เห็นสัญลักษณ์ทางออกฉุกเฉิน
ขณะที่บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า "ค้อนทุบกระจก" บนรถเมล์หลายคันมักจะสูญหาย หรืออยู่ในจุดที่หยิบใช้ได้ยากหากเกิดความวุ่นวายภายในรถ
บางส่วนบอกว่า รถเมล์ยูโรทูมีระบบความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล โดยระบุว่ากระจกข้างเป็น "กระจกนิรภัย" ที่ออกแบบมาให้แตกเป็นเม็ดละเอียดอยู่แล้ว ส่วนระบบประตูก็มี "วาล์วคลายลมฉุกเฉินสีแดง" อยู่เหนือประตู ซึ่งหากหมุนวาล์วนี้ก็จะสามารถใช้มือผลักประตูเปิดออกได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบไฟฟ้า เพียงแต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ไม่ทราบวิธีใช้ และไม่มีการประชาสัมพันธ์สอนวิธีเอาตัวรอดที่ชัดเจน
Advertisement