Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Everest ร้อนระอุ เชื้อเพลิง-ของเสียนักปีนเขา เทียบละลายน้ำแข็ง 2492ตัน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

Everest ร้อนระอุ เชื้อเพลิง-ของเสียนักปีนเขา เทียบละลายน้ำแข็ง 2492ตัน

4 ก.ย. 69
20:33 น.
แชร์

ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยกำลังละลายจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น แต่สำหรับธารน้ำแข็ง Khumbu บนเทือกเขา Everest ยังมีความร้อนอีกส่วนหนึ่งเกิดขึ้นโดยตรงบนพื้นที่ นั่นคือความร้อนจากกิจกรรมของมนุษย์ใน Everest Base Camp หรือค่ายพักหลักก่อนขึ้นสู่ยอด Everest

งานวิจัยล่าสุดที่ศึกษาผลกระทบของกิจกรรมมนุษย์ต่อธารน้ำแข็ง Khumbu ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Everest Base Camp ฝั่งเนปาล พบว่า ตลอดฤดูปีนเขาซึ่งกินเวลาประมาณ 50 วัน การใช้เชื้อเพลิงและของเสียจากมนุษย์สร้างพลังงานความร้อนรวมประมาณ 849,174 เมกะจูล

เมื่อเปรียบเทียบกับพลังงานที่ต้องใช้ในการละลายน้ำแข็ง ความร้อนดังกล่าวมีปริมาณเทียบเท่ากับการละลายหิมะและน้ำแข็งประมาณ 2,492 ตัน สะท้อนว่าในพื้นที่ซึ่งเปราะบางจากภาวะโลกร้อนอยู่แล้ว แม้แต่กิจกรรมประจำวันที่เกิดขึ้นในค่ายพักก็อาจกลายเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อธารน้ำแข็งได้

พื้นที่กางเต็นท์กลายเป็นเมืองชั่วคราวบนธารน้ำแข็ง

Everest Base Camp ฝั่งเนปาลตั้งอยู่บนธารน้ำแข็ง Khumbu ที่ระดับความสูงประมาณ 5,300 เมตร เดิมทำหน้าที่เป็นจุดพักสำหรับนักปีนเขาในการปรับตัวให้เข้ากับระดับความสูง เตรียมอุปกรณ์ และวางแผนก่อนเดินทางขึ้นสู่พื้นที่ที่สูงกว่า

แต่ปัจจุบัน Base Camp ไม่ได้รองรับเฉพาะนักปีนเขาเท่านั้น ตลอดช่วงฤดูปีนเขายังมีไกด์ พ่อครัว คนขนสัมภาระ และเจ้าหน้าที่สนับสนุนจำนวนมากเข้ามาอาศัยและทำงานในพื้นที่ต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์

เฉพาะฤดูใบไม้ผลิปี 2026 เนปาลออกใบอนุญาตขึ้น Everest ให้แก่นักปีนเขา 495 คนจาก 56 ประเทศ ขณะที่ข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยวเนปาลระบุว่า มีไกด์และเจ้าหน้าที่สนับสนุนมากกว่า 1,000 คนขึ้นถึงยอดเขาในฤดูกาลดังกล่าวด้วย

เมื่อจำนวนคนและความต้องการเพิ่มขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน Base Camp ก็ขยายตัวตามไปด้วย จากพื้นที่กางเต็นท์ขั้นพื้นฐาน กลายเป็นค่ายพักที่มีทั้งไฟฟ้า เครื่องทำความร้อน น้ำอุ่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง คาเฟ่ และโทรทัศน์ขนาดใหญ่ บางเต็นท์มีแม้กระทั่งระบบทำความร้อนใต้พื้น

ความสะดวกสบายเหล่านี้ต้องแลกมาด้วยการใช้พลังงานจำนวนมาก และเมื่อกิจกรรมทั้งหมดเกิดขึ้นบนตัวธารน้ำแข็งโดยตรง ความร้อนจากการดำเนินชีวิตจึงไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกถ่ายเทลงสู่พื้นที่โดยรอบ

เชื้อเพลิงในค่ายพักสร้างความร้อนเทียบเท่าน้ำแข็ง 2,338 ตัน

งานวิจัยซึ่งเก็บข้อมูลในฤดูปีนเขาปี 2023 พบว่า ตลอดระยะเวลาประมาณ 50 วัน Everest Base Camp มีเต็นท์ตั้งอยู่ราว 1,600 หลัง และมีการใช้เชื้อเพลิงหลายประเภทเพื่อทำอาหาร ให้ความร้อน และผลิตกระแสไฟฟ้า

ปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ประกอบด้วยก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือ LPG จำนวน 824 ถัง น้ำมันก๊าดประมาณ 18,935 ลิตร และน้ำมันเบนซินมากกว่า 5,130 ลิตร

เฉพาะความร้อนจากการใช้เชื้อเพลิงเหล่านี้ นักวิจัยประเมินว่ามีพลังงานเทียบเท่ากับการละลายหิมะและน้ำแข็งประมาณ 2,338 ตัน กลายเป็นแหล่งความร้อนหลักจากกิจกรรมของมนุษย์ภายใน Base Camp

แม้แต่ ‘ปัสสาวะ’ ก็กลายเป็นแหล่งความร้อน

อีกปัจจัยหนึ่งที่นักวิจัยนำมาคำนวณคือปัสสาวะจากผู้คนใน Base Camp ซึ่งมีปริมาณมากกว่า 6,000 ลิตรต่อวัน ในช่วงฤดูปีนเขา

เนื่องจากพื้นที่สูงมีอากาศแห้ง นักปีนเขาจึงต้องดื่มน้ำมากเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ แม้ระบบจัดการของเสียภายในค่ายจะสามารถขนของเสียที่เป็นของแข็งออกจากพื้นที่ได้บางส่วน แต่ปัสสาวะจำนวนมากยังถูกปล่อยลงบนธารน้ำแข็งโดยตรง

เมื่อของเหลวซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่าน้ำแข็งสัมผัสกับพื้นผิว ความร้อนจะถูกถ่ายเทลงสู่ธารน้ำแข็ง นักวิจัยประเมินว่าเฉพาะความร้อนจากปัสสาวะมีพลังงานเทียบเท่ากับการละลายหิมะและน้ำแข็งประมาณ 154 ตันต่อฤดูกาล

เมื่อนำไปรวมกับความร้อนจากการใช้เชื้อเพลิง จึงได้ปริมาณความร้อนรวมเทียบเท่ากับการละลายหิมะและน้ำแข็งประมาณ 2,492 ตัน ภายในฤดูปีนเขาเพียงประมาณ 50 วัน

Base Camp อุ่นเร็วกว่าพื้นที่โดยรอบเกือบสองเท่า

การวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียม Landsat ย้อนหลังตั้งแต่ปี 1991-2023 ยังพบว่า อุณหภูมิพื้นผิวบริเวณ Everest Base Camp เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 0.28 องศาเซลเซียสต่อปี หรือเกือบสองเท่าของอัตราการอุ่นขึ้นที่ตรวจพบในพื้นผิวธารน้ำแข็ง Khumbu บริเวณใกล้เคียง

ข้อค้นพบนี้ทำให้นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า การรวมตัวของผู้คน การใช้พลังงาน และกิจกรรมจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน อาจกำลังเพิ่มความร้อนเฉพาะจุดบริเวณ Base Camp

ที่สำคัญ ตัวเลขพลังงานความร้อนในการศึกษาครั้งนี้ยังไม่รวมความร้อนจากกิจกรรมบางประเภท เช่น การใช้เฮลิคอปเตอร์ ความร้อนจากร่างกายมนุษย์ และความร้อนจากจามรีที่ใช้ขนสัมภาระ ผลกระทบที่แท้จริงจากกิจกรรมภายใน Base Camp จึงอาจสูงกว่าที่ตัวเลขปัจจุบันสะท้อน

การปีน Everest ไม่ได้มีแค่ต้นทุนต่อธรรมชาติ แต่ยังเป็นรายได้ของเนปาล

แม้จำนวนผู้คนและกิจกรรมบน Everest จะสร้างแรงกดดันต่อพื้นที่มากขึ้น แต่การแก้ปัญหาไม่ง่ายเพียงแค่ลดหรือห้ามนักปีนเขา เพราะการปีนภูเขาเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญของเนปาล

ในฤดูใบไม้ผลิปี 2026 มีนักปีนเขารวม 1,195 คน ได้รับใบอนุญาตขึ้นภูเขา 31 แห่งทั่วประเทศ ขณะที่รัฐบาลเนปาลจัดเก็บค่าภาคหลวงจากการปีนเขาได้ประมาณ 1.26 พันล้านรูปีเนปาล โดย Everest เป็นภูเขาที่สร้างรายได้ในสัดส่วนมากที่สุด

รายได้จากการปีนเขาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงค่าภาคหลวงของรัฐบาล แต่ยังกระจายไปยังไกด์ บริษัททัวร์ คนขนสัมภาระ ธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร และกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวบนภูเขา

อย่างไรก็ตาม เมื่อธารน้ำแข็งละลาย บางลง และเคลื่อนตัว พื้นผิวจะมีความไม่มั่นคงมากขึ้นและเกิดรอยแยก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อทั้งนักปีนเขาและเจ้าหน้าที่ที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว ปัญหานี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้คนด้วย

นักวิจัยจึงเสนอให้พิจารณาย้าย Base Camp ไปยังพื้นที่ทางเลือกซึ่งตั้งอยู่บนพื้นดินที่มีเสถียรภาพมากกว่า แทนการตั้งค่ายพักอยู่บนตัวธารน้ำแข็งโดยตรง

สิ่งที่เกิดขึ้นบน Everest สะท้อนโจทย์ซึ่งพื้นที่ธรรมชาติหลายแห่งทั่วโลกกำลังเผชิญ เมื่อสถานที่ที่เคยเข้าถึงได้ยากสามารถรองรับผู้คนจำนวนมากขึ้น ความต้องการด้านพลังงาน การเดินทาง อาหาร น้ำ ที่พัก และการจัดการของเสียก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ข้อค้นพบนี้ไม่ได้หมายความว่านักปีนเขาคือต้นเหตุหลักที่ทำให้ Everest ละลาย แต่ชี้ให้เห็นว่า ในพื้นที่ซึ่งเปราะบางจากภาวะโลกร้อน แม้แต่ความร้อนจากกิจกรรมประจำวันของมนุษย์ก็อาจกลายเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมที่ไม่ควรมองข้าม

โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การจัดการการท่องเที่ยวให้รายได้และอาชีพยังเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมกับลดภาระที่ตกอยู่กับธรรมชาติ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ธารน้ำแข็งและระบบนิเวศบน Everest ก็คือต้นทุนสำคัญที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเหล่านี้ดำรงอยู่ได้ตั้งแต่แรก

อ้างอิง : Regional Environmental Change, Radio Nepal, The Asia Business Daily

แชร์
Everest ร้อนระอุ เชื้อเพลิง-ของเสียนักปีนเขา เทียบละลายน้ำแข็ง 2492ตัน