Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ซูเปอร์เอลนีโญ วิกฤตท่องเที่ยวเอเชีย กรุงเทพฯ เจอร้อน วิกฤตอากาศ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ซูเปอร์เอลนีโญ วิกฤตท่องเที่ยวเอเชีย กรุงเทพฯ เจอร้อน วิกฤตอากาศ

8 พ.ค. 69
21:59 น.
แชร์

ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญในปี 2569 กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเอเชีย หลังหลายประเทศต้องเผชิญอุณหภูมิสูงผิดปกติ ภัยแล้งรุนแรง และคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ จนนักท่องเที่ยวเริ่มหลีกเลี่ยงการเดินทาง

หลายเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย กำลังเผชิญคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี โดยอุณหภูมิพุ่งสูงจนกระทบต่อกิจกรรมกลางแจ้ง การเดินทาง และธุรกิจท่องเที่ยว

นอกจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดแล้ว หลายพื้นที่ยังเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำจากภัยแล้ง ส่งผลให้โรงแรม รีสอร์ต และสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งต้องจำกัดการใช้น้ำ ขณะที่ปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศก็ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงเกินมาตรฐาน

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ อาจกระทบรายได้จากการท่องเที่ยวของหลายประเทศในเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากนักท่องเที่ยวเริ่มเปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปยังประเทศที่มีสภาพอากาศเหมาะสมกว่า

SPOTLIGHT จะพาไปดูกันว่าซูเปอร์เอลนีโญส่งผลกับใครบ้างในเอเชีย? แล้วประเทศไทยจะต้องรับมือกันยังไง?

อะไรคือ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’

เอลนีโญ เป็นปรากฎการณ์สภาพภูมิอากาศตามธรรมชาติที่อยู่ในระบบความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ ซึ่งปกติแล้วกระแสลมสินค้าจะพัดจากตะวันออกไปตะวันตก แต่เอลนีโญคือ ปรากฏการณ์ที่กระแสลมนี้อ่อนลง หรือเปลี่ยนทิศทาง ทำให้กระแสน้ำอุ่นบริเวณผิวน้ำถูกพัดไปทางตะวันออกแทน ทำให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบริเวณตอนกลาง และตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนอุ่นขึ้นวก่าปกติ

‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ ถูกนำมาใช้เพื่อเรียกเหตุการณ์เอลนีโญที่รุนแรงเป็นพิเศษ โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลจะพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย  ซึ่งเหตุการณ์ระดับนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งนับตั้งแต่ปี 2493 แต่ในปี 2569 นี้นั้น มีรายงานว่า การอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็วของมหาสมุทรแปซิฟิกได้มีการเปลี่ยนทิศทางความชื้น และสูงเกินกว่าค่าเฉลี่ย ทำให้เกิดภัยแล้งรุนแรงในอินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยคาดว่า อุณหภูมิที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยนี้จะลากยาวไปถึงปี 2570 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณสุข และประสบการณ์การเดินทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

แล้วในเอเชียใครโดนผลกระทบยังไงบ้าง?

ผลกระทบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเทศไทย

ประเทศไทย จะเผชิญกับดัชนีความร้อนในระดับอันตราย ทำให้กรุงเทพมหานครต้องออกมาตรการรับมือ เช่น การจัดตั้ง ‘ห้องหลบร้อน’ และ ‘ศูนย์พักพิงคลายร้อน’ ซึ่งสามารถค้นหาได้ผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK นอกจากนี้ ยังส่งเสริม ‘การท่องเที่ยวกลางคืน’ สำหรับสถานที่สำคัญอย่างพระบรมมหาราชวัง และวัดอรุณฯ เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนในช่วงกลางวัน

ในด้านของวิกฤตทางทะเลในไทย ทะเลฝั่งอันดามัน เช่น ภูเก็ตและกระบี่ กำลังเผชิญปัญหาปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่จากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจดำน้ำ อย่างไรก็ตาม กรมอุทยานแห่งชาติฯ กำลังเร่งดำเนินมาตรการปกป้อง และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ประเทศอินโดนีเซีย

ประเทศอินโดนีเซียต้องรับมือกับปัญหาคุณภาพอากาศที่เลวร้ายจากไฟป่า และภัยแล้ง ซึ่งทางการท้องถิ่นเรียกว่าปรากฏการณ์นี้ว่า ‘ก็อดซิลลา เอลนีโญ’ ทำให้ยอดผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจพุ่งสูงขึ้น รัฐบาลต้องออกโครงการความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวปี 2569 เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในจาการ์ตา และบาหลี

ประเทศฟิลิปปินส์

ประเทศฟิลิปปินส์ ประสบปัญหาน้ำขาดแคลน ระดับน้ำในเขื่อนสำคัญลดลง แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างเกาะโบราไกย์ และปาลาวันได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการขาดแคลนน้ำสะอาด โดยคาดว่า ภัยแล้งนี้จะลากยาวไปจนถึงปี 2570

ผลกระทบในเอเชียใต้

ประเทศอินเดีย

ประเทศอินเดียเผชิญกับอุณหภูมิที่พุ่งสูงทะลุ 45 องศาเซลเซียส ทำให้แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมใน ‘สามเหลี่ยมทองคำ’ (นิวเดลี อัคระ และชัยปุระ) โดยเฉพาะทัชมาฮาล มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงกลางวัน จนผู้ประกอบการทัวร์ต้องปรับเปลี่ยนเวลาให้บริการไปเป็นช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นแทน

ผลกระทบในเอเชียตะวันออก

ประเทศญี่ปุ่น (โตเกียว โอซาก้า และเกียวโต)

ประเทศญี่ปุ่น เผชิญกับความร้อนสะสม หรือปรากฏการณ์ ‘เกาะความร้อนเมือง’ ทำให้ทางโตเกียวจัดตั้งศูนย์หลบร้อน และสร้าง ‘Heat Map’ แบบเรียลไทม์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้ดูอุณหภูมิ และวางแผนการเดินทางอย่างปลอดภัย ส่วนในเกียวโตนั้น ความร้อนทำให้ทางการต้องแนะนำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปเที่ยวภูมิภาคที่เย็นกว่าอย่างฮอกไกโดในช่วงนี้แทน

การท่องเที่ยวเอเชียต้องปรับตัว

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเอเชียกำลังถูกบีบให้ต้องปรับตัวรับมือกับความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ทั้งในด้านการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน การกระจายรูปแบบการท่องเที่ยว และการให้ความสำคัญกับสุขภาพความปลอดภัย 

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ อาจกระทบรายได้จากการท่องเที่ยวของหลายประเทศในเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากนักท่องเที่ยวเริ่มเปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปยังประเทศที่มีสภาพอากาศเหมาะสมกว่า

ขณะเดียวกัน ภาครัฐและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในหลายประเทศกำลังเร่งปรับตัว ทั้งการพัฒนาแผนรับมือสภาพอากาศสุดขั้ว การเพิ่มพื้นที่หลบร้อน และการจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในระยะยาว

การมุ่งสู่ ‘การท่องเที่ยวอัจฉริยะ’ และ ‘การเปลี่ยนผ่านสีเขียว’ จะเป็นกุญแจสำคัญของเอเชียในการทำให้ภาคการท่องเที่ยวอยู่รอด และรับมือกับความท้าทายนี้ได้ในอนาคต

แชร์
ซูเปอร์เอลนีโญ วิกฤตท่องเที่ยวเอเชีย กรุงเทพฯ เจอร้อน วิกฤตอากาศ