Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เจน Y ที่แต่งงานหรือมีลูกเครียดสูงกว่าทั่วไป รับทุกเรื่อง-ดูแลทุกเจน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เจน Y ที่แต่งงานหรือมีลูกเครียดสูงกว่าทั่วไป รับทุกเรื่อง-ดูแลทุกเจน

10 ก.พ. 69
10:22 น.
แชร์

ท่ามกลางปัญหาและแรงกดดันในชีวิตประจำวัน มีหลายปัจจัยที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเครียดอย่างรุนแรง และดูเหมือนว่า เจเนอเรชันมิลเลนเนียล หรือที่เราเรียกกันว่า เจน Y (Gen Y) ซึ่งเกิดระหว่างปี พ.ศ.2522-2538 จะรู้สึกว่าตนเองเครียดเป็นพิเศษ 

แต่น่าจะไม่ใช่เพียงความรู้สึกเท่านั้น เพราะผลการสำรวจและผลวิจัยของหลากหลายแหล่งข้อมูลชี้ตรงกันว่า กลุ่มคนมิลเลนเนียลมีความเครียดสูง พวกเขาเจอปัญหาภาวะหมดไฟ หรือ burnout มากเป็นพิเศษ โดยสาเหตุเชื่อมโยงกับการทำงาน สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชีพและการทำงานที่สร้างแรงกดดันให้แก่คนกลุ่มนี้ ซึ่งเหมือนเป็นเดอะแบกของที่ทำงาน เนื่องจากเป็นคน “ที่อยู่ตรงกลาง” ระหว่างเจ้านายและลูกน้อง 

ส่วนในครอบครัว คนเจน Y คือคนที่รับหน้าที่ดูแลครอบครัว ดูแลพ่อแม่และลูก ซึ่งหากจะพูดให้เข้าใจง่าย พวกเขาก็ทำหน้าที่เป็นเดอะแบกเช่นกัน 

ดังนั้นความพยายามสร้างสมดุลระหว่างบทบาทการดูแลผู้อื่น การทำงาน และภาระความรับผิดชอบในครอบครัว จึงทำให้คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่มีความเครียดสูง และความเครียดจะยิ่งทวีพุ่งขึ้นไปอีกเมื่อพวกเขาแต่งงานหรือมีลูก 

แต่ไม่ว่าคุณจะเจนไหน หรือมีความรับผิดชอบอะไร แรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงความคาดหวังเชิงอุดมคติเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของคุณได้ทั้งนั้น ดังนั้นการดูแลสุขภาพจิตจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งถ้าหากมองข้ามไปแล้วความเครียดอาจจะลุกลามจนกระทบต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาวได้ 

Spotlight ชวนอ่านบทความ ทำไมคนเจน Y ที่แต่งงานหรือมีลูกแล้วมักจะมีความเครียดเป็นพิเศษ

คนเจน Y กับภาวะหมดไฟกลายเป็นของคู่กัน?

งานวิจัยของ MetLife ปี 2564 พบว่า 42% ของคนเจนวายในระดับผู้จัดการรู้สึก Burnout โดยมีคำอธิบายว่า คนเจนนี้เติบโตมากับความเชื่อที่ว่า พวกเขาต้อง Productive หรือต้องทำอะไรอยู่ตลอดเวลา การพักคือความขี้เกียจ? 

ผลสำรวจล่าสุดจากบริษัท Lhasa OMS เมื่อปี 2566 ซึ่งสอบถามกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คน พบว่า ปัจจัย 3 อันดับแรกที่มิลเลนเนียลเชื่อว่าเป็นต้นเหตุของภาวะหมดไฟ (burnout) ล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องงานและอาชีพทั้งสิ้น

ผลสำรวจดังกล่าวไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจนัก โดยเฉพาะในช่วงที่ องค์การอนามัยโลก (WHO) รับรองอย่างเป็นทางการแล้วว่า ภาวะหมดไฟเป็นกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับการทำงานโดยตรง

เมื่อเจาะลึกถึงสาเหตุของความเครียด พบว่า

  • ร้อยละ 74 ของคนเจน Y ระบุว่า ปัญหาการเงินและหนี้สิน เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดภาวะหมดไฟ
  • ร้อยละ 65 ชี้ว่าเกิดจาก ความตึงเครียดในการทำงาน
  • และร้อยละ 56 มองว่าเป็นผลจาก ความพยายามในการสร้างสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว (work-life balance)

นอกจากนี้ ยังมีผู้ตอบแบบสอบถามถึงร้อยละ 91 ที่ระบุว่า หากมีรายได้ที่สูงขึ้น พวกเขาจะรู้สึกเครียดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การใช้ชีวิตแบบหมดไฟของคนกลุ่มนี้ จึงควรได้รับการแก้ไข โดยแนวทางที่ถูกเสนอเพื่อรับมือกับปัญหานี้ ได้แก่

  • การขอปรับขึ้นเงินเดือน
  • การมองหางานใหม่ภายในสายอาชีพเดิม
  • หรือแม้แต่การเปลี่ยนสายงานอย่างสิ้นเชิง

ถ้าคิดว่าเจน Y เครียดแล้ว ขอเชิญมาพบเจน Y ที่แต่งงานหรือมีลูก

งานวิจัยและผลสำรวจหลายชิ้นสะท้อนตรงกันว่า เจน Y ที่แต่งงานแล้ว กำลังเผชิญกับระดับความเครียดที่สูง โดยมีปัจจัยหลักมาจากแรงกดดันทางการเงิน ความคาดหวังต่อชีวิตคู่ และความท้าทายในการสื่อสารภายในครอบครัว

ข้อมูลระบุว่า แรงกดดันด้านการเงินเป็นหนึ่งในต้นเหตุสำคัญของความเครียด โดยร้อยละ 35–45 ของคู่สมรสมิลเลนเนียลยอมรับว่า ปัญหาเรื่องหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้การศึกษา ความไม่มั่นคงในอาชีพ รายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ และต้นทุนที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสัมพันธ์และสุขภาวะทางใจ

ขณะเดียวกัน มิลเลนเนียลจำนวนมากยังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า “ความกังวลเกี่ยวกับหมุดหมายชีวิต” (Milestone Anxiety) ไม่ว่าจะเป็นการมีบ้าน มีรถ มีลูก ความก้าวหน้าในอาชีพ หรือความมั่นคงทางการเงิน โดยร้อยละ 77 ระบุว่า รู้สึกกดดันอย่างมากในการไปให้ถึงเป้าหมายเหล่านี้ แรงกดดันส่วนหนึ่งเกิดจากการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น โดยเฉพาะภาพชีวิตที่ถูกนำเสนอผ่านโซเชียลมีเดีย

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ปัญหาการสื่อสารและความขัดแย้งในชีวิตคู่ หลายคู่ประสบปัญหาในการจัดการความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ นำไปสู่พฤติกรรมหลีกเลี่ยงการพูดคุย การเงียบใส่กัน หรือการทะเลาะซ้ำ ๆ ซึ่งสะสมจนกลายเป็นความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ (emotional burnout)

เมื่อมีลูก ความเครียดก็ยิ่งทวีคูณ โดยเฉพาะประเด็น การเลี้ยงดูบุตรและการแบ่งภาระงานในบ้าน ความไม่ลงรอยกันเรื่องรูปแบบการเลี้ยงลูก รวมถึงการจัดสรรหน้าที่ในครอบครัว มักกลายเป็นชนวนของความขัดแย้งในคู่สมรสมิลเลนเนียลจำนวนไม่น้อย

นอกจากนี้ งานวิจัยยังชี้ว่า ความคาดหวังที่สูงต่อชีวิตคู่ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มแรงกดดัน ไม่ว่าจะเป็นการมองหาคู่ชีวิตที่ “สมบูรณ์แบบ” หรือความต้องการความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง เร่าร้อน และเข้าใจกันทุกด้าน เมื่อชีวิตจริงไม่เป็นไปตามภาพฝัน ความผิดหวังและความตึงเครียดจึงตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ภาพรวมของความเครียดในกลุ่มมิลเลนเนียลที่แต่งงานแล้ว ไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นผลสะสมจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจ สังคม และความคาดหวังเชิงอุดมคติ ซึ่งสะท้อนความท้าทายของชีวิตคู่ในยุคปัจจุบันอย่างชัดเจน

pubmed, petersenhastings, topresume


แชร์
เจน Y ที่แต่งงานหรือมีลูกเครียดสูงกว่าทั่วไป รับทุกเรื่อง-ดูแลทุกเจน