
ก้าวเข้าปีใหม่ได้เพียง 10 วัน Oxfam ก็รายงานว่า คนรวยที่สุดในโลก 1% แรกได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนเต็มโควตาทั้งปีของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว
Oxfam คือสมาพันธ์ขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอิสระ 21 แห่งที่ก่อตั้งในสหรชอาณาจักร เน้นทำงานเพื่อต่อสู้กับความยากจน ความไม่เท่าเทียมในสังคมทั้งด้านเศรษฐกิจ เพศ และสิ่งแวดล้อม
ในขณะที่คนรวยที่สุด 1% แรกปล่อยก๊าซคาร์บอนเต็มอัตรา เต็มส่วนแบ่งที่พวกเขาควรจะปล่อยทั้งปีภายใน 10 วันแรก โดยคนรวยที่สุด 0.1% นำหน้า ปล่อยก๊าซคาร์บอนจำนวนเท่าส่วนแบ่งทั้งปีหมดภายใน 3 วันแรกของ 2569
โดยเฉลี่ยแล้ว มหาเศรษฐีหนึ่งคนถือครองพอร์ตการลงทุนในบริษัทที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ($CO_2$) สูงถึง 1.9 ล้านตันต่อปี ซึ่งมีปริมาณเทียบเท่ากับการปล่อยมลพิษต่อปีของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินจำนวน 400,000 คัน
แต่หากต้องการควบคุมอุณหภูมิโลกเอาไว้ตามข้อตกลงปารีสในปี 2015 ที่กำหนดไม่ให้สูงเกินอุณหภูมิเฉลี่ยช่วงก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม 1.5 องศาเซลเซียส คนรวยที่สุด 1% แรกจะต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลง 97% ภายในปี 2030
ใน 8 ปี กลุ่มคนรวย 1% แรก ผลิตมลพิษคาร์บอนมากกว่าคนจน 50% ที่อยู่ท้ายตารางผลิตใน 1 ปี สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนรวยปล่อยคาร์บอนมากเพราะพวกเขาลงทุนในอุตสาหกรรมที่ผลิคตาร์บอนมาก
การปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอาการที่ส่งผลกระทบต่อคนทั่วโลกในหลายรูปแบบ Oxfam ชี้ว่า คนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรงที่สุดกลับเป็นกลุ่มคนที่ปล่อยคาร์บอนน้อยที่สุด นั่นคือ คนในประเทศรายได้ต่ำ, คนพื้นเมือง, เด็กและผู้หญิง
ทำไมคนเหล่านี้จึงได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่า? นั่น
เพราะการรับมือและฟื้นฟูจากภัยธรรมชาติใช้งบประมาณมหาศาล มีการประเมินว่าความสูญเสียจากภัยธรรมชาติจะเพิ่มสูงถึง 44 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2050 เช่นนี้เอง ประเทศรายได้กลาง-ต่ำจึงมีความเสี่ยงทางการเงินมากกว่า
Oxfam เรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ขอให้ “เพิ่มภาษีการสร้างมลพิษกับคนรวยสุดขีด (extreme wealth)”
“กลุ่มคนที่รวยที่สุดและบริษัทใหญ่ทั้งหลายมีอำนาจและอิทธิพลเยอะจนไม่สมดุล”
เบ็ธ จอห์น ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมของ Oxfam กล่าวว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรควรจะให้ความสนใจกลุ่มผู้สร้างมลพิษคนรวยมากขึ้น นี่จะเป็นวิธีการจำกัดความสูญเสียมากกว่า
“โอกาสที่สหราชอาณาจักรจะทำให้กลุ่มคนรวยที่สุด จ่ายค่าธรรมเนียมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสมหลุดมือเราไปหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังมีอะไรอีกมากที่เราสามารถทำได้” จอห์นกล่าว
“เช่น การเก็บภาษีผู้ก่อมลพิษอย่างเหมาะสม อย่างเครื่องบินส่วนตัว บริษัทน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมอย่างมาก เพื่อสร้างกองทุนที่เราต้องใช้ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตที่ยุติธรรมมากขึ้น ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”
ที่มา: The Guardian