การเงิน

ตลท. เผยแผนครบรอบ 50 ปี มุ่งเป็นศูนย์กลางการลงทุนอาเซียน เพิ่มสินทรัพย์ดิจิทัล

25 พ.ค. 67
ตลท. เผยแผนครบรอบ 50 ปี มุ่งเป็นศูนย์กลางการลงทุนอาเซียน เพิ่มสินทรัพย์ดิจิทัล

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เผยแผนครบรอบ 50 ปี มุ่งพัฒนาตลาดหุ้นไทยเป็นศูนย์กลางลงทุนภูมิภาค เพิ่มสินทรัพย์ดิจิทัล และการนำเทคโนโลยี เช่น AI มาช่วยในการให้บริการ และสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนให้เก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำคาร์บอนเครดิต เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันในอนาคต

เมื่อวันที่  24 พ.ค.ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในฐานะตลาดระดมทุนหลักของบริษัทไทย ได้เข้าสู่ปีที่ 50 ของการดำเนินงาน โดยเริ่มเปิดให้มีการซื้อขายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2518 ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนรวมถึง 840 บริษัท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกว่า 17.4 ล้านล้านบาท จำนวนผู้ลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องล่าสุดที่กว่า 5.8 ล้านบัญชี

โดยปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีผลิตภัณฑ์การลงทุนถึง 51 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งนอกจากจะเปิดโอกาสให้นักลงทุนหาผลตอบแทนจากหุ้นไทยได้แล้ว ยังเป็นสะพานเชื่อมการลงทุนให้คนไทยลงทุนในต่างประเทศได้มากขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ETF, DW, DR และ DRx 

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับการดำเนินงานในช่วงต่อไป ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งพัฒนาตลาดทุนไทยให้เป็นตลาดทุนแห่งอนาคตที่สนับสนุนผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม ด้วยแนวคิดสำหรับการก้าวสู่ปีที่ 50 ว่า Make it “Work” for Every Future ผ่านทั้งการสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์เป้าหมายอนาคตของผู้ออมและผู้ลงทุน และเป็นกลไกให้ภาคธุรกิจเข้าถึงโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว 

มุ่งเป็นศูนย์กลางการลงทุนอาเซียน เพิ่มสินทรัพย์ใหม่ดึงผู้ลงทุน

ทั้งนี้ นายภากรมองว่าในอนาคต ตลาดทุนจะยังพบความเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องทั้งจากปัจจัยภายในและนอกประเทศ ความต้องการของภาคธุรกิจและผู้ลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป การแข่งขันที่เข้มข้น ตลอดจนเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว 

ดังนั้น ภายใต้แนวคิด Make it “Work” for Every Future ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงตั้งเป้าเดินหน้าสร้างอนาคต เพื่อโอกาสของทุกคน โดยมองบทบาทที่จะเปลี่ยนไปและมุ่งสู่เป้าหมายอนาคต ใน 5 ด้าน ได้แก่

  1. ยกระดับสู่ตลาดหลักทรัพย์ภูมิภาคทั้งในด้านการเป็นแหล่งระดมทุนของบริษัทในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการเพิ่มเติมทางเลือกการลงทุนต่างประเทศผ่านกลไกตลาดทุนไทย 
  2. ขยายโอกาสการระดมทุน ให้บริษัททุกขนาดในภูมิภาค โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายทั้งบริษัทขนาดใหญ่ รวมถึงธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ (Mega Family Business) บริษัทต่างชาติที่มีการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New Economy) และ SMEs Startups พร้อมส่งเสริมการพัฒนา Data Platform สำหรับบริษัทจดทะเบียน เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่มีคุณภาพ (Data Pools) นำมาต่อยอดเป็นข้อมูลเชิงวิเคราะห์ (Data Analytics) อาทิ Industry Highlights สำหรับเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ และพันธมิตร 
  3. พัฒนาตลาดทุนแบบดิจิทัลเข้ามาเสริมตลาดทุนดั้งเดิมที่มีความเข้มแข็งในปัจจุบันเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ระดมทุนและผู้ลงทุนยุคใหม่
  4. เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานและการกำกับดูแล และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนที่แข็งแกร่ง โดยพิจารณาในการนำเทคโนโลยี AI และ Generative AI เข้ามาช่วยพัฒนางานในหลายด้านเพิ่มขึ้น เช่น ระบบกำกับดูแลการซื้อขายและบริษัทจดทะเบียน ระบบช่วยนักวิเคราะห์ในการจัดทำบทวิเคราะห์หลักทรัพย์โดยเฉพาะขนาดกลางและขนาดเล็ก ระบบแปลเนื้อหาข้อมูลบริษัทจดทะเบียน หรือความรู้ด้านการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนต่างชาติ รวมทั้งแนะนำบริการด้านต่าง ๆ ตามโจทย์พฤติกรรมผู้ลงทุน (Personalization) เป็นต้น
  5. ขับเคลื่อนความยั่งยืน (Sustainability) ในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นการเตรียมบริษัทจดทะเบียน ผู้ลงทุน และบุคลากรตลาดทุน ให้พร้อมรองรับความท้าทายและโอกาสจากประเด็นความยั่งยืน และพัฒนาการของกฎเกณฑ์กำกับใหม่ ๆ อาทิ วิกฤตสภาพภูมิอากาศ (Climate Crisis) ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และสิทธิมนุษยชน (Human Rights) 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาด และสนับสนุนการทำงานของอุตสาหกรรมตลาดทุน รวมถึง การมีแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล ควบคู่การนำ ESG เป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ และขับเคลื่อนตลาดทุนในมิติต่างๆ การให้ความรู้การเงินการลงทุน ดูแลสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมภาคสังคมให้เติบโตไปพร้อมกัน โดยปัจจุบัน บริษัทจดทะเบียนไทยเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนระดับสากล 

สำหรับในปี 2567-2568 ภายใต้วาระตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวสู่ปีที่ 50 จะมีการจัดกิจกรรมถ่ายทอดพัฒนาการตลาดหลักทรัพย์ฯ อาทิ นิทรรศการ 50 ปี ตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ห้องสมุดมารวย หนังสือ 50 ปี “5 Decades of SET” และจัดทำซีรีส์สื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงส่งเสริม ESG ทั้งด้านการขับเคลื่อนภาคเอกชนสู่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้านสังคมที่มีการดูแลกลุ่มเปราะบาง และการจัดทำหนังสือเกี่ยวกับกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

advertisement

Relate Post

SPOTLIGHT