การเงิน

หุ้น KLINIQ เข้าเทรดวันแรก พุ่งเกือบ 70% แล้ว! มูลค่าทะลุ 3.5 พันล้าน

7 พ.ย. 65
หุ้น KLINIQ เข้าเทรดวันแรก พุ่งเกือบ 70% แล้ว! มูลค่าทะลุ 3.5 พันล้าน

advertisement

‘KLINIQ’ หุ้นน้องใหม่สายสุขภาพ ฟอร์มดีรับเทรดวันแรก ราคาพุ่งสูงสุดเกือบ 70% เหนือราคาจอง เตรียมนำเงินอัดฉีดงบขยายกิจการหัวเมือง เสริมทัพอุปกรณ์การแพทย์ อัพเกรดระบบไอที - ดาต้าเบส

 

หุ้น KLINIQ ของบริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) เข้าเทรดวันนี้วันแรก (7 พ.ย. 65) บนกระดาน mai อย่างร้อนแรง ทำราคาสูงสุด 41 บาทต่อหุ้น สูงกว่าราคาเปิดจองถึง 68.4% ก่อนชะลอความร้อนแรง ปิดตลาดภาคเช้าที่ 38.50 บาท สูงกว่าราคาจอง 57.14% ดันมูลค่าหุ้นในตลาดสู่ระดับ 3,935 พันล้านบาท

 

หุ้น KLINIQ

 

หุ้น KLINIQ เสนอขายแบบ IPO ให้นักลงทุนในช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่ราคา 24.50 บาท/หุ้น ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน ขายหมดเกลี้ยงทั้ง 60 ล้านหุ้น โดยหนึ่งในนักลงทุนที่จองซื้อหุ้น KLINIQ ก็คือ นักแสดงชื่อดังและแบรนด์แอมบาสเดอร์ ‘อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ’

สำหรับการกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ของหุ้น KLINIQ คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ประมาณ 31.78 เท่า คำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุดซึ่งเท่ากับ 169.60 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.77 บาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์(บล.) ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และเป็นผู้จัดการ การจัดจำหน่าย และรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญ
 

 

KLINIQ The Klinique

 



KLINIQ ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านผิวหนังความงาม ศัลยกรรมตกแต่ง และการดูแลป้องกันฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมที่ทันสมัยตามหลักการแพทย์ ได้แก่ การให้บริการด้านการรักษาโรคผิวหนัง ผิวพรรณความงาม ลดน้ำหนัก ดูแลรูปร่าง ศัลยกรรม Wellness และฟื้นฟูสุขภาพ

โดยมีจุดแข็งคือ ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านความงาม และศัลยกรรมตกแต่ง ซึ่งผ่านการรับรองจากสถาบันที่มีชื่อเสียงทั้งจากประเทศไทย ประเทศสหรัฐ และประเทศอังกฤษ และมีประสบการณ์ให้บริการตรวจรักษาโรคด้านผิวหนัง และศัลยกรรมด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ทันสมัย ภายใต้แบรนด์ “เดอะคลีนิกค์”

ณ วันที่ 30 มิ.ย.2565 KLINIQ มีสาขาอยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำรวม 39 สาขา ครอบคลุม 15 จังหวัด ทั่ว 5 ภูมิภาคของประเทศไทย ได้แก่ คลินิกเวชกรรม 35 สาขา ศูนย์ศัลยกรรม 1 สาขาที่สยามสแควร์ และร้านทำเล็บ 3 สาขา
 

The Klinique



นายแพทย์อภิรุจ ทองวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KLINIQ กล่าวว่า การเข้าระดมทุนในครั้งนี้ KLINIQ เตรียมนำเงินไปใช้ในการขยายสาขาคลินิกเวชกรรม ราว 6-10 สาขาต่อปี ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ หัวเมืองใหญ่ และหัวเมืองรอง โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนขยายคลินิกเวชกรรมและจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์เพิ่มเติมประมาณ 950 ล้านบาท คาดว่าจะคืนทุนภายใน 2-3 ปี ส่วนศูนย์ศัลยกรรมจะใช้เงินลงทุนประมาณ 150 ล้านบาท คาดว่าจะคืนทุนภายใน 3-4 ปี

อีกทั้ง ยังเตรียมนำเงินไปพัฒนาระบบ IT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของฝ่ายสนับสนุน โดยในส่วนของการพัฒนาระบบ IT งบลงทุนอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินงานได้ภายในปี 2566 และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 270 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ บริษัทดำเนินธุรกิจด้วยโมเดลธุรกิจ Asset Light และฐานะการเงินที่มีความแข็งแกร่ง ไร้หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย (Cash Rich-Zero debt) และการที่มีลูกค้ากว่า 2 แสนราย เข้ามาใช้บริการซ้ำ ทำให้มีรายได้ประจำสม่ำเสมอ (Recurring Income) และจากแผนการขยายสาขา เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง รวมทั้งการเป็นธุรกิจที่อยู่ในเมกะเทรนด์ในอนาคต

advertisement

Relate Post

Spotlight