บทสัมภาษณ์

รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมเป็นรถคันต่อไปของคุณหรือยัง?

1 ธ.ค. 64
รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมเป็นรถคันต่อไปของคุณหรือยัง?

รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมเป็นรถคันต่อไปของคุณหรือยัง?

 .

นี่คือยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง นอกจากการใช้ชีวิตแบบ New Normal เพราะโควิด19 แล้ว เทคโนโลยียังทำให้ชีวิตต่อไปของเราเปลี่ยนไปอีกหลายเรื่อง  หากว่ากันด้วยเมกกะเทรนด์โลกตอนนี้ และจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬาร นั่นคือ เรื่องพลังงาน ที่ต้องบอกว่า มโหฬารเพราะ ประเทศในโลกนี้ราว 200 ประเทศ ต่างออกมาประกาศว่า จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็น 0 หรือที่เรียกว่า NET ZERO ในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า นั่นหมายถึง ธุรกิจพลังงานแบบเดิม ไฟฟ้า ปิโตรเคมี เกษตร และ การขนส่ง กำลังจะต้องมุ่งสู่พลังงานสะอาด เพื่อไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในที่สุดนั่นเอง

 

 

จึงไม่ต้องแปลกใจถ้าอีกไม่กี่วันข้างหน้า รัฐบาลไทยจะออกนโยบาย สนับสนุนให้คนไทยหันมาใช้ รถยนต์ไฟฟ้า หรือไม่ต้องแปลกใจหากจะมีการส่งเสริมการลงทุนของภาคธุรกิจยานยนต์ ให้ลงทุนเป็นยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย  เพราะนายกรัฐมนตรีของไทย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ไปประกาศบนเวทีโลกในการประชุม COP26 แล้วว่าประเทศไทย จะ Net Zero ในปี ค.ศ.2065 หรือในอีก 44 ปีข้างหน้า

.

 

ฟังดูเหมือนอีกนาน แต่ทราบมั้ยว่า ก่อนจะไปถึงปี 2065 ระหว่างนี้ไทยจะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนทำให้เหลือ 0 ในที่สุด จึงไม่ต้องแปลกใจที่เราจะเริ่มเห็น การเพิ่มการลงทุนในรถไฟฟ้า การสร้างสถานีชาร์ต การพัฒนาแบตเตอรี่ และอื่นๆอีกมากมายตาม

.

 

วันนี้ทีมงาน Spotlight เลยรวบรวมข้อมูล เพื่ออัพเดทสถานะของยานยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทยว่าปัจจุบันปี 2021 ถ้าคนไทยจะเปลี่ยนจากรถยนต์สันดาป เป็นรถยนต์ไฟฟ้าเรามีทางเลือกอะไรบ้าง และโครงสร้างพื้นฐานด้านรถยนต์ไฟฟ้าไทยปี2021 เป็นอย่างไร

 

 

รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายในประเทศไทยมีกี่รุ่น ราคาเท่าไหร่บ้าง ?

 

พอพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้า ปัจจุบันมีทั้งไฟฟ้า 100% และ ไฟฟ้าบางส่วน เชื้อเพลิงฟอสซิลบางส่วน มาทำความรู้จักกันหน่อยว่าเค้าเรียกว่าอะไรกัน

  • BEV ( Battery Electric Vehicle) คือ รถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้า แบบ 100% แบบนี้เรื่องการชาร์จสำคัญมาก เพราะถ้าแบตหมด รถก็ไปต่อไม่ได้นั่นเอง
  • HEV (Hybrid electric vehicle)  คือ รถยนต์ไฟฟ้าผสมระหว่าง แบตเตอรี่ และน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็น ดีเซล หรือ เบนซิน แบบนี้ในบ้านเรามีออกมานานแล้ว หลายรุ่น  แบบนี้ไม่ต้องชาร์จไฟ
  • PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle)  คือ ไฮบริดปลั๊กอิน แบบนี้ก็ผสมระหว่างแบตเตอรี่ กับน้ำมันเช่นกัน แต่ตัวแบตจะต้องมีการชาร์จไฟฟ้าด้วย

 

แน่นอนว่า การที่เราจะเป็น NET ZERO อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังจะต้องผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ๆออกเป็นประเภท  BEV ( Battery Electric Vehicle) คือ ใช้แบตเตอรี่100% นั่นเอง  สำหรับในปี 2021 ประเทศไทย มีจำนวนค่ายรถยนต์ที่ผลิต BEV นำมาขายในไทย 16 ค่าย ทั้งหมดประมาณ 21 รุ่นด้วยกัน ราคามีตั้งแต่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ไปจนถึงทะลุ 10 ล้านบาท

 evcar

จากรูปในตาราง จะพบว่า ปัจจุบัน 90 % ของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีขายในไทย จะเป็นการนำเข้ามาจากต่างประเทศ ทั้งยุโรป และ จีน รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในไทย ราคาต่ำล้านจริงแต่ยังไม่ใช่โมเดลในการทำตลาด หรือขายได้ในเชิงพาณิชย์มากนัก ผู้บริโภคยังสนใจรุ่นที่ส่วนใหญ่ไม่ใช่แบรนด์ไทย ยุโรปดูมีหลายรุ่น แต่ราคาก็ค่อนข้างสูง ที่น่าจะจับตามอง น่าจะเป็นจากค่ายจีน ที่คนไทยร้องว้าว เพราะมีหลายค่ายและหลายรุ่นมากขึ้น เรียกว่า รถจากจีนมีความคึกคักอย่างมาก

 

ส่วนจากค่ายญี่ปุ่น ซึ่งรถสันดาปเดิมถือว่า เป็นรถตลาดเบอร์ 1 ของประเทศไทย ทั้งโตโยต้า ฮอนด้า ต่างยังไม่มี BEV ออกมาในเวลานี้ และคาดว่าจะใช้เวลาอีก 2-3 ปี น่าจะเห็นการเปิดตัวมากขึ้น ทั้งนี้เพราะ ที่ผ่านมาโตโยต้า ฮอนด้า  ต่างไปทุ่มใหกับรถยนต์ไฮบริดจะเป็นส่วนใหญ่   ส่วนนิสสัน ลีฟ ดูจะเป็นรุ่นเดียว ที่ทำตลาดในเมืองไทยตอนนี้ แต่ก็ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก

 

 

รัฐบาลเตรียมออกนโยบายสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

 

คาดการณ์กันว่า มกราคม 2565 นโยบายส่งเสริมให้คนใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะออกมา บางกระแสบอกว่า จะว้าวกว่า รถยนต์คันแรก  จริงหรือไม่คงต้องรอติดตามกันดู

 

ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่างคุณสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ให้ข้อมูลกับทีมงาน Spotlight ว่า

"หากภาครัฐจะออกมาตรการจูงใจให้คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น น่าจะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศไทย แทนที่การปรับลดภาษีนำเข้ารถจากต่างประเทศให้ เพราะวิธีนั้น แม้รถถูกลง แต่จะมีผลกระทบการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย เพราะปัจจุบันมีค่ายรถยนต์หลายค่าย สนใจตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย"

 

ทั้งนี้ก็มองว่า ความนิยมในรถยนต์ไฟฟ้า อาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเท่านั้น แต่ความสะดวก ความพร้อม ในการชาร์จไฟก็สำคัญมากๆ โดยหากดูจากรูปในตาราง พบว่า ปี 2021 นี้ประเทศไทย มีจุดชาร์จไฟฟ้า ทั่วประเทศอยู่ 2,285 แห่ง นี่ได้นับรวมจุดชาร์จในห้าง โรงแรม คอนโด แล้วซึ่งถือว่า ยังน้อยมาก แต่ในอนาคตก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้น ทั้งการชาร์ตแบบปกติ(ใช้เวลา4-5ชม.) และการชาร์ตแบบด่วน (30 นาที) หรือ จุดเปลี่ยนแบตเตอรี่ แบบไม่ต้องรอชาร์จก็ต้องมีเพิ่มขึ้นเช่นกัน

 .

 

จึงไม่น่าแปลกใจที่ ปัจจุบันความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ถือว่า ยังน้อย โดยจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV ที่จดทะเบียนใหม่ในปี 2564 ตัวเลขณ สิ้นเดือน ตุลาคม 2564  มีอยู่เพียง 4,598 คัน   ส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์ไฮบริด 30,698 คัน 

.

รถคันปัจจุบันของคุณต้องเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือยัง จึงได้คำตอบไม่เหมือนกัน กูรูในแวดวงยานยนต์มองว่า คนที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าแล้วในวันนี้ จะเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้มีรถคันเดียว รถยนต์ไฟฟ้าของคนเหล่านี้อาจจะเป็นคันที่ 2 คันที่ 3 ไปแล้วด้วยซ้ำ ดังนั้น ความนิยมรถถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตเกิดได้แน่นอน แต่คงไม่ได้เร็วมากนัก ขึ้นอยู่กับความพร้อมทุกๆด้าน ตัวรถ ราคารถ จุดชาร์จ  ค่าไฟ ความมั่นใจ ความปลอดภัย และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐด้วยนั่นเอง

 

ที่มาข้อมูล

http://www.evat.or.th/15708256/current-status

https://web.dlt.go.th/statistics/

 

 

Relate Post

Spotlight