Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทำไมบิตคอยน์ถึงสร้างผลตอบแทนได้เหนือทองคำในภาวะสงคราม
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ทำไมบิตคอยน์ถึงสร้างผลตอบแทนได้เหนือทองคำในภาวะสงคราม

20 มี.ค. 69
11:41 น.
แชร์

ปกติแล้วทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Safe Haven) จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในภาวะที่ไม่สงบอย่างเช่นสงคราม แต่ว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านเริ่มต้นมาได้สองสัปดาห์แล้ว กลับกลายเป็นบิตคอยน์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าทองคำรวมถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของนักลงทุนสถาบันในการยอมรับบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงควบคู่ไปกับสินทรัพย์เติบโต (Growth Asset) ผู้เขียนมองว่าสาเหตุที่บิตคอยน์สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในช่วงเวลานี้มาจากเหตุผลต่อไปนี้

ระดับแวลูเอชั่นที่น่าสนใจระยะยาว

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลงกว่า 50% จากจุดสูงสุดลงมาแตะระดับ 60,000 ดอลลาร์ ถือเป็นการปรับตัวลงในระดับที่ใกล้เคียงกับสถิติในอดีตที่เคยลงมาระดับ 60-70% ขณะที่ข้อมูล OnChain แสดงให้เห็นถึงระดับ MVRV ซึ่งแสดงถึงมูลค่าบิตคอยน์เมือ่เทียบกับต้นทุนราคาโดยเฉลี่ย อยู่ที่ประมาณ 1.1-1.2 ซึ่งสถิติในอดีตถือเป็นระดับราคาที่น่าสนใจ แม้จะไม่ถึงขั้น Undervalue แต่เป็นระดับราคา Fair Value ที่ไม่ถูกและไม่แพงเกินไป

การที่ราคาในตลาดไม่แพงเกินไปทำให้นักลงทุนระยะยาวเริ่มที่จะเข้ามาสะสมบิตคอยน์มากขึ้น ทำให้ Downside Risk เริ่มที่จะจำกัด แรงขายจึงออกมาไม่มากนักแม้ว่าสถิติในอดีตเมื่อเกิดสงคราม นักลงทุนจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยง

ขณะเดียวกันนักลงทุนพุ่งเป้าไปที่การขายทำกำไรในทองคำและแร่โลหะที่ปรับตัวสูงขึ้นก่อนหน้านี้แทนจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ตลอดจนหุ้นเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นแรงมาก่อนหน้านี้

ความสามารถในการเคลื่อนย้ายและซื้อขายที่คล่องกว่าทองคำ

หลังจากที่เกิดสงครามได้เกิดปรากฎการณ์ที่มียอดการโอนบิตคอยน์ออกจากศูนย์ซื้อขายคริปโตใหญ่ของอิหร่านเป็นระดับสูงสุดในประวัติการณ์ บ่งบอกถึงความต้องการนำสินทรัพย์การเงินหนีออกจากสถาบันการเงินในประเทศที่อาจจะด้อยค่าหรือศูนย์ค่าจากภาวะสงคราม

นอกจากนี้อาจยังเป็นการเพิ่มความต้องการบิทคอยน์ในตลาดมากขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากในภาวะสงครามที่เกิดอุปสรรคในการขนย้ายทองคำ อย่างเช่นกรณีของร้านทองในประเทศไทยที่ต้องปิดซื้อขายทองแท่งเนื่องจากปัญหาด้านการขนส่ง บิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ที่มีความเป็น Store Of Value เหมือนทองคำแต่มีคุณสมบัติที่สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนได้อย่างสะดวกบนช่องทางออนไลน์ อาจเรียกได้ว่าสงครามที่เกิดขึ้นทำให้นักลงทุนเห็นคุณสมบัติที่แท้จริงของบิตคอยน์ชัดเจนขึ้น

นักลงทุนเตรียมรับมือกับอัตราเงินเฟ้อระดับสูง

การที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความกังวลในแง่ของเงินเฟ้อที่อาจปรับตัวสูงขึ้นตาม จุดนี้อาจทำให้นักลงทุนต้องมองหาสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนเอาชนะเงินเฟ้อได้ซึ่งบิตคอยน์มีคุณสมบัติดังกล่าวอยู่แม้ว่าราคาจะปรับตัวเป็นขาลงแต่ในระยะยาวยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระดับสูงเสมอ

ความโดดเด่นของบิตคอยน์เหนืองทองคำในช่วงสั้นยังสะท้อนไปยังการลงทุนผ่าน ETF ด้วยโดย JPMorgan มีการให้ข้อมูลว่ากองทุนทองคำ ETF ที่ใหญ่ที่สุดคือ SPDR Gold Shares (GLD) มีเงินไหลออกคิดเป็นประมาณ 2.7% ของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารตั้งแต่เกิดสงคราม ขณะที่กองทุน Bitcoin ETF ที่ใหญ่ที่สุดคือ iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock มีเงินไหลเข้าอยู่ที่ประมาณ 1.5% ของสินทรัพย์ในช่วงเวลาเดียวกัน

ขณะเดียวกันผู้จัดการลงทุนอย่าง Bitwise คาดว่าราคาทองคำจะพุ่งแตะระดับ1 ล้านดอลลาร์ เพียงแค่กินมาร์เกตแชร์ 17% ของทองคำในฐานะสินทรัพย์ Store Of Value ปัจจุบัน มูลค่าตลาดสินทรัพย์ประเภทนี้มีมูลค่ารวมเกือบ 38 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเป็นทองคำประมาณ 36 ล้านล้านดอลลาร์ และบิตคอยน์ราว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 4%

ทั้งนี้ตอนที่กองทุน ETF ทองคำตัวแรกเปิดตัวในสหรัฐฯ ในปี 2004 ตลาดทองคำทั้งหมดมีมูลค่าประมาณ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ปัจจุบันเติบโตจนเกือบแตะ 40 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นประมาณ 13% หากตลาดสินทรัพย์ Store Of Value  ยังคงเติบโตในอัตราดังกล่าว ประเมินว่าอาจมีมูลค่าถึงประมาณ 121 ล้านล้านดอลลาร์ภายในทศวรรษหน้าและถ้าบิตคอยน์ครองส่วนแบ่งตลาดเพียง 17% ราคาจะมีโอกาสแตะ 1 ล้านดอลลาร์ได้

ส่วนตัวมองว่าในระยะสั้นบิตคอยน์อาจสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าทองคำแต่ในระยะยาว ผลตอบแทนของทั้งสองสินทรัพย์จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีจากความต้องการสินทรัพย์ Store Of Value ที่เพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนของระบบการเมืองโลกรวมถึงความระบบการเงิน นักลงทุนสามารถลงทุนทั้งสองสินทรัพย์ได้พร้อมๆกัน

แชร์
ทำไมบิตคอยน์ถึงสร้างผลตอบแทนได้เหนือทองคำในภาวะสงคราม