
ราคา Bitcoin ลงมาจากจุดสูงสุดแล้วกว่า 50% แตะระดับต่ำสุดที่ 60,000 ดอลลาร์ ในเชิงเทคนิคถือว่าเข้าสู่ตลาดหมีอย่างสมบูรณ์และกลับสู่ระดับต่ำกว่าที่ตลาดตอบรับกับการมาของโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นที่เรียบร้อย แล้วเรยังคาดหวังกับตลาดขาขึ้นได้อีกหรือไม่??
หนึ่ง..นักลงทุนเทขายทุกสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากดอลลาร์ที่อ่อนค่า อย่างทองคำ หุ้นและคริปโต เพราะการมาของว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯคนใหม่ มีจุดยืนในการใช้นโยบายแบบตึงตัวซึ่งไม่เป็นผลดีต่อ Risky Asset
สอง..ความกังวลฟองสบู่เอไอ กลับมาอีกครั้ง หุ้นที่มีการลงทุนหนักๆในเอไออย่าง Alphabet Amazon Microsoft พอประกาศลงทุนเพิ่มในปีนี้ ตลาดเริ่มกังวลว่าจะมีความคุ้มค่าไหม และมีดีลที่ Nvidia ลังเลที่จะซื้อหุ้นเพิ่มทุน OpenAI เพื่อรอ IPO อีก พวก Growth Asset ถูกเทขาย
สาม...สภาพคล่องในตลาดคริปโตเหือดแห้ง ไล่มาตั้งแต่เหตุกาณ์วันที่ 10 ตุลาคมปีที่แล้วที่เกิดการล้างพอร์ตหรือ Liquidate ครั้งใหญ่ รายย่อยได้หายไปจากตลาดอย่างสิ้นเชิง แม้สุดท้าย MSCI ยังไม่ตัดชื่อบริษัท DAT จากดัชนี แต่แรงซื้อของกลุ่มนี้หายไปอย่างมากไม่มาช่วยหนุนตลาด
สี่..เม็ดเงินสภาพคล่องที่มีน้อยอยู่แล้วแห่ไปเทรดทองกับแร่เงินในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้ขาดแรงซื้อ Bitcoin เข้ามา อีกทั้งราคายังลงมาต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือผ่าน Bitcoin ETF อาจทำให้นักลงทุนบางกลุ่มต้องตัดขาดทุนออกไปก่อน รวมถึงต่ำกว่าระดับต้นทุนขอบริษัท Strategy ที่ซื้อ Bitcoin เพื่อการลงทุนมากกว่า 4 ปี แม้ในเชิงกลไก Stratedy ไม่จำเป็นต้องขาย Bitcoin แต่แน่นอนว่ากระทบต่อความเชื่อมั่น
ห้า..กฎหมาย CLARITY Act ยังไม่ผ่าน เกิดดราม่าระหว่างผู้ประกอบธุรกิจคริปโตกับธนาคารดั้งเดิมเรื่องว่าจะให้ Stablecoin จ่ายผลตอบแทนได้ไหม ประกอบกับรัฐบาลกลางสหรัฐฯยังไม่สามารถหาวิธีซื้อ Bitcoin เข้าใน Strategic Reserve โดยไม่รบกวนเงินภาษีประชาชน ทำให้ขาดแรงกระตุ้นใหม่เข้าสู่ตลาด
ในภาพรวมการที่ Bitcoin ถูกเทขายลงมาเกิดจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจมหภาค สภาพคล่องในตลาดรวมถึงขาดปัจจัยบวกใหม่มากกว่ามาจากปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง ส่วนตัวจึงมองว่าหากสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคกลับสู่สภาวะปกติ ราคา Bitcoin มีโอกาสที่จะฟื้นตัวกลับได้
ก่อนอื่นตอบตัวเองก่อนว่าเข้ามาในตลาดคริปโตเพื่ออะไร
ถ้าตั้งใจสะสม Bitcoin ระยะยาว ราคานี้ถือว่า Discount ลงมาเยอะมากแล้ว มองเป็นโอกาสสะสมถ้ายังเชื่อว่า Bitcoin ยังมีอนาคต
ถ้าเป็นสายเล่นรอบ ใครรับความเสี่ยงได้จะทะยอยเข้าราคานี้ก็ได้ ตัวเลขแนวรับถัดไปมองที่ 50,000 ดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นการลงมา 60% จากจุดสูงสุด และ 39,000 ดอลลาร์ ที่จะลงมา 70% จากจุดสูงสุด จากราคาตรงนี้ยังลงได้อีก 37% ดังนั้นอย่าเพิ่งใส่น้ำหนักการลงทุนทั้งหมด
หนึ่ง..กลุ่ม Long Term Holder ที่ขายไปก่อนหน้านี้รวมถึงสถาบันที่เห็นศักยภาพของ Bitcoin กลับเข้ามาเก็บอีกครั้งในราคาต่ำ
สอง..ว่าที่ประธาน FED คนใหม่ได้แถลงนโยบายของเขาจริงๆว่ามีแผนอย่างไร เพราะที่ผ่านมาตัวเขาไม่เคยออกมาพูดด้วยตัวเองเลย มีแต่ยกการกระทำในอดีตซึ่งอาจจะต่างกรรมต่างวาระ
สาม..กฎหมาย CLARITY Act ผ่าน และถ้ารัฐบาลกลางสหรัฐฯซื้อ Bitcoin ใหม่เข้าไปยัง Strategic Reserve จะเป็นแรงผลักดันที่มีน้ำหนักมากที่สุด
สี่..การ IPO ของ SpaceX และ OpenAI อาจจุดกระแสการลงทุนใน Disruptive Tech อีกครั้ง
ส่วนตัวมองว่า Bitcoin แค่ปรับฐาน แต่จะไม่เข้าถ้ำหมีนอนยาวหนึ่งปีเหมือนในอดีต อาจจะแกว่งๆโดยใช้เวลาประมาณเดือนสองเดือนแล้วรอปัจจัยบวกใหม่ ที่สำคัญธีมการลงทุนใน Bitcoin ที่เป็น Store Of Value ระบบการเงินทางเลือกเอาชนะเงินเฟ้อยังไม่เปลี่ยนไป

Founder Ricco และ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย