Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
มาแล้ว ‘ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2’! ยืนยันสิทธิอย่างไร เริ่มใช้ได้เมื่อไร?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

มาแล้ว ‘ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2’! ยืนยันสิทธิอย่างไร เริ่มใช้ได้เมื่อไร?

22 ก.ย. 69
13:46 น.
แชร์

ครม. ไฟเขียว “ไทยช่วยไทย พลัส” เพิ่มเติม เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการเป็น 1,000 บาท พร้อมรัฐร่วมจ่าย 60%

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ปรับลดกรอบวงเงินที่เคยอนุมัติไว้สำหรับโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) พร้อมอนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)” ซึ่งประกอบด้วย 2 มาตรการ ได้แก่ โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม และโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อและไม่อาจคาดการณ์ทิศทางได้ โดยสถานการณ์นี้ส่งผลทั้งต่อค่าครองชีพของประชาชนและรายได้ของผู้ประกอบการ หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมในระยะสั้น กำลังซื้อของครัวเรือนและการบริโภคภาคเอกชนซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยอาจชะลอลง กดดันให้เศรษฐกิจขยายตัวในระดับต่ำ ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น

โครงการไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) แบ่งความช่วยเหลือออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  • ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ได้รับวงเงินซื้อสินค้าในเดือนตุลาคม 2569 รวม 1,000 บาทต่อคน
  • ผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ได้รับเงินร่วมจ่ายจากรัฐ 60% ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และรวมตลอดโครงการไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน สำหรับใช้จ่ายระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569

ปรับกรอบวงเงินเดิม รับมือวิกฤตพลังงานที่ยังยืดเยื้อ

การดำเนินมาตรการเพิ่มเติมครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการปรับลดกรอบวงเงินที่เคยอนุมัติไว้สำหรับโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) โดยรัฐบาลจะใช้แหล่งเงินภายใต้แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน หรือแผนงานหรือโครงการที่ 1 ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569

รัฐบาลระบุว่า ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางทำให้สถานการณ์พลังงานมีแนวโน้มยืดเยื้อและยังไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางได้ ส่งผลให้ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการร้านค้าได้รับผลกระทบด้านรายได้จากการขายสินค้าและบริการ

มาตรการครั้งนี้จึงมุ่งช่วยทั้งสองด้านพร้อมกัน คือ ลดภาระค่าครองชีพและประคับประคองกำลังซื้อของครัวเรือน ควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ร้านค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการยังสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 1,000 บาทในเดือนตุลาคม

มาตรการแรกคือโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม มีเป้าหมายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางด้านรายได้ ทรัพย์สิน และหนี้สิน และมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานอย่างรวดเร็วและรุนแรง

รายละเอียดสำคัญมีดังนี้

  • ผู้มีสิทธิ: ผู้ผ่านเกณฑ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569
  • วงเงินเดิม: 300 บาทต่อคนต่อเดือน
  • วงเงินที่รัฐเพิ่ม: 700 บาทต่อคน
  • วงเงินรวมที่ได้รับในเดือนตุลาคม 2569: 1,000 บาทต่อคน
  • ร้านค้าที่ใช้สิทธิได้: ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านค้าอื่นที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด

วงเงินที่เพิ่มขึ้นมีเป้าหมายช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจำเป็นในช่วงที่ประชาชนยังเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและค่าครองชีพ

เปิดสิทธิร่วมจ่ายแก่ผู้มีสิทธิเดิมและผู้ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการปี 2569

มาตรการที่สองคือโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ซึ่งรัฐบาลจะร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด เมื่อประชาชนใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย รักษากำลังซื้อ และเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการ

กลุ่มเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม

  1. ผู้ที่ได้รับสิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) อยู่แล้ว
  2. ผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ทั้งผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 เดิมและผู้ที่ลงทะเบียนใหม่

สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • มีสัญชาติไทย
  • อายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ยืนยันเข้าร่วมโครงการ
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่ง โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2-5 โครงการคนละครึ่ง พลัส หรือโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)

วงเงินและเงื่อนไขการใช้สิทธิ

  • รัฐร่วมจ่าย 60% ของค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด
  • รัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน
  • วงเงินสนับสนุนรวมตลอดโครงการไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน
  • ใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
  • ใช้จ่ายได้ระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569

เปิดยืนยันสิทธิ 1-15 ตุลาคม ใช้จ่ายได้ถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน

โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) มีกำหนดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-30 พฤศจิกายน 2569 โดยมีกรอบเวลาสำคัญดังนี้

  • ประชาชนยืนยันสิทธิ: วันที่ 1-15 ตุลาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • ผู้ประกอบการที่มีสิทธิตามโครงการเดิมยืนยันเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม: วันที่ 1 ตุลาคม-30 พฤศจิกายน 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”
  • ระยะเวลาใช้สิทธิ: วันที่ 1 ตุลาคม-30 พฤศจิกายน 2569
  • ใช้จ่ายที่ร้านค้า: เวลา 06.00-23.00 น. สำหรับอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด
  • สั่งอาหารผ่านผู้ให้บริการขนส่งอาหาร: เวลา 06.00-21.00 น. โดยผู้ให้บริการต้องได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมทั้งโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) และโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)

ประชาชนจะชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ขณะที่ร้านค้ารับชำระผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” จากนั้นกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง จะโอนเงินในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายให้ร้านค้าภายในระยะเวลาที่กำหนด

กลไกดังกล่าวมีเป้าหมายให้ความช่วยเหลือส่งถึงทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย รักษากำลังซื้อ และประคับประคองการประกอบอาชีพในช่วงที่ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานยังดำเนินต่อไป

แชร์
มาแล้ว ‘ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2’! ยืนยันสิทธิอย่างไร เริ่มใช้ได้เมื่อไร?