
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.มีมติ ต่ออายุ โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ ออกไปอีก 2 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569 โดยใช้วงเงินที่เหลือราวๆ 44,000 ล้านบาท จาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ จะไม่มีการโยกย้ายงบประมาณมาจากส่วนอื่น
สำหรับสิทธิโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ครม.มีมติ เติมเงิน 1,000 บาท ครั้งเดียว ใช้จ่าย 2 เดือน ซึ่งยังคงสัดส่วนการร่วมจ่ายที่ 60 ต่อ 40 เช่นเดิม
ขณะเดียวกัน จะเติมวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก 700 บาท จากเดิมมี 300 บาท รวม 1,000 บาท ใช้ได้หนึ่งเดือน เริ่ม 1 ตุลาคม
โดย นายเอกนิติ เปิดเผยว่า วิกฤตพลังงานตะวันออกกลางปะทุอีกครั้ง ทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง สิ่งสำคัญต้องดูแลประชาชนซึ่งวิกฤตมีหลายระลอก คือ พลังงานสูงขึ้นจากวิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง วิกฤตเงินเฟ้อ ค่าครองชีพสูงขึ้น และกำลังซื้อที่ลดลง จึงจำเป็นต้องขยาย
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการปรับลดกรอบวงเงินที่เคยได้รับอนุมัติสำหรับดำเนินโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)" และอนุมัติโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)" ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง บรรเทาภาระค่าครองชีพ รักษากำลังซื้อของประชาชน และช่วยผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ
โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)" ประกอบด้วย 2 มาตรการ ได้แก่ 1) โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม (โครงการเพิ่มวงเงินเพิ่มเติมฯ) และ 2) โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)" โดยมีกรอบวงเงินรวมไม่เกิน 42,690.6503 ล้านบาท ทั้งนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ได้ให้ความเห็นชอบข้อเสนอแล้ว ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า สำหรับโครงการเพิ่มวงเงินเพิ่มเติมฯ จะเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าจากร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ให้แก่ผู้ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ผ่านคุณสมบัติก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 อีก 700 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิม 300 บาทต่อคนต่อเดือน รวมเป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ในเดือนตุลาคม 2569 เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางและได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน
ส่วนโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)" มีระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569 โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1) ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)" อยู่ในปัจจุบัน และ 2) ผู้ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ทั้งกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 เดิม และกลุ่มที่ลงทะเบียนใหม่
สำหรับการใช้สิทธิ ภาครัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดในอัตรา 60% แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนตลอดระยะเวลาโครงการ โดยประชาชนสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569 เวลา 06.00 - 23.00 น. หรือซื้ออาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่เข้าร่วมโครงการ ในเวลา 06.00 - 21.00 น.
สำหรับการยืนยันสิทธิ ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถกดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ตั้งแต่วันที่ 1 - 15 ตุลาคม 2569 ขณะที่ผู้ประกอบการที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการสามารถกดยืนยันผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569
"มาตรการดังกล่าวจะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อของประชาชน รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมช่วยให้ประชาชนบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและสภาพคล่องได้เหมาะสมในช่วงที่ค่าครองชีพอยู่ในระดับสูง" น.ส.ลลิดากล่าวย้ำ
Advertisement