
หลังจากมีรายงานการรั่วไหลของข้อมูลนักลงทุนจากระบบ TSD Investor Portal ของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด วันนี้ได้มีการแถลงข่าวด่วน จากทางคุณพิชยา ชมชัยยา ผู้ช่วยผู้จัดการหัวหน้ากลุ่มงานดูแลหลักทรัพย์และสิทธิประโยชน์และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด , คุณถิรพันธุ์ สรรพกิจ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ในฐานะ IT ที่ดูแลระบบ TSD ร่วมให้ข้อมูลโดย พันตำรวจเอก รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก. กองกำกับการ 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1
TSD และเจ้าหน้าที่ตำรวจย้ำตรงกันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์หรือข้อมูลการทำธุรกรรมรั่วไหล และยังไม่พบความเสียหายจากการลงทุนหรือการเคลื่อนไหวของบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบราว 200,000 ราย จากบัญชีผู้ถือหุ้นทั้งหมดประมาณ 5 ล้านราย
โดยมีข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ซึ่งข้อมูลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีดังนี้
• ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, เลขบัตรประจำตัวประชาชน และที่อยู่
• หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล
• ชื่อบริษัทหลักทรัพย์ และเลขบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
• ชื่อธนาคาร และเลขที่บัญชีธนาคาร
อย่างไรก็ตาม TSD ขอเรียนยืนยันว่า ขณะนี้ ยังไม่พบข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ และข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
สิ่งที่ประชาชนควรทำจึงไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่คือการเพิ่มความระมัดระวัง เพราะความเสี่ยงสำคัญต่อจากนี้คือการถูกมิจฉาชีพนำข้อมูลไปใช้หลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ
TSD ขอเน้นย้ำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากข้อมูลที่ถูกเข้าถึงยังไม่สามารถนำไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ในระบบ หรือนำไปใช้ทำธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ได้ อย่างไรก็ตาม TSD ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง และมีสติในการทำธุรกรรมต่าง ๆ โดยขอเตือนให้
• ระมัดระวังอีเมล ข้อความ SMS หรือการติดต่อทางโทรศัพท์ที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนบุคคล รหัสผ่าน หรือรหัสยืนยัน (OTP)
• ไม่คลิกลิงก์ ดาวน์โหลดไฟล์ หรือเปิดเอกสารจากผู้ส่งหรือแหล่งที่มาที่ไม่สามารถยืนยันได้
• ไม่เปิดเผยรหัสผ่าน รหัส OTP หรือข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่ติดต่อมาโดยไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่สามารถยืนยันตัวตนได้
• เปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีออนไลน์เป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการใช้รหัสเดียวกันกับหลายบริการ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกนำข้อมูลไปใช้โดยมิชอบ
• ตรวจสอบความผิดปกติของบัญชีและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ
• หากได้รับอีเมลจาก TSD ขอให้ตรวจสอบให้มั่นใจว่า เป็นอีเมลที่มาจาก [email protected] เท่านั้น และต้องไม่มีลิงก์ใด ๆ แนบไปด้วย
ทั้งนี้ TSD ได้แถลงการณ์ขออภัยเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยืนยันว่า จะเร่งดำเนินการปรับปรุงมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการอย่างสูงสุด
หากผู้ใช้บริการ TSD Investor Portal ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ TSD Contact Center โทร 0-2009-9999 หรือ https://www.set.or.th/th/about/contact-us/contact-center หรือหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ โปรดติดต่อบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้บริการอยู่
สำหรับเหตุการณ์นี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 หลัง TSD ตรวจพบความผิดปกติจากผู้ใช้งานรายหนึ่งที่ล็อกอินเข้าสู่ระบบ TSD Investor Portal ตามปกติ ก่อนจะทดลองแก้ไขข้อมูล ID ของตนเองในหน้า User Profile จนสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานรายอื่นได้เป็นจำนวนมาก
หลังตรวจพบความผิดปกติ TSD ระบุว่าได้ปิดช่องทางการเข้าถึงที่เป็นปัญหาทันที ระงับบัญชีผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้อง และแก้ไขโค้ดต้นเหตุเพื่อหยุดการรั่วไหลของข้อมูล พร้อมแจ้งหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตำรวจ บริษัทหลักทรัพย์ ธนาคาร และผู้ได้รับผลกระทบตามขั้นตอนของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
อย่างไรก็ตาม TSD ยืนยันว่า ข้อมูลการถือครองหุ้น พอร์ตการลงทุน และข้อมูลธุรกรรมไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากระบบ TSD Investor Portal เป็นเพียงระบบสำหรับแสดงข้อมูลแก่ผู้ใช้งาน หรือ Front-end เท่านั้น และแยกออกจากระบบหลักที่ใช้จัดเก็บข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์และระบบศูนย์รับฝากอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ TSD ยังยืนยันว่าแอปพลิเคชัน SET InvestNow และแอป วิเศษ ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้
หลังเกิดเหตุ TSD ระบุว่าจะยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม ทั้งการนำ AI เข้ามาช่วยตรวจสอบโค้ดของระบบทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์และกลุ่ม SET การเพิ่มความเข้มงวดของระบบยืนยันตัวตน และการขยายขอบเขตการทดสอบเจาะระบบ (Penetration Testing) เพื่อค้นหาช่องโหว่ก่อนเกิดเหตุซ้ำ
ด้านกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (CCIB) เปิดเผยว่า ได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบหลักฐานดิจิทัลร่วมกับ TSD ตั้งแต่ทราบเหตุ พร้อมประสานความร่วมมือกับพันธมิตรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึง ThaiCERT เพื่อแกะรอยเส้นทางการเข้าถึงข้อมูล แม้ในขณะนี้จะยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนไทยหรือต่างชาติ และการสืบสวนยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
แม้ข้อมูลที่รั่วไหลจะยังไม่สามารถนำไปทำธุรกรรมการลงทุนได้ทันที แต่เจ้าหน้าที่เตือนว่าความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังคือ การหลอกลวงแบบเจาะจงเป้าหมาย (Spear Phishing) เพราะมิจฉาชีพอาจใช้ข้อมูลจริงของเหยื่อ เช่น ชื่อ เลขบัญชี หรือชื่อบริษัทหลักทรัพย์ มาสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนส่ง SMS หรืออีเมลปลอมให้กดลิงก์ อ้างให้อัปเดตข้อมูล ยืนยันตัวตน หรือโทรศัพท์สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่โบรกเกอร์ เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือผู้แนะนำการลงทุน เพื่อหลอกให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม
ทั้ง TSD และตำรวจจึงย้ำตรงกันว่า อย่ากดลิงก์จาก SMS หรืออีเมลที่อ้างว่าเป็น TSD เพราะ TSD จะไม่มีการส่งลิงก์ให้กดเพื่อดำเนินการใด ๆ หากได้รับข้อความที่น่าสงสัย ควรติดต่อ TSD Contact Center บริษัทหลักทรัพย์ หรือธนาคารผ่านช่องทางทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบชื่อผู้ส่งหรือโดเมนเว็บไซต์ทุกครั้ง หากพบโดเมนแปลกหรือสะกดผิด ควรสันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นเว็บไซต์ปลอม
หากพบความผิดปกติ เช่น มีการพยายามเข้าสู่ระบบบัญชีธนาคารหรือบัญชีลงทุนโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือพบว่าข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปใช้ทำธุรกรรม ควรรีบติดต่อธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์เพื่อระงับบัญชีทันที และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านสายด่วน ศูนย์ AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับนักลงทุน สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือ ไม่ตื่นตระหนก แต่ไม่ประมาท เพราะแม้ข้อมูลการลงทุนจะยังปลอดภัย แต่ข้อมูลส่วนบุคคลที่หลุดออกไปอาจกลายเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพได้ หากหลงเชื่อข้อความ โทรศัพท์ หรือเว็บไซต์ปลอมที่อาศัยข้อมูลจริงมาสร้างความน่าเชื่อถือ
ที่มาข้อมูล : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แถลงข่าว 28 ก.ค.2569