
ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่กำลังยกระดับและเริ่มส่งแรงกระเพื่อมต่อราคาพลังงานในตลาดโลก รัฐบาลไทยตัดสินใจใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาประคองราคาน้ำมันภายในประเทศ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในระยะสั้น
กระทรวงพลังงานยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการ “ลดแรงกระแทก” จากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้นในระยะต่อไป
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กบน. มีมติให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 15 วัน แม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม โดยมาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคมเป็นต้นไป ก่อนจะประเมินสถานการณ์และพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกครั้ง
ภายใต้มาตรการนี้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเพิ่มการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลอีก 2.77 บาทต่อลิตร ขณะเดียวกันได้ปรับลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันในกลุ่มเบนซินลง 0.38–0.70 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกของน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินทุกชนิดที่หน้าสถานีบริการยังคงอยู่ในระดับเดิม ไม่ปรับเพิ่มตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
นายอรรถพลกล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้จัดตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและสหรัฐกับอิหร่านอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความขัดแย้งมีแนวโน้มขยายวงกว้าง และอาจกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานหลักของตลาดโลก
เขากล่าวว่า ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนในประเทศ โดยการลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนสำหรับน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล เพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกให้คงที่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังย้ำว่า ประเทศไทยยังมีปริมาณสำรองน้ำมันเพียงพอสำหรับการใช้งาน และจะไม่เกิดภาวะขาดแคลน ขณะเดียวกันรัฐบาลจะพยายามบริหารจัดการราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ภาระค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงเกินไป
ทั้งนี้ ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 อยู่ในสถานะเป็นบวกที่ 2,459 ล้านบาท ซึ่งยังสามารถนำมาใช้เป็นกลไกพยุงราคาพลังงานภายในประเทศได้ในระยะสั้น