Logo site Amarintv 34HD
Logo Seagame2025Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
World Bank ชี้ทางพัฒนา 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ความหวังพาเศรษฐกิจไทยโต
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

World Bank ชี้ทางพัฒนา 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ความหวังพาเศรษฐกิจไทยโต

29 พ.ย. 68
13:46 น.
แชร์

เศรษฐกิจไทยอยู่จุดไหนในสายตา World Bank

“ประเทศไทยตั้งเป้าหมายที่จะก้าวสู่ประเทศเศรษฐกิจรายได้สูงในอีก 10 ถึง 15 ปีข้างหน้า แต่การจะบรรลุผลเช่นนั้นได้ เราจำเป็นต้องทำให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยคงที่ 5% ซึ่งตอนนี้เราอยู่ห่างจากจุดนั้นประมาณ 3% นั่นหมายความว่ายิ่งเราช้าลงเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งตามหลังช่องว่างนั้นมากขึ้นเท่านั้น”

คุณเมลินดา กู้ด ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทยและประเทศเมียนมา ขึ้นกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “From Risk to Resilience: World Bank’s Vision for Thailand and ASEAN ประเทศไทยกับการตั้งรับและปรับตัวกับความเสี่ยงของระเบียบโลกใหม่” ในงานสัมมนา SPOTLIGHT DAY 2025 ภายใต้แนวคิด “New World Order เศรษฐกิจไทยในระเบียบโลกใหม่” ในวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา โดยชี้ชัดให้เห็นว่าทุกภาคส่วนของไทยยังต้อง “ทำงานหนัก” หากอยากทำฝันใหญ่ให้เป็นจริง 

คุณเมลินดากล่าวว่า “หากไทยต้องการตามให้ทัน หากเราอยากก้าวกระโดดไปให้ถึงเป้าหมาย ประเทศไทยไม่สามารถพึ่งพาตัวเองด้วยการขับเคลื่อนเดิม ๆ แบบในอดีตได้อีกต่อไป เราต้องแก้ไขปัญหาหลัก เช่น ความมั่นคงทางน้ำ พัฒนาทักษะความสามารถของคนไทยและหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงสร้างแนวทางพัฒนาเมืองและภูมิภาคเพื่อให้ไทยเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นนโยบายและการดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต”

Spotlight ชวนอ่าน “5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” มีด้านใดบ้างที่เป็นกุญแจสำคัญ พาเศรษฐกิจไทยเติบโตแข็งแกร่งได้จริง 

5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต: ทำไมไทยทำแล้วจะปัง!

ในฐานะที่ไทยตอบรับเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและ IMF ในปี 2569 นี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจากทั่วโลก รวมถึงผู้ว่าการธนาคารกลาง หัวหน้ากระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และรวมถึงธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งก็คือพันธมิตรทางการค้าทั่วโลกขนาดใหญ่จะเดินทางมายังประเทศไทย นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องตอบสนองในทันทีและการวางแผนระยะยาวว่าเรื่องราวใดที่ประเทศไทยต้องการนำเสนอเกี่ยวกับอนาคต

ดังนั้น คุณเมลินดาจึงได้เสนอแนวทางการพัฒนา “5 อุตสากรรมแห่งอนาคต” ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งให้เกียรติขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน SPOTLIGHT DAY 2025 นี้เช่นกัน โดยอุตสหกรรม 5 ด้านมีดังนี้ 

(1) การผลิตขั้นสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

Advanced and Green Manufacturing

คุณเมลินดาเปิดเผยว่า ความต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกำลังพุ่งสูงขึ้น สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EVs) จะเติบโต 5 เท่า กำลังการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ (Solar PV) 3 เท่าภายในปี 2030 ซึ่งผู้ซื้อ นักลงทุนต่างชาติต้องการระบบ “การตรวจสอบย้อนกลับ” และ “กระบวนการปล่อยคาร์บอนต่ำ” ตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ขณะที่ไทยร่วมแข่งขันในเศรษฐกิจสีเขียวอยู่แล้ว โดยไทยเป็นประเทศส่งออกเครื่องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมชั้นนำของโลก มีส่วนแบ่งประมาณ 4.2% ของตลาดส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่กำลังเติบโตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและส่วนประกอบต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมคิดเป็นเพียง 10 % ของการส่งออก ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งของเรา ดังนั้น จึงมีพื้นที่ชัดเจนที่ต้องเข้ามาและส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ของเรา

หากไทยอยากจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในด้านนี้ เพื่อดึงดูดนักลทุนให้มากขึ้น เราจำเป็นต้องทำสร้างอุตสาหกรรมสะอาดอย่างจริงจัง เพราะจะเป็นความได้เปรียบของไทยจริง ๆ เราต้องสร้างความมั่นคงด้านพลังงานสะอาดและโครงข่ายไฟฟ้าที่ทันสมัย และส่งเสริมนวัตกรรมและการลงทุนร่วมมากขึ้นในการวิจัยและพัฒนา การทดสอบ และเครื่องมือขั้นสูงสำหรับแบตเตอรี อินเวอร์เตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ ไทยงต้องมุ่งเน้นไปที่การยกระดับห่วงโซ่อุปทานด้วยการลดคาร์บอนและการตรวจสอบย้อนกลับทางดิจิทัล เพื่อให้ SMEs สามารถทำตามกฎข้อบังคับใหม่ ๆ ในตลาดสากลได้มากขึ้น 

ทั้งนี้ ธนาคารโลกยังได้ทำงานร่วมกับประเทศไทยตามแผน ‘Quick Big Win’ โดยร่วมสร้างแพลตฟอร์มเมืองคาร์บอนต่ำและการเงินคาร์บอน (Low Carbon Cities and Carbon Finance Platform) จะช่วยให้เมือง อุตสาหกรรมในท้องถิ่น และ SMEs ของไทย สร้างรายได้จากเครดิตคาร์บอน เชื่อมต่อกับการเงินคาร์บอนระหว่างประเทศ และได้รับประโยชน์จากสิ่งจูงใจที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นสำหรับพลังงานหมุนเวียน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ ด้วย Digital MRV — ระบบดิจิทัลสำหรับการวัด การรายงาน และการตรวจสอบการปล่อยก๊าซ — เพื่อให้การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมีความน่าเชื่อถือ สามารถขยายขนาดได้ และสามารถขายได้ในตลาด

ปัจจุบัน บริษัทบริษัทจำกัด (LCC) กำลังสร้างแพลตฟอร์มสำหรับโซลูชันทางการเงินเพื่อเมืองและเทศบาล ธนาคารโลกมีความพยายามในระยะเริ่มต้นในโครงการ Saraburi Sandbox  โดยทำงานร่วมกับหอการค้าและบริษัทต่าง ๆ เช่น SCG ซึ่งนี่เป็นวิธีในการลดปริมาณคาร์บอนของการผลิต เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของห่วงโซ่อุปทาน 

(2) บริการดิจิทัล 

Digital Services

คุณเมลินดาชี้ให้เห็นว่า ตลาดดิจิทัลทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยบริการดิจิทัลเติบโตขึ้นประมาณ 5 เท่าตั้งแต่ปี 2005 การจ้างงานบริการด้านไอทีเติบโตขึ้นประมาณ 4 เท่าตั้งแต่ปี 2000 และข้อมูลที่ถูกสร้างและจัดเก็บเติบโตขึ้น 90 เท่าและยังคงเติบโตต่อเนื่อง

ขณะที่ประเทศไทยมีองค์ประกอบพื้นฐานที่จะสร้างบริการดิจิทัลได้ดี ไม่ว่าจะเป็นบรอดแบนด์มือถือที่ครอบคลุม PromptPay และ ThaiID อีคอมเมิร์ซที่เฟื่องฟู FDI ศูนย์ข้อมูลที่กำลังเติบโต และการใช้ e-wallet อย่างแพร่หลาย ผลตอบแทนขององค์ประกอบเหล่านั้นค่อนข้างชัดเจน งานด้านดิจิทัลให้ค่าแรงสำหรับแรงงานพรีเมียม สูงขึ้น 20–30% 

อย่างไรก็ตาม ช่องว่างยังคงมีอยู่ เพราะมีแรงงาน 5% เท่านั้นที่มีทักษะดิจิทัลระดับ "พรีเมียม" และระดับกลาง กับอีกเพียง 1% ที่มีทักษะขั้นสูง ช่องว่างนั้นสามารถแก้ไขได้ และเป็นโอกาสให้นักลงทุนเข้าไปเติมเต็ม หากประเทศไทยตามทันประเทศที่มีบริการดิจิทัลที่ดีได้ ภาคส่วนดิจิทัลสามารถดึงดูดเงินเช้าประเทศได้ถึง 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี และหากไทยพัฒนาอีคอมเมิร์ซและฟินเทคเพียงอย่างเดียว ก็จะสามารถสร้างเม็ดเงินได้ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในแต่ละปี ขณะที่เทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยวและอาหารซึ่งไทยอยู่ในแนวหน้าอยู่แล้ว เป็นอีกช่องทางที่นับเป็นการลงทุนอันชาญฉลาด

บริการดิจิทัลที่ว่านี้ ยังครอบคลุมถึงไฟฟ้าที่สะอาดและราคาไม่แพง และแหล่งน้ำที่มั่นคงสำหรับการระบายความร้อน นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ธนาคารโลกประจำประเทศไทยกำลังทำงานร่วมกับ EEC เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำที่มั่นคงเพื่อดึงดูดการลงทุน หากประเทศไทยสามารถเสนอการผสมผสานดังกล่าวได้ ก็สามารถวางตำแหน่งตัวเองเป็นฐานการดำเนินงานและการลงทุนที่มีความสามารถในการแข่งขันได้

สุดท้ายนี้ เราต้องฝึกอบรมผู้คนด้านดิจิทัลอย่างรวดเร็ว เพื่อให้นักเรียน หรือคนวัยทำงานที่เปลี่ยนอาชีพ สามารถเข้าสู่ตำแหน่งงานดิจิทัลได้ ซึ่งต้องพัฒนาจนเห็นความแตกต่างภายในหลักเดือน และต้องไม่ใช้เวลาในหลักหลายปี

(3) อุตสาหกรรมเกษตรและการแปรรูปอาหาร 

Agribusiness and Agri-Food Transformation

ภายในปี 2050 โลกจะต้องผลิตแคลอรี่จากพืชผลให้มากขึ้นมาก และผู้ซื้อก็จ่ายสำหรับอาหารที่ปลอดภัย ตรวจสอบย้อนกลับได้ และเป็นมิตรต่อสภาพอากาศ มีโอกาสในการกระจายตลาด ปรับปรุงธุรกิจการเกษตรให้ทันสมัย และเพิ่มผลผลิตผ่านการทำฟาร์มอัจฉริยะ ห่วงโซ่อุปทานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ และพืชผลที่ทนทานต่อสภาพอากาศ

ขณะที่มากกว่าหนึ่งในสี่ของ GDP ของไทยมาจากอาหารและเครื่องดื่ม และเกือบหนึ่งในสามของแรงงานพึ่งพาการเกษตรและห่วงโซ่คุณค่าทางเกษตกรรม ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกข้าว ยางพารา ไก่ น้ำตาล แป้งมันสำปะหลัง และปลาทูน่ากระป๋อง ทุเรียน และสับปะรดชั้นนำอยู่แล้ว จึงมีศักยภาพและช่องทางที่ชัดเจน แต่ผลผลิตของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธัญพืช ผลไม้ และผัก ซึ่งประเทศไทยล้าหลังกว่าตัวชี้วัดของโลกและภูมิภาค จึงเป็นโอกาสให้นักลงทุนมาเติมเต็ม

อย่างไรก็ตาม คุณเมลินดาแนะนำว่า สำหรับการเกษตรในประเทศไทยนั้น ยังขาดข้อกำหนดมาตรฐานของแต่ละฟาร์ม ภาครัฐจะต้องเชื่อมโยงเกษตรกรรายย่อยเข้ากับห่วงโซ่คุณค่าที่มีโครงสร้างด้วยการจัดเก็บ ห้องเย็น สัญญาที่เป็นธรรม และการตรวจสอบย้อนกลับทางดิจิทัลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น รวมทั้ง รับรองผลิตภัณฑ์ของไทยตามมาตรฐานความปลอดภัยของอาหารและความยั่งยืนระหว่างประเทศเพื่อสร้าง Branding สินค้าเกษตรของไทย

(4) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและยั่งยืน 

Sustainable and Health Tourism

การคาดการณ์ที่ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิกจะเติบโต 70% ภายในปี 2040 แต่ความต้องการกำลังเปลี่ยนไปสู่สุขภาพ ความหรูหรา และความยั่งยืนมากขึ้น โดยมูลค่าของการท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนจากปริมาณไปสู่คุณค่ามากขึ้น

คุณเมลินดามองว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวที่ทรงพลังอยู่แล้ว เพราะเป็นจุดหมายปลายทางอันดับสองในเอเชียตะวันออกและติดอันดับ 10 ของโลก โดยการท่องเที่ยวมีส่วนสนับสนุน 20% ของเศรษฐกิจและสร้างงาน 4.3 ล้านตำแหน่ง เรายังมีทรัพย์สินที่คู่แข่งเพียงไม่กี่รายมี นั่นคือความสามารถด้านสุขภาพและเวลเนสระดับโลก

หลายปีก่อนหน้านี้ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ของโลกที่มีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และสิ่งนี้ได้สร้างความเชื่อมั่นด้านสาธารณะในระบบสุขภาพของไทย ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนไปเป็นระบบการดูแลสุขภาพเอกชนที่ให้บริการในระดับ OECD แต่ในราคาที่เอื้อมถึง น่าดึงดูด ซึ่งนี่คือโอกาสในการเติบโต

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสในเศรษฐกิจสูงวัย (silver economy) เนื่องจาก 30% ของคนไทยมีอายุ 60 ปีขึ้นไป นั่นหมายความว่าการดูแลสุขภาพ ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ บริการเศรษฐกิจสูงวัย เป็นทั้งสิ่งสำคัญและเป็นพื้นที่ที่ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ทั่วโลก จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาถึงยังไม่ฟื้นตัวสู่ระดับก่อนเกิดโรคระบาด และยังไม่ถึงเป้าหมายของปีนี้ เราจำเป็นต้องปิดช่องว่าง 

อันดับโลกของดัชนีการพัฒนาการเดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ จัดให้ประเทศไทยอยู่ที่อันดับ 73 ในด้านความยั่งยืนเท่านั้น สิ่งนี้บอกเราว่าเราจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานด้านขยะ พลังงาน น้ำ การคุ้มครองชายฝั่งและวัฒนธรรม และการขนส่งที่มีผลกระทบต่ำ ผู้มาเยือนที่มีมูลค่าสูงในขณะนี้ คาดหวังไม่เพียงแค่บริการที่ยอดเยี่ยมและการดูแลที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความยั่งยืนที่น่าเชื่อถืออีกด้วย

สิ่งที่ไทยสามารถเสริมแกร่งให้อุตสาหกรรมด้านนี้ได้ คือนำมาตรฐานปลายทางที่น่าเชื่อถือมาใช้ เปลี่ยนไปสู่การเดินทางที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นแต่มีผลกระทบต่ำ รวมถึงปรับปรุงความยั่งยืนและภาพลักษณ์ของแบรนด์ ลงทุนในการสัญจรที่สะอาดและการปกป้องธรรมชาติ ความปลอดภัย และสร้างห่วงโซ่คุณค่าในท้องถิ่น อาหาร งานฝีมือ สุขภาพ เพื่อให้รายได้เพิ่มขึ้นในชุมชน

(5) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ 

Creative Economy

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์หลักทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์ ดนตรี การออกแบบ เกม การโฆษณา สร้างรายได้ประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และเพิ่มตำแหน่งงาน ประมาณ 50 ล้านตำแหน่ง ขณะที่การค้าในด้านนี้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว การส่งออกสินค้าสร้างสรรค์เติบโต 3.5% ในทศวรรษที่ผ่านมา การส่งออกบริการสร้างสรรค์เติบโตประมาณ 2.8% คิดเป็นมูลค่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ประเทศไทยนับว่าเริ่มมีบทบาทในเวทีโลกกับอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สตอรี่แบบไทยเป็นที่ชื่นชอบของผู้เสพสื่อทั่วโลก ซีรีส์อย่าง เด็กใหม่ (Girl From Nowhere) ทะลุเข้าสู่ชาร์ต Netflix ทั่วโลก และภาพยนตร์ หลานม่า (How to Make Millions Before Grandma Dies) กลายเป็นไวรัลและสตรีมไปทั่วโลก สิ่งเหล่านี้เป็น ทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถซื้อขายได้ (tradable IP) ที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ผลักดันบุคลากรที่มีความสามารถ และการส่งออกบริการ เพราะงานสร้างสรรค์ของไทยอยู่ในเวทีโลกน้อยกว่า 2% นี่หมายความว่ามีช่องว่างและพื้นที่ที่จะเติบโต และมีผลตอบแทนหากลงทุนระยะยาว

คุณเมลินดาแนะว่า เราต้องทำให้ประเทศไทยเป็นเวทีเปิดตัวเนื้อหา (content launchpad) ประเทศไทยแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถดึงดูดโปรดักชั่นระดับโลกได้ — ซีรีส์ต่างประเทศที่ถ่ายทำที่นี่เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้รับประโยชน์จากการอนุญาตแบบเร่งด่วนและสิ่งจูงใจในการลงทุนที่ตรงเป้าหมาย ซึ่งประสานงานกันในหลายหน่วยงาน เราควรล็อคสิ่งนั้นไว้และขยายขนาด เป็นภาพจดจำว่าไทยเป็นสตูดิโอของโลกได้

ขณะเดียวกัน เราจำเป็นต้องสร้างผู้สร้างสรรค์ของไทยเองด้วยโครงสร้างความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้น และเส้นทางการจัดจำหน่ายที่มากขึ้นเพื่อส่งออกทรัพย์สินทางปัญญาของไทย และเราต้องการเส้นทางการจัดจำหน่ายเพื่อส่งออกทรัพย์สินทางปัญญาของไทย การเข้าถึงตลาดเทศกาล ความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม เพื่อให้ทรัพย์สินทางปัญญาของไทยเข้าถึงโลกและย้อนกลับไปสู่การท่องเที่ยว ซอฟต์พาวเวอร์ และ Brand Thailand

แชร์
World Bank ชี้ทางพัฒนา 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ความหวังพาเศรษฐกิจไทยโต