ธุรกิจการตลาด

“TU” ปี 65 ยอดขายทั่วโลก 1.56 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์

20 ก.พ. 66
“TU” ปี 65 ยอดขายทั่วโลก 1.56 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด หรือ TU ผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลแช่แข็ง ประกาศผลประกอบการปี 2565 ยอดขายทั่วโลกกว่า 1.56 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% จากปีก่อน จากยอดขายจากธุรกิจอาหารทะเลบรรจุกระป๋องเพิ่มขึ้น 12.8% จากราคาขายที่เพิ่มขึ้นและความต้องการสินค้าที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเอเชียและสหรัฐอเมริกาที่มีการปล่อยสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตรงใจผู้บริโภค  

สำหรับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงยอดขายที่เพิ่มขึ้น 48.0% จากปีก่อน อยู่ที่ 21,693 ล้านบาท จากความต้องการอาหารสัตว์ที่พุ่งสูงและราคาขายที่เพิ่มขึ้น

tu2

ปี 65 ทำสถิติยอดขายสูงสุดประวัติการณ์

“ ไทยยูเนี่ยนมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งและยอดขายที่ทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าเราจะอยู่ท่ามกลางเศรษฐกิจทั่วโลกที่ต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่มีความผันผวน  ธุรกิจหลักของเรายังคงเป็นหัวใจสำคัญ ” นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าว

บริษัทจะต่อยอดธุรกิจให้ผลิตภัณฑ์มีความหลากหลายเพื่อดึงดูดลูกค้า ทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา และยังคงพัฒนาธุรกิจเพิ่มมูลค่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจส่วนประกอบอาหาร อาหารเสริม และโปรตีนทางเลือก และสามารถขยายธุรกิจไปยังผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เน้นนวัตกรรมและจะมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

สำหรับธุรกิจอาหารทะเลบรรจุกระป๋องมียอดขายของบริษัทปี 2565 มีสัดส่วนถึง 43%ของรายได้ทั้งหมด ตามมาด้วยธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นอยู่ที่ 36% ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง 14% เพิ่มขึ้นจาก 10% ในปี 2564  และธุรกิจเพิ่มมูลค่าและอื่นๆ อีก 7% ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและมีส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจของไทยยูเนี่ยนในปีที่ผ่านมา 

ส่วนบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทในเครือได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ถือเป็นหุ้นไอพีโอที่มีมูลค่าการเสนอขายสูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทย  และยังเป็นปัจจัยสำคัญในการลดลงของอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนของ

ไทยยูเนี่ยนให้อยู่ที่ระดับ 0.54 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เปรียบเทียบกับปี 2564 ที่อยู่ในระดับ 0.99 เท่า

fy2022_salesbreakdownbycat

นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังมีธุรกิจกระจายตัวอยู่ทั่วโลก ซึ่งสัดส่วนยอดขายตามภูมิภาคมี ดังนี้  สหรัฐอเมริกาและแคนาดาอยู่ที่ 44%  ยุโรป 26% ประเทศไทย 11% และภูมิภาคอื่นๆ  19%

ปี 2565 ไทยยูเนี่ยนยังมีการขยายโอกาสทางธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการลงทุน 10 ล้านเหรียญแคนาดาในบริษัท มาร่า รีนิวเอเบิลส์ คอร์ปอเรชั่น  หนึ่งในบริษัทผู้นำการผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพจากสาหร่ายที่มีการเพาะเลี้ยงขึ้นอย่างยั่งยืนของโลก

TU ตั้งเป้าปี 2566 ยอดขายโต 5-6% 

นายธีรพงศ์  กล่าวว่า “ปี 2566 แม้ว่าเราจะยังคงเห็นภาวะเงินเฟ้อในทุกภูมิภาคทั่วโลกที่ไทยยูเนี่ยนดำเนินธุรกิจอยู่ แต่ผมเชื่ออย่างยิ่งว่า การที่ไทยยูเนี่ยนมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ทางธุรกิจในระยะยาว ตลอดจนวินัยทางการเงิน และการให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางธุรกิจ จะทำให้ธุรกิจของเราเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยไทยยูเนี่ยนตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายในปี 2566 อยู่ที่ระดับ 5-6% โดยประมาณ และเพิ่มงบลงทุนอยู่ที่ 6,000-6,500 ล้านบาท” 

advertisement

Relate Post

SPOTLIGHT