
แม้โลกจะคุ้นชินกับคำว่า “ไวรัส” หลังยุคโควิด-19 แต่เหตุการณ์ล่าสุดบนเรือสำราญกำลังปลุกความกังวลอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยการพบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) บนเรือสำราญ MV Hondius ระหว่างเดินทางจากประเทศอาร์เจนตินาไปยังประเทศเคปเวิร์ด
ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 รายบนเรือลำดังกล่าว หนึ่งในนั้นได้รับการยืนยันว่า ติดเชื้อไวรัสฮันตา เป็นชายชาวอังกฤษวัย 69 ปีที่เริ่มแสดงอาการระหว่างอยู่บนเรือ ส่วนผู้เสียชีวิตอีกสองราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าติดเชื้อไวรัสดังกล่าวหรือไม่
ส่วนขณะนี้มีลูกเรืออีกหลายรายเริ่มมีอาการเข้าข่ายการติดเชื้อไวรัสฮันตา และอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
รายงานจาก BBC News ระบุว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เกิดการติดเชื้อขึ้นบนเรือ หรือก่อนออกเดินทาง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ไวรัสชนิดนี้ไม่ได้แพร่จากคนสู่คนได้ง่ายแบบโควิด-19 แต่ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่ ‘ความเร็ว’ ของการระบาด แต่เป็น ‘ความรุนแรง’ ของโรคนี้
วันนี้ SPOTLIGHT จะพาไปดูกันว่าไวรัสนี้คืออะไรกันแน่? รักษาได้ไหม? แล้วจะป้องกันตัวเองยังไง?
ไวรัสฮันตา (Hantavirus) เป็นเชื้อไวรัสที่อยู่ในกลุ่ม Hantaviridae โดยมีแหล่งต้นทางจาก ‘สัตว์ฟันแทะ’ โดยเฉพาะหนู ซึ่งการติดเชื้อในมนุษย์เกิดขึ้นได้จากหลายทาง
โรคที่เกิดจากไวรัสชนิดนี้จะแตกต่างกันไปตามสถานที่ทางภูมิศาสตร์ โดยไวรัสนี้สามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ตามภูมิภาค
ความอันตรายของไวรัสนี้คือ ในช่วงแรกแทบแยกไม่ออกจากไข้ทั่วไป ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมักมาถึงโรงพยาบาลเมื่ออาการเข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว
จากปี 1993 - 2023 อัตราผู้ป่วยรวมทั่วโลกอยู่ที่ 890 ราย โดยส่วนมากอาศัยอยู่ในทวีปอเมริกา แต่ยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจเมื่อปี 2024 โดยมีอัตราผู้ป่วยจากไวรัสนี้สูงถึง 60,000 - 100,000 ราย โดยจะอยู่ในกลุ่มของ HFRS และส่วนมากเป็นผู้ป่วยในประเทศจีนเกือบ 50 %
ไวรัสนี้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เมื่อเบ็ตซี อาราคาวะ ภรรยาของนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ “จีน แฮ็กแมน” เสียชีวิตด้วยอายุ 65 ปี โดยแพทย์เชื่อว่าสาเหตุมาจากไวรัสฮันตา กลุ่ม HPS เพราะเมื่อเข้าไปตรวจสอบบ้านของเธอในรัฐนิวเม็กซิโก พวกเขาก็พบกับซากหนู และรังหนูเป็นจำนวนมากอยู่ในภายในตัวบ้าน
ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติของสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มี ‘ยารักษาเฉพาะ’ สำหรับไวรัสฮันตา
การรักษาจึงมุ่งเน้นที่การรักษาตามอาการ และรับมือภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะในระบบทางเดินหายใจ หัวใจ ปอด และไต ถ้าหากอาการทรุดลง ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการดูแลในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) อย่างใกล้ชิด
ดังนั้น ‘การป้องกัน’ ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ตั้งแต่การดูแลสุขอนามัย ไปจนถึงการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากแหล่งแพร่เชื้อโดยตรง
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่า วิธีลดความเสี่ยง และป้องกันตัวเองที่ได้ผลที่สุดคือ ‘การควบคุมแหล่งเชื้อ’ โดยมีแนวทางดังนี้
หากพบผู้มีอาการต้องสงสัย ควรแยกตัวออกห่างทันที และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด พร้อมระบุผู้ป่วย เพื่อป้องกันการระบาดในวงกว้าง
แม้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจไม่ใช่การระบาดใหญ่ แต่เป็นเครื่องเตือนว่า ภัยเงียบจากโรคติดเชื้อยังคงอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ดังนั้นทางที่ดีที่สุด คือ "การไม่ประมาท' และ 'รู้จักวิธีป้องกันตัวเอง'