
มาลี ประเทศในแอฟริกาตะวันตกที่เผชิญทั้งความยากจน ความไม่มั่นคงทางการเมือง และความขัดแย้งต่อเนื่องมานานหลายปี กำลังเผชิญอีกหนึ่งวิกฤตที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนอย่างเงียบงัน นั่นคือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทุกวันนี้ ทะเลทรายกำลังคืบคลานเข้ากลืนหมู่บ้าน แหล่งน้ำกำลังเหือดแห้ง และทรัพยากรธรรมชาติที่เคยหล่อเลี้ยงผู้คนหลายชั่วอายุคน กำลังหายไปทีละน้อย
เหนือหมู่บ้านบิลาล บังกอร์ ทางตอนเหนือของประเทศ ภาพจากมุมสูงเผยให้เห็นเนินทรายขนาดใหญ่ที่กำลังขยายตัวเข้าหาชุมชนอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือ ICRC ต้องสร้างแนวกั้นทรายบนพื้นที่หลายสิบเฮกตาร์ เพื่อพยายามชะลอการรุกคืบของทะเลทราย
พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของ “ทะเลสาบฟากีบิน” หนึ่งในแหล่งน้ำสำคัญของมาลี ที่เคยหล่อเลี้ยงทั้งการเกษตร การประมง และปศุสัตว์ของผู้คนจำนวนมาก แต่หลังทศวรรษ 1970 ภัยแล้งที่ยาวนานและรุนแรงขึ้น ทำให้ทะเลสาบค่อย ๆ แห้งเหือด ผืนน้ำถูกแทนที่ด้วยทะเลทราย และพื้นที่เกษตรที่เคยอาศัยน้ำหลากจากแม่น้ำไนเจอร์ก็ทยอยหายไปเช่นกัน
อับดุล คาริม อัก อัล ฮัสซาเน อดีตชาวนา ซึ่งปัจจุบันต้องเปลี่ยนอาชีพมาเลี้ยงสัตว์ เล่าย้อนถึงภาพในอดีตของพื้นที่แห่งนี้ว่า ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยน้ำและต้นไม้จำนวนมาก แต่เมื่อผู้คนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานมากขึ้น ป่าไม้ก็ถูกทำลายลงเรื่อย ๆ จนไม่เหลือแนวป้องกันธรรมชาติอีกต่อไป ก่อนที่เนินทรายจะเริ่มก่อตัวและคืบคลานเข้ามาแทนที่
ปัจจุบัน ชาวบ้านในพื้นที่มีฤดูฝนเพียงประมาณ 3 เดือนต่อปี ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ส่วนช่วงเวลาที่เหลือ อุณหภูมิอาจพุ่งสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียส
ผลกระทบที่เกิดขึ้นรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อาชีพประมงแทบหายไปจากหลายชุมชน พื้นที่ทำกินลดลงอย่างหนัก ขณะที่บ้านเรือนบางส่วนเริ่มถูกทรายกลืนกิน ความขัดแย้งระหว่างเกษตรกรกับผู้เลี้ยงสัตว์เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะทุกฝ่ายต่างแย่งชิงทรัพยากรที่เหลืออยู่อย่างจำกัด
ชาวบ้านจำนวนมากต้องตัดต้นไม้ที่ยังเหลืออยู่เพื่อนำไปขายหรือใช้ประทังชีวิต แม้จะรู้ว่ากำลังทำลายสิ่งแวดล้อมก็ตาม หญิงชาวบ้านคนหนึ่งยอมรับว่า เธอไม่มีทางเลือกอื่น เพราะลูกหลานจำนวนมากอพยพออกจากหมู่บ้านไปยังประเทศอื่นเพื่อหาโอกาสในการดำรงชีวิต
ความยากจนและการขาดโอกาสยังทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากต้องออกจากพื้นที่ เพราะหากยังอยู่ต่อ พวกเขาอาจถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธที่เคลื่อนไหวอยู่ในหลายพื้นที่ของประเทศ
มาฮามาดู อุสมาน เกษตรกรในพื้นที่ บอกว่า ทุกวันนี้แทบไม่มีวันไหนที่ไม่เกิดความขัดแย้งระหว่างเกษตรกรกับผู้เลี้ยงสัตว์ เพราะพื้นที่ทำกินและแหล่งน้ำเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ แม้แต่การขนส่งผลผลิตทางการเกษตรก็ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยงจากการปล้นสะดมและความไม่ปลอดภัย
ขณะเดียวกัน แม่น้ำไนเจอร์ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของมาลี ก็กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักเช่นกัน
อุสมาน เจบาเร เจเนโป ผู้นำสมาคมชาวประมงวัย 76 ปี ซึ่งใช้ชีวิตอยู่กับแม่น้ำสายนี้มาตลอดชีวิต บอกว่า ในอดีต แม่น้ำไนเจอร์เคยลึกและอุดมสมบูรณ์กว่านี้มาก ฤดูจับปลายาวนานกว่าเดิม และมีปลาอยู่จำนวนมาก แต่ปัจจุบัน ปลาลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะทั้งการจับปลามากเกินไป ระดับน้ำที่ลดลง และผลกระทบจากภัยแล้ง
นอกจากปัญหาสภาพอากาศแล้ว แม่น้ำไนเจอร์ยังได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อนหลายแห่งตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งเปลี่ยนทิศทางและจังหวะการไหลของแม่น้ำ ขณะที่ปริมาณฝนที่ลดลงต่อเนื่อง ก็ยิ่งทำให้แม่น้ำตื้นเขินมากขึ้น
ในอดีต พื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนเจอร์เคยมีระบบแบ่งปันทรัพยากรตามฤดูกาลอย่างสมดุล ระหว่างชาวประมง ผู้เลี้ยงสัตว์ และเกษตรกร แต่เมื่อทรัพยากรเริ่มร่อยหรอ ความสมดุลที่เคยดำรงอยู่มานานหลายร้อยปี ก็ค่อย ๆ พังทลายลง
อามิดู ตูเร หัวหน้าองค์กร ODPA-DIN ระบุว่า แม่น้ำไนเจอร์กำลังถูกตะกอนทรายกลืนกินตลอดทั้งสาย หลายพื้นที่ที่เคยอุดมสมบูรณ์และให้ผลผลิตสูง ถูกตัดขาดออกจากแม่น้ำ เพราะปัญหาการตื้นเขินที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
วันนี้ ในมาลี ทะเลทรายไม่ได้กำลังกลืนกินเพียงผืนดินเท่านั้น แต่มันกำลังกลืนกินแม่น้ำ วิถีชีวิต และอนาคตของผู้คนทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ไปพร้อมกัน