ธุรกิจ/การตลาด

สายพันธุ์ "โอไมครอน" ทุบหุ้นไทยร่วง ผวากระทบ ศก.-ท่องเที่ยว

29 พ.ย. 64
สายพันธุ์ "โอไมครอน" ทุบหุ้นไทยร่วง ผวากระทบ ศก.-ท่องเที่ยว

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ ปิดที่ระดับ 1,589.69 จุด ติดลบ 20.92 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายหนาแน่นที่ 1.16 แสนล้านบาท โดยกลุ่มนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิมากที่สุดถึง 4,370.36 ล้านบาท เนื่องจากมีความกังวลของสถานการ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กลายพันธุ์และกำลังกลับมาแพร่ระบาดทั่วโลกจนส่งผลให้หลายประเทศต่างทยอยออกมาตราการการควบคุมการเดินระหว่างแล้ว องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ไวรัสโควิด-19 ที่กลายพันธุ์ "โอไมครอน" เป็นสายพันธ์ที่น่ากังวล


นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และนักกลยุทธ์ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้โอไมครอน เป็นสายพันธ์ที่น่ากังวล ภายหลังการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านโควิด พบข้อมูลบ่งชี้ ด้านระบาดวิทยาที่น่ากังวลโดยมีการกลายพันธ์ในหลายตำแหน่ง และมีการระบาดที่เร็วกว่าสายพันธ์อื่น อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเรื่องความรุนแรง เรามีมุมมองว่าสถานการณ์ของโควิดสายพันธ์โอไมครอนอาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมมากเท่ากับที่เคยเกิดขึ้นในระลอกก่อนก่อน เนื่องจาก 1) อัตราการเฉีดวัคซีนที่สูงขึ้นมากในประเทศส่วนใหญ่ 2) องค์ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและรักษาโควิดที่ดีขึ้น 3) เทคโนโลยีของวัคซีน MRNA ที่ทำให้สามารถปรับปรุงวัคซีนได้เร็ว (ประมาณ 2-3 เดือน) 4) การตรวจในปัจจุบันยังสามารถใช้ได้ดี


ทั้งนี้ประเมินว่าอาจกระทบเปิดประเทศ แต่ไม่กระทบเปิดเมือง ในสถานการณ์ที่เริ่มพบการระบาดและยังไม่แน่ใจผลกระทบเกี่ยวกับความรุนแรงของสายพันธ์ใหม่ ทำให้หลายประเทศเริ่มประกาศห้ามการเดินทางจาก 8 ประเทศแอฟริกา ขณะที่น่าจะยังมีการใช้มาตรการเข้มข้นในการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศไปอีกระยะ ซึ่งอาจกระทบกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามคาดไม่กระทบกับการเปิดเมือง และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศ ที่ยังจะได้แรงส่งจากมาตรการกระตุ่นเศรษฐกิจต่างๆ และการฟื้นตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศ


นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล. ทิสโก้ กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์นี้ (29 พ.ย.-3 ธ.ค. 64) ดัชนีหุ้นไทยอาจมีการพักฐาน จากความกังวลไวรัสโควิด-19 ที่กลายพันธุ์ แต่มั่นใจว่าจะยังสามารถยืนอยู่เหนือ 1,600 จุดได้ สำหรับในเดือน ธ.ค. ตลาดหุ้นไทยอาจจะมีการปรับฐานเช่นเดียวกัน แต่จะไม่หลุดแนวรับที่ 1,600 จุด และมีโอกาสกลับมา Sideway ในกรอบ 1,600-1,660 จุด


นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบีเอสที ตามยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง ประกอบด้วย การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กลายพันธุ์ โดยต้องติดตามว่าการระบาดจะมีความรุนแรงและขยายวงกว้างหรือไม่ รวมถึงติดตามการส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ย การลดคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐ และทิศทางของราคาน้ำมัน


นายภาดล วรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.)หยวนต้า เปิดเผยว่า ดัชนีฯ มีความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งมองว่าหลังจากนี้ต้องรอดูผลประชุมองค์การอนามัยโลก(WHO) ว่าจะมีข้อสรุปเรื่องวัคซีนที่มีอยู่จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้หรือไม่


โดยกรณีที่ไม่สามารถควบคุมได้มองมีโอกาสที่ดัชนีฯจะปรับตัวลดลง ให้แนวรับที่ 1,580 จุด ส่วนระดับ 1,600 จุด จะกลายเป็นแนวต้าน เพราะกังวลการเกิดระบาดรอบใหม่ และกรณีที่สามารถใช้วัคซีนที่มีควบคุมการแพร่ระบาดได้ ดัชนีฯ จะมีแนวรับที่ 1,600 จุด แนวต้าน 1,650 จุด


บล.ไทยพาณิชย์ คาดว่าตเกิดการปรับฐานแล้ว หลังปรับลงแรงตั้งแต่ศุกร์ที่แล้ว ด้วยปัจจัยลบกังวลการระบาดของโควิด-19 สายกลายพันธุ์ชื่อ โอไมครอน และมองเป็นปัจจัยกดดันต่อหลังการระบาดเริ่มลุกลามในหลายพื้นที่ ด้าน SET มีแนวรับถัดไปที่ 1,590 และ 1,575 จุด ตามลำดับ ส่วนการฟื้นตัวคาดถูกจำกัดที่บริเวณ 1623-1633 จุด กลยุทธ์ ขายลดพอร์ตหรือหลีกเลี่ยง กลุ่ม Global play และกลุ่ม Reopening ในกลุ่มท่องเที่ยว ส่วนการเข้าตลาด ยังใช้การ Selective Buy หรือเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง

Relate Post

Spotlight