Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Compute หรือหน่วยประมวลผลจะเป็นสินทรัพย์ชนิดใหม่ได้จริงหรือ?

Compute หรือหน่วยประมวลผลจะเป็นสินทรัพย์ชนิดใหม่ได้จริงหรือ?

23 พ.ค. 69
11:06 น.
แชร์

เมื่อไม่นานมานี้ CME Group หนึ่งในตลาด derivative ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้จับมือกับ Silicon Data เพื่อพัฒนา futures market สำหรับ compute โดยมุมมองของ CME คือ compute กำลังจะกลายเป็น asset class ชนิดใหม่ที่มีความต้องการสูง เปรียบเสมือน raw material และ input หลักของโลกในยุค Intelligence

ตรรกะที่ทำสิ่งนี้คือเมื่อทุกคนใช้ AI มากขึ้น ไม่ว่าจะเพื่อการทำงาน หรือเพื่อสร้าง agent ส่วนตัวเป็นผู้ช่วย demand สำหรับ compute ที่ใช้รัน AI ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ก่อนจะตอบรับ narrative นี้ทั้งหมด ผมอยากชวนผู้อ่านตั้งคำถามสองข้อ

หนึ่ง compute มีองค์ประกอบเพียงพอที่จะเป็น commodity จริงหรือไม่?

สอง หาก compute เป็น commodity ได้จริง มันเหมาะที่จะเป็น asset class สำหรับตลาด futures หรือเปล่า?Compute เป็น commodity จริงหรือไม่?

โดยทั่วไป สินค้าที่จะถือว่าเป็น commodity ได้ ควรมีองค์ประกอบสามประการ ได้แก่ fungibility (หน่วยของสินค้าสามารถแลกเปลี่ยนกันได้) standardization (มีมาตรฐานที่ชัดเจน) และ storability หรือ transportability (สามารถกักเก็บและส่งมอบได้)

น้ำมันดิบผ่านครบทั้งสามข้อ ไม่ว่าจะขุดจากอ่าวไทยหรือตะวันออกกลาง หาก specs ตรงกันก็ถือว่าแลกเปลี่ยนกันได้ มีมาตรฐานกลางที่ทุกฝ่ายเชื่อถือ และสามารถกักเก็บและขนส่งได้

แล้ว compute ล่ะ?

สมมุติเราเช่า GPU H100 จาก CoreWeave หรือ Nebius เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตามหลักการแล้ว H100 จากผู้ให้บริการเจ้าไหนก็ควรรัน workloads ได้เท่ากัน อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยจากปัจจัยอย่าง network speed หรือ reliability แต่โดยรวมถือว่าใกล้เคียงกัน อีกทั้งยังมีมาตรฐานกลางที่ชัดเจน เพราะ H100 ไม่ว่ามาจากผู้ให้บริการเจ้าไหนก็มี specs เดียวกันที่ออกมาจาก NVIDIA

ปัญหาคือ compute แตกต่างจากน้ำมันดิบตรงที่ไม่สามารถกักเก็บได้ GPU ที่ว่างงานในชั่วโมงนี้ไม่สามารถเก็บไว้ใช้ในชั่วโมงถัดไปได้

ลักษณะดังกล่าวทำให้ compute มีความใกล้เคียงกับไฟฟ้ามากกว่า กล่าวคือ มีหน่วยที่ชัดเจน สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ ไฟฟ้าหนึ่งหน่วยไม่ว่ามาจากโรงไฟฟ้าใด หาก specs เป็นมาตรฐานเดียวกันก็ใช้แทนกันได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อจำกัดในการกักเก็บและขนส่ง

ดังนั้น หากเรายอมรับว่าไฟฟ้าเป็น commodity แล้ว compute ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันก็น่าจะถือเป็น commodity ได้เช่นกัน

Compute เหมาะกับ futures market หรือไม่?

สำหรับการเป็นสินทรัพย์ที่เหมาะกับการเทรด futures ควรมีองค์ประกอบสามส่วน

ประการแรก price volatility ราคาต้องมีการเคลื่อนไหวมากพอที่จะทำให้ผู้เล่นในตลาดรู้สึกถึงความจำเป็นในการ hedging หากราคาไม่ผันผวนเลย ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้อง hedge

ประการที่สอง ต้องมีฝั่งซื้อและฝั่งขายที่ชัดเจน ในกรณีของ compute ฝั่งขายคือ neoclouds และ hyperscalers อย่าง CoreWeave, Nebius, AWS และ Google ส่วนฝั่งซื้อคือ neolabs และ startups จำนวนมาก ตั้งแต่ OpenAI ไปจนถึง Anthropic

ประการที่สาม ต้องมี spot price ที่เป็นจุดอ้างอิงและเป็นกลาง สามารถสะท้อนสมดุลของ demand และ supply ได้

เมื่อพิจารณาตามองค์ประกอบทั้งสามข้อ ราคา spot ของ GPU มีการเคลื่อนไหวขึ้นลง มีทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายที่ใช้งานจริง และ Silicon Data เองก็กำลังพยายามเข้ามาสร้างราคาอ้างอิงที่เป็นกลาง

ในแง่นี้ compute จึงดูเหมือนจะเป็นทั้ง commodity และสินทรัพย์ที่ซื้อขายผ่านตลาด futures ได้

อย่างไรก็ตาม มีกรณีศึกษาในอดีตที่น่านำมาเปรียบเทียบ นั่นคือ Enron Bandwidth Market

บทเรียนจาก Enron Bandwidth Market

หลายคนอาจจดจำ Enron ได้จากคดีฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกา แต่ในยุครุ่งเรือง Enron ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทพลังงาน หากแต่เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้าน financial engineering และหนึ่งในโปรเจกต์ใหญ่ของ Enron คือการสร้างตลาดซื้อขาย bandwidth (เทียบได้กับ data package ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน)

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี 1996 เมื่ออเมริกามีการ deregulate ธุรกิจโทรคมนาคม ก่อนหน้านั้นตลาด long-distance ถูกครอบครองโดยสามบริษัทคือ AT&T, WorldCom และ Sprint หลังการ deregulate เครือข่าย fiber-optic ใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อแข่งขันกัน ในเวลาเดียวกัน การใช้งานอินเทอร์เน็ตก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทุกคนเชื่อว่า demand ของ bandwidth จะเพิ่มเป็นสองเท่าทุก 100 วัน เงินทุนจึงไหลเข้าสู่การลาก fiber cable อย่างมหาศาล เครือข่ายข้ามทวีปและข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกถูกสร้างขึ้นมาแข่งกัน

หากลองเปลี่ยนคำว่า fiber เป็น GPU และเปลี่ยนคำว่า internet เป็น AI หรือ token เราจะเห็นว่า story ของยุค telco infrastructure build out กับยุค compute infrastructure build out มีความคล้ายคลึงกันอย่างน่าตกใจ

ก่อนหน้าโปรเจกต์ bandwidth ทีมผู้บริหารของ Enron เคย financialize อุตสาหกรรมขนาดใหญ่มาก่อน นั่นคือ natural gas ซึ่งเดิมซื้อขายผ่านสัญญาระยะยาวแบบตัวต่อตัวระหว่างผู้ผลิตและ utility โดย Enron เปลี่ยนให้กลายเป็น commodity ที่ trade ได้อย่างโปร่งใส มี spot price, forward curve และ derivatives ครบครัน

Enron จึงคิดว่า ในเมื่อทำกับ gas ได้ ก็ย่อมทำกับ bandwidth ได้เช่นกัน เพราะทั้งคู่ต่างมีคุณสมบัติของ commodity

Enron ลงทุน 1.2 พันล้านดอลลาร์สร้างเครือข่าย fiber ของตัวเองความยาว 14,000 ไมล์ พร้อมสร้าง physical interconnection hub 13 จุดในเมืองใหญ่ เรียกว่า pooling points ซึ่งเป็นแนวคิดที่ลอกมาจาก Henry Hub ในรัฐ Louisiana จุดบรรจบของท่อก๊าซหลายเส้นที่ใช้เป็น benchmark ราคาของ natural gas

มีการประเมินว่าตลาด bandwidth trading จะมีขนาดถึง 36 พันล้านดอลลาร์ ใหญ่กว่าธุรกิจ gas และ power ของ Enron รวมกันทั้งหมด ในปี 2000 ภาพรวมดูสดใสจน Goldman Sachs และ Morgan Stanley ตั้งทีม research มาดูเรื่องนี้โดยเฉพาะ

แต่เพียงสองปีต่อมา ในปี 2002 อุตสาหกรรม bandwidth trading ก็ล่มสลายเรียบ ไม่ใช่แค่ Enron แต่รวมถึง concept ของการ trade bandwidth ทั้งหมด ภายในห้าปี คำว่า bandwidth futures ก็แทบไม่มีใครพูดถึงอีก

ประเด็นสำคัญคือ ต่อให้ Enron execute ได้ดีจริง สร้าง pooling point ที่ถูกจุด และดึง incumbent เข้าร่วมได้หมด ตลาด bandwidth futures ก็ยังคงล่มสลายอยู่ดี

คำถามคือ ทำไม bandwidth trading ไปไม่รอด?

คำตอบคือ ในท้ายที่สุด bandwidth กลายเป็นของล้นตลาด

ปี 1999 bandwidth เป็นของหายาก ราคา wholesale capacity จาก New York ไป Los Angeles อยู่ที่ 12,000 ดอลลาร์ต่อเดือน บริษัทต่างๆต้อง hedge อย่างจริงจัง ล็อกสัญญาระยะยาวในราคา premium และมอง bandwidth เป็นทรัพยากรเชิงกลยุทธ์

แต่ภายในปี 2010 ราคา internet transit ลดลง 61% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง พอถึงปี 2015 ก็ลดลงในระดับ order of magnitude วันนี้ bandwidth ถูกจนเราสามารถดู Netflix streaming บนมือถือ และในปี 2026 ก็ไม่มีใครต้อง hedge ค่า bandwidth อีกแล้ว เพราะมันไม่มีอะไรให้ hedge

Scarcity สองประเภท

หากแยกแยะให้ชัด scarcity มีอยู่สองประเภท

ประเภทแรกคือ structural scarcity ของขาดเพราะมีข้อจำกัดทางฟิสิกส์ ภูมิศาสตร์ หรือชีววิทยา reserve ของน้ำมันมีจำกัดและกระจุกตัวอยู่ในบางภูมิภาค พื้นที่เพาะปลูกของโลกไม่ได้งอกเพิ่ม supply ของทองคำมีจำกัดจากข้อจำกัดทางธรณีวิทยาของการทำเหมือง สินค้าเหล่านี้มี futures market มาเป็นร้อยปีเพราะ scarcity ของมันถาวร

ประเภทที่สองคือ bottleneck scarcity ของขาดเพราะ infrastructure ตามไม่ทัน demand เช่นเดียวกับ bandwidth ในปี 1999, memory chip ในปี 1995, แบตเตอรี่ EV ในปี 2022 หรือแผงโซลาร์ในปี 2015 ของขาดจริง แต่เป็นการขาดที่ supply ตามไม่ทัน demand

ตลาด futures ที่ตั้งอยู่บน bottleneck scarcity ย่อมไม่ sustainable ในวันที่ buildout เสร็จและ supply ล้นตลาด เช่นเดียวกับ bandwidth ที่วันนี้ยังคงสำคัญแต่ไม่ได้มี scarcity อีกต่อไป

หากพิจารณาตามตรง compute ในปัจจุบันส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่ม bottleneck scarcity TSMC กำลังเร่งสร้าง fab Samsung ก็เช่นเดียวกัน ในขณะที่ฝั่ง hardware, software และ algorithm พัฒนาขึ้นหลายเท่าต่อปี โมเดลรุ่นใหม่ทำงานบน hardware ใหม่ได้ดีขึ้น โดยใช้ compute ที่น้อยลง

อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปนี้ไม่ได้หมายความว่าตลาด compute futures จะไม่เวิร์กเลย

ในระยะสั้น ช่วงที่ buildout ยังไม่เสร็จ supply ตามไม่ทัน ราคา GPU ยังคงเคลื่อนไหวรุนแรง ผู้เล่นที่จำเป็นต้อง lock-in capacity จึงมีเหตุผลที่จะ hedge

นอกจากนี้ compute อาจไม่ซ้ำรอย bandwidth อย่างสมบูรณ์ เพราะ demand side มีความแตกต่างกัน bandwidth มี ceiling ตามธรรมชาติของการบริโภคของมนุษย์ เพราะคนเราดู Netflix ได้เพียง 24 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อ infrastructure ตามทัน demand ก็อิ่มตัว

แต่ demand ของ intelligence เป็น open-ended ทุกครั้งที่ compute ถูกลง คนก็นำไปใช้กับงานที่ใหญ่ขึ้น สร้าง agent ที่ซับซ้อนขึ้น และรัน reasoning ที่ยาวขึ้น ซึ่งสะท้อนรูปแบบของ Jevons Paradox ที่เคยเกิดขึ้นกับถ่านหินในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

หาก Jevons Paradox เกิดขึ้นกับ compute จริง ตลาด compute futures อาจมี window ที่ยาวนานกว่า bandwidth แต่ก็ยังคงเป็น window อยู่ดี ไม่ใช่ permanent state แบบที่เกิดกับน้ำมันหรือทองคำ

ดร.ณรงค์ บริจินดากุล

ดร.ณรงค์ บริจินดากุล

Technical Specialist, SCB 10X

แชร์
Compute หรือหน่วยประมวลผลจะเป็นสินทรัพย์ชนิดใหม่ได้จริงหรือ?