
หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างเป็น ‘ตัวตึง’ ในสายของตัวเองมานานหลายทศวรรษ ล่าสุด บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) บริษัทออแกไนซ์รายใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังอีเวนต์ใหญ่ ๆ นับไม่ถ้วน และบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานแสดงยานยนต์ Motor Show และเจ้าของสื่อด้านยานยนต์ ได้ผนึกกำลังกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ ‘IGP Global’ โดยประกาศความร่วมมือจัดตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 มีนาคม ในห้วงการจัดงาน Motor Show 2026
บริษัทร่วมทุนนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อผสานจุดแข็งของทั้งสองบริษัทในการพัฒนาแพลตฟอร์มอีเวนต์รูปแบบใหม่ ครอบคลุมทั้งงานเฟสติวัล งานแสดงสินค้า และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ โดยผสานการเดินทาง ความบันเทิง และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเริ่มธุรกิจในประเทศไทย และตั้งเป้าจะขยายออกสู่ภูมิภาคอาเซียน
เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ มีประสบการณ์กว่า 36 ปีในธุรกิจครีเอทีฟและอีเวนต์ ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียน ตะวันออกกลาง และรัสเซีย สะท้อนศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ของไทยในเวทีระดับสากล ขณะเดียวกัน ตลาด Mobility มีการเติบโตต่อเนื่องและเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคมากขึ้น จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ อินเด็กซ์จึงร่วมมือกับกรังด์ปรีซ์จัดตั้ง IGP Global เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มอีเวนต์ที่ตอบโจทย์ทั้ง B2B และ B2C และขยายสู่ระดับภูมิภาค
ด้าน พีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจ และเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาคอาเซียน ด้วยห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การจำหน่าย ไปจนถึงธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่อง อีกทั้งยังมีฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่และมีความหลากหลาย
“ในขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากการมองยานยนต์เป็นเพียงพาหนะการเดินทาง ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และการแสดงตัวตน จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดอุตสาหกรรมสู่มิติใหม่ และเป็นที่มาของความร่วมมือครั้งนี้กับอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ เพื่อมุ่งกันสร้างแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคยุคใหม่”
IGP Global มองเห็นศักยภาพของตลาดยานยนต์ (Mobility) ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดของโลก ด้วยจำนวนประชากรกว่า 680 ล้านคน และฐานผู้ใช้ยานยนต์มากกว่า 250 ล้านคัน โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์กว่า 3 ล้านคันต่อปี
ขณะเดียวกัน ภูมิภาคอาเซียนกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Mobility) อย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันแนวโน้มการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าสูงขึ้น เมื่อรวมมูลค่าของอุตสาหกรรมยานยนต์และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ส่งผลให้เศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับ Mobility ในภูมิภาคอาเซียนมีมูลค่ารวมมากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของตลาด
ดังนั้น IGP Global จึงวางวิสัยทัศน์จะก้าวไปสู่การเป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มอีเวนต์ Mobility และ Lifestyle แบบครบวงจรในอาเซียน โดยผสานงานแสดงสินค้า เทศกาล ไลฟ์สไตล์ และเทคโนโลยี เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และผู้บริโภค พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจทั้ง B2B และ B2C โดยในระยะเริ่มต้นบริษัทมุ่งเปิดตัวอีเวนต์หลักในประเทศไทย เพื่อสร้างฐานรายได้ การรับรู้แบรนด์ และเครือข่ายพันธมิตร โดยตั้งเป้าผู้เข้าร่วมงานรวมประมาณ 30,000 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาท
“ภูมิภาคอาเซียนยังคงเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงของโลก โดยสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคอาเซียน+3 (AMRO) คาดว่าเศรษฐกิจอาเซียนจะขยายตัวประมาณ 4.6% ในปี 2569 สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตต่อเนื่องจากการลงทุนภายในประเทศ การส่งออกเทคโนโลยี และนโยบายเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการขยายตัว ขณะเดียวกัน โครงสร้างประชากรของภูมิภาคยังมีสัดส่วนคนรุ่นใหม่ (Young Generation) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ และรูปแบบการเดินทางในอนาคต จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี การเคลื่อนที่ และประสบการณ์ใหม่ของผู้บริโภค” เกรียงไกร ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ กล่าว
พร้อมกันกับการประกาศตั้งบริษัท IGP Global ประกาศจัดอีเวนต์เรือธง 2 อีเวนต์แรกของบริษัท ดังนี้
Hungry Highway
เทศกาลของคอมมูนิตี้คนรักการเดินทางและการขับขี่ เปิดพื้นที่ให้ทุกคนมาร่วมแบ่งปัน passion ด้วยกัน ในปีแรกจะเอาใจสายไบค์เกอร์ด้วยการจัดงานภายใต้คอนเซ็ปต์ “Road for Ride and Bite” ให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์โซนโชว์บิ๊กไบค์และรถแต่งสุดพิเศษ ตลาดไลฟ์สไตล์ที่รวมอุปกรณ์ขับขี่ แฟชั่น และเทคโนโลยีใหม่ ๆ พร้อมด้วยโซนอาหารและเครื่องดื่มหลากหลาย ไปจนถึงโซนดนตรีและความบันเทิงจากศิลปินและดีเจที่มาร่วมสร้างบรรยากาศ โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2569 ณ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) เอกมัย-รามอินทรา
Motion Expo
งานแสดงนวัตกรรมและไลฟ์สไตล์การเคลื่อนที่แห่งอนาคต ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Your Gateway to Smart Movement” ที่รวบรวมโลกของ Mobility ไว้ในที่เดียว ครอบคลุมตั้งแต่ยานยนต์สู่ทุกมิติของการใช้ชีวิต โดยผสาน Future Mobility, Outdoor & Adventure Lifestyle และ Smart Living Technology เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และผู้บริโภค พร้อมยกระดับสู่เวทีธุรกิจและประสบการณ์ระดับภูมิภาค จัดขึ้นในวันที่ 29 เมษายน-2 พฤษภาคม 2570 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ทั้งนี้ IGP Global คาดว่าจะมีรายได้จากทั้ง 2 งานประมาณ 50 ล้านบาท และในระยะต่อไป มีแผนขยายสู่หัวเมืองสำคัญและตลาดอาเซียน พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มให้สร้างรายได้หลากหลายช่องทาง ทั้งการจัดงาน การให้สิทธิ์แฟรนไชส์ การบริหารพื้นที่ และความร่วมมือทางการตลาด