Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปิดไกด์ไลน์ E-Commerce กขค.สกัดแพลตฟอร์มผูกขาด-เอาเปรียบผู้ค้า
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เปิดไกด์ไลน์ E-Commerce กขค.สกัดแพลตฟอร์มผูกขาด-เอาเปรียบผู้ค้า

26 มี.ค. 69
11:32 น.
แชร์

การเติบโตของการค้าขายออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) เป็นโอกาสของคนค้าขายรายเล็กรายน้อยที่ได้เข้าถึงตลาดที่กว้างใหญ่ขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน อำนาจที่เหนือกว่าของแพลตฟอร์มก็บีบให้ผู้ค้าออนไลน์ต้องตกอยู่ในสภาวะจำยอม ไม่ว่าจะเป็นการถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งรายได้ในอัตราที่สูงเกินควร การเปลี่ยนเงื่อนไขโดยไม่แจ้งล่วงหน้า การถูกปิดกั้นการมองเห็นสินค้า ไปจนถึงการไม่มีสิทธิเลือกผู้ให้บริการขนส่งสินค้า

พฤติกรรมเหล่านี้ของแพลตฟอร์มถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่บิดเบือนกลไกการแข่งขัน และสร้างภาระอันไม่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบธุรกิจรายย่อยมาอย่างต่อเนื่อง

แต่นับจากนี้ ปัญหาเหล่านี้ควรจะลดน้อยลงไป เมื่อคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ออกประกาศเรื่อง “แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและการกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน (Multi-sided Platform) ประเภทธุรกิจบริการดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce)” หรือที่เรียกว่า “ไกด์ไลน์ E-Commerce” เพื่อใช้กำกับดูแลพฤติกรรมทางการค้าของผู้ประกอบธุรกิจ E-Commerce ซึ่งมีผลใช้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569

ไกด์ไลน์ E-Commerce กำหนดแนวทางพิจารณาพฤติกรรมทางการค้า โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลัก คือ พฤติกรรมด้านราคา (Price Behavior) และพฤติกรรมทางการค้าอื่น (Non-price Behavior) โดยมีรายละเอียด ดังนี้

พฤติกรรมด้านราคา (Price Behavior)

(ก) การกำหนดให้ตั้งราคาจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ที่ต่ำกว่าต้นทุนรวมเฉลี่ย (Price Below Cost)

(ข) การกำหนดให้ตั้งราคาจำหน่ายสินค้าหรือบริการ เท่ากันทุกช่องทางการจำหน่าย หรือห้ามไม่ให้ตั้งราคาจำหน่ายสินค้าหรือบริการบนดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) อื่นในอัตราที่ต่ำกว่าการวางจำหน่ายบนช่องทางการค้าของตน (Rate Parity Clause) เว้นแต่เป็นรูปแบบธุรกิจที่มีสัญญาโดยฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้รับสิทธิซึ่งมีหน้าที่ต้องชำระค่าสิทธิ ค่าธรรมเนียม หรือให้ผลตอบแทนอื่นใดตามที่ระบุในสัญญารวมถึงกรณีเป็นข้อตกลงหรือรูปแบบธุรกิจตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายอื่น

(ค) การกำหนดราคาขายต่อ (Resale Price Maintenance) โดยให้ตั้งราคาจำหน่ายสินค้า หรือบริการตามที่กำหนด หากไม่ปฏิบัติตามจะปฏิเสธการให้จำหน่ายสินค้าหรือบริการ (Refusal to deal)บนดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) ของตน

(ง) การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งรายได้ (Commission Fee) ค่าใช้จ่ายเพื่อการโฆษณา ด้วยวิธีการใด ๆ (Advertising/Affiliate Ads Fee) ค่าใช้จ่ายเพื่อการใช้บริการขนส่งหรือเข้ารับสินค้าบนดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (Logistic/Pickup Fee) ค่าใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการขาย (Promotion Fee) หรือค่าธรรมเนียมการชำระเงิน (Payment Fee) รวมถึงผลประโยชน์อื่นใดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เช่น

  • เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย รวมถึงผลประโยชน์อื่นใดในอัตราที่สูงเกินสมควร เมื่อเทียบกับอัตราที่เคยเรียกเก็บ (Excessive Pricing)
  • เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย รวมถึงผลประโยชน์อื่นใดในอัตราตามคู่แข่งขัน (Parallel Pricing) ซึ่งสามารถพิจารณาหรือพิสูจน์ได้จากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตระหนักรู้ของผู้ประกอบธุรกิจว่าได้กระทำร่วมกันแม้ไม่ปรากฏข้อตกลงหรือหลักฐานที่แสดงถึงการกระทำร่วมกันโดยชัดแจ้ง
  • เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย รวมถึงผลประโยชน์อื่นใดในอัตราที่ต่ำกว่าต้นทุนรวมเฉลี่ย (Price Below Cost) เว้นแต่การเรียกเก็บในอัตราที่ต่ำกว่าต้นทุนรวมเฉลี่ยในบางกรณีเช่น เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจในช่วงการทดลองตลาด หรือเป็นการส่งเสริมการขายในช่วงระยะเวลาอันสั้นหรือมีความจำเป็นที่ต้องเรียกเก็บในอัตราที่ต่ำกว่าต้นทุนรวมเฉลี่ยมิฉะนั้นจะเกิดความเสียหาย ต่อการดำเนินธุรกิจ โดยต้องเป็นการดำเนินการในช่วงระยะเวลาอันสั้น
  • เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย รวมถึงผลประโยชน์อื่นใดในอัตราที่ต่ำกว่าต้นทุนแปรผันเฉลี่ย จากผู้ขาย (Sellers) ผู้ให้บริการรับและขนส่ง (Cariers) ผู้ให้บริการโฆษณาดิจิทัล (Digital Media Advertisers) และผู้ให้บริการการชำระเงิน (Payment Channels) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คู่แข่งต้องออกจากตลาด (Predatory Pricing) และเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย รวมถึงผลประโยชน์อื่นใดสูงขึ้นในภายหลังเพื่อชดเชยส่วนที่เคยขาดทุนไปและทำกำไรสูงสุดในระยะยาว (Recoupment) เว้นแต่มีความจำเป็นทางธุรกิจที่ต้องเรียกเก็บในอัตราที่ต่ำกว่าต้นทุนแปรผันเฉลี่ย มิฉะนั้นจะเกิดความเสียหายต่อการดำเนินธุรกิจ
  • เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย รวมถึงผลประโยชน์อื่นใดในอัตราที่แตกต่างกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการเดียวกัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (Pice Dscrimination) ทั้งนี้ โดยพิจารณาจากขนาด ปริมาณการจำหน่าย หรือมูลค่าการจำหน่าย เป็นต้น
  • เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย รวมถึงผลประโยชน์อื่นใด ที่เป็นภาระอันเกินควรแก่คู่ค้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่มีการแจ้งล่วงหน้าในระยะเวลาที่เหมาะสม

(จ) การกระทำทางการค้าใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมที่ส่งผลต่อราคาสินค้า หรือบริการในตลาดอย่างไม่เป็นธรรม เช่น การใช้ระบบอัลกอริทึมกำหนดอัตราหรือจัดระดับราคาสินค้าหรือบริการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (Price Ranking System) เป็นต้น

พฤติกรรมทางการค้าอื่น (Non-price Behavior)

(ก) การกีดกันการมองเห็นสินค้าหรือบริการของผู้ขาย (Seller) ซึ่งใช้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) โดยใช้ระบบอัลกอริทึมปิดกั้นหรือจำกัดการมองเห็น (Visibility Reduction) และให้สิทธิพิเศษเอื้อประโยชน์เฉพาะตน (Self-preferencing)หรือของผู้ขายรายอื่นที่ตนได้รับผลประโยชน์มากกว่า โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เช่น จัดวางสินค้าของตนหรือของผู้ขายรายอื่นในตำแหน่งที่เป็นจุดเด่นบนพื้นที่หน้าแรกโดยไม่แสดงให้เห็นโดยชัดเจนว่าเป็นการดำเนินการภายใต้การโฆษณา (Ad)

(ข) การบังคับให้เลือกหรือยอมรับเงื่อนไขใด ๆ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เช่น

  • บังคับเลือกบริการรับและขนส่งสินค้า (Carriers) โดยต้องใช้บริการรับและขนส่งสินค้าของผู้ประกอบธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) หรือที่กำหนดไว้เท่านั้น ไม่สามารถเลือกใช้บริการขนส่งหรือบริการเข้ารับสินค้าอื่นใดตามความประสงค์ของผู้ขายได้ ทังนีให้รวมถึงกรณีที่ผู้ขายถูกกำหนดให้ต้องใช้ผู้ให้บริการรับและขนส่งสินค้า (Camiers) ที่ถูกตังเป็นค่าเริมต้น (Default Setting) โดยเป็นผู้ให้บริการที่ผู้ประกอบธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มมีผลประโยชน์ทางธุรกิจเกี่ยวข้องและผู้ขายไม่สามารถเลือกยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าดังกล่าวได้โดยสะดวก
  • บังคับให้เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ทำเป็นช่วงระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน เช่น กิจกรรมส่งเสริมการขายตามช่วงเวลาเป็นประจำทุกเดือน (Double-date Sale)
  • บังคับเลือกบริการช่องทางการชำระเงิน (Payment Channels) โดยต้องใช้บริการการชำระเงินของผู้ประกอบธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) หรือที่กำหนดไว้เท่านั้น โดยไม่สามารถเลือกใช้บริการการชำระเงินอื่นใดตามความประสงค์ของผู้ขายได้
  • บังคับหรือจูงใจให้ซื้อหรือให้ใช้บริการ (Coercion to Purchase) โดยต้องซื้อ หรือใช้บริการใด ๆ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เช่น ผู้บริการโฆษณา (Media Advertiser) ตามที่กำหนดเพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce)

(ค) การกำหนดเงื่อนไขอันเป็นการจำกัดสิทธิ (Exclusive Dealing) โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เช่น

  • กำหนดเงื่อนไขที่มีลักษณะเป็นการห้ามจำหน่ายสินค้าหรือบริการบนช่องทางดิจิทัล แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) ของรายอื่น โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหากผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามจะต้องถูกจำกัดด้วยวิธีทางการค้ารูปแบบต่าง ๆ เช่น การยกเลิกบัญชีผู้ขาย (Banned Account) การถอดสินค้าบริการออกจากช่องทางการจำหน่าย (Delisting) หรือการปฏิเสธการให้จำหน่ายสินค้าหรือบริการ (Refusal to deal) บนดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) ของตน เป็นต้น
  • การกำหนดเงื่อนไขที่มีลักษณะอันทำให้เสียเปรียบถูกจำกัดโอกาสโดยไม่มีทางเลือกทางการค้าอื่นใด เช่น กำหนดให้ต้องจำหน่ายสินค้าหรือบริการอื่นพ่วงด้วยจึงจะสามารถวางสินค้าหรือบริการจำหน่ายบนช่องทางดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) ของตนได้ (Tying and Bundling) กำหนดให้ส่งข้อมูลทางการค้าทุกประเภทโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปสร้าง ข้อจำกัดและกิดกันการแข่งขัน (Anti-competitive Use of Third-party Data) การจำกัดตัวเลือก (Limiting Choices) ด้านบริการรับและขนส่งสินค้า (Carriers) โดยถอดรายชื่อผู้ให้บริการรับและขนส่งสินค้ารายอื่นออกจากตัวเลือกหลักและให้ใช้บริการรับและขนส่งสินค้าที่ตั้งค่าไว้เท่านั้น เป็นต้น

(ง) การเลือกปฏิบัติ (Discrimination) โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เช่น

  • การเลือกจัดอันดับนำเสนอสินค้าหรือบริการที่แตกต่างกัน ระหว่างผู้ขายที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการเดียวกัน (Ranking Discrimination)
  • การเลือกแบ่งสัดส่วนคำสั่งซื้อหรือปริมาณพัสดุที่จะต้องขนส่ง (Quantity Discrimination) ระหว่างบริการรับและขนส่ง (Carrier) ของตนหรือเครือข่ายของตนกับผู้ให้บริการรับและขนส่ง (Carrier) รายอื่นที่ให้บริการประเภทเดียวกัน

(จ) การเอื้อประโยชน์ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เช่น

  • การเอื้อประโยชน์ด้านข้อมูล โดยนำข้อมูลต่าง ๆ ที่ตนได้รับไปสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับเครือข่ายการดำเนินธุรกิจของตน (Data Leveraging) เป็นต้น
  • การเอื้อประโยชน์ให้กับบริการของตน (Self-preferencing) โดยให้ประโยชน์ใด ๆ แก่บริการของตนเองเป็นการเฉพาะเหนือกว่าประโยชน์ของคู่ค้ารายอื่น

(ฉ) การร่วมกันกระทำการระหว่างผู้ประกอบธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้า หรือบริการ (E-Commerce) ที่แข่งขันในตลาดเดียวกัน หรือระหว่างผู้ประกอบธุรกิจซึ่งใช้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) ซึ่งเป็นคู่ค้ากัน ที่มีลักษณะเป็นการตกลง อันมีผลบังคับและไม่มีผลบังคับทั้งในรูปแบบเป็นลายลักษณ์อักษรหรือรูปแบบอื่นใดซึ่งบ่งชี้ได้ว่า มีการตระหนักรู้ว่ามีการกระทำร่วมกัน เช่น การสมรู้ร่วมคิดในการประมูลคำสำคัญ (Keyword-bidding collusion)

(ช) การกระทำใด ๆ อันก่อให้เกิดการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขัน เช่น การประวิงเวลาจ่ายค่าสินค้าหรือบริการ การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางการค้าหรือปรับเปลี่ยนการดำเนินการใด ๆ โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าในระยะเวลาที่เหมาะสม เป็นต้น

กขค.ยืนยันพิจารณารอบด้าน ลงโทษจริง

ผศ. ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า ไกด์ไลน์ E-Commerce นี้จะสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางพิจารณาพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมอันมีลักษณะผูกขาด ลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขัน รวมไปถึงการตกลงร่วมกันหรือทำนิติกรรมอื่น ภายใต้ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 โดยครอบคลุมการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน (Multi-sided Platform) ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ E-Commerce กับผู้ประกอบธุรกิจอื่นที่มีการดำเนินธุรกิจเชื่อมโยงระหว่างกัน เช่น ผู้ขาย (Sellers) ผู้ให้บริการรับและขนส่ง (Carriers) ผู้ให้บริการโฆษณาดิจิทัล (Digital Media Advertisers) หรือ ผู้ให้บริการการชำระเงิน (Payment Channels) เป็นต้น

“กขค.จะพิจารณาการกระทำตามองค์ประกอบและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีอย่างรอบด้าน โดยอาจพิจารณาจากปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ลักษณะความสัมพันธ์ทางสัญญา หรือข้อจำกัดตามกฎหมายอื่น ซึ่งหากเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม หรือปราศจากเหตุผลอันสมควร หรือส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการแข่งขันโดยรวมของตลาด อันอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 จะมีบทลงโทษตามฐานความผิดนั้น ๆ ซึ่งมีทั้งโทษทางอาญา และโทษปรับทางปกครอง” เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้ากล่าว

ทั้งนี้ สามารถอ่านและศึกษาประกาศฯ ได้ที่ https://tcct.or.th/assets/portals/1/files/Multi_sided_Platform.pdf และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายกฎหมายและพัฒนาการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน กขค. โทร 0 2199 5419

แชร์
เปิดไกด์ไลน์ E-Commerce กขค.สกัดแพลตฟอร์มผูกขาด-เอาเปรียบผู้ค้า