Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Netflix อาจพ่ายดีล Warner เมื่อ DOJ สอบผูกขาด – Paramount เพิ่มเงินสู้
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

Netflix อาจพ่ายดีล Warner เมื่อ DOJ สอบผูกขาด – Paramount เพิ่มเงินสู้

24 ก.พ. 69
21:38 น.
แชร์

ศึกแย่งซื้อกิจการวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี (Warner Bros. Discovery) สตูดิโอภาพยนตร์ระดับตำนานของฮอลลีวูดเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออีกครั้ง แม้ก่อนหน้านี้ เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ Warner มูลค่า 72,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใกล้การปิดดีล และกำลังเผชิญอุปสรรคใหญ่สองด้านพร้อมกัน

อุปสรรคใหญ่ด้านหนึ่ง คือ อุปสรรคทางกฎหมาย ซึ่งกระทรวงยุติธรรม (DOJ) ของสหรัฐกำลังสอบสวนว่าดีลนี้จะทำให้เกิดการผูกขาดหรือไม่ โดยมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นกว่าการพิจารณาควบรวมกิจการทั่วไป และอีกด้านหนึ่ง คือ พาราเมาต์ สกายแดนซ์ (Paramount Skydance Corp.) คู่แข่งในเกมนี้ได้เพิ่มราคาเสนอซื้อ Warner อีกครั้ง ทำให้ Netflix ต้องตัดสินใจว่าจะเสนอราคาสู้กลับอีกหรือไม่

Netflix คว้าชัยรอบแรก แต่เกมยังไม่จบ

การแข่งขันเข้าซื้อกิจการ Warner เป็นหนึ่งในดีลในอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ไม่ว่าจะเป็น Netflix หรือ Paramount เป็นฝ่ายชนะ ก็จะมีอิทธิพลอย่างมากต่ออุตสาหกรรมบันเทิงในอนาคต

ก่อนนี้ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมปีที่แล้ว Warner ตกลงขายธุรกิจสตูดิโอภาพยนตร์และโทรทัศน์ รวมถึง HBO ให้กับ Netflix ที่ราคา 27.75 ดอลลาร์ต่อหุ้น เป็นมูลค่ารวม 72,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยโครงสร้างดีลจะมีการแยกธุรกิจเคเบิล เช่น CNN และ TNT ออกไป ข้อตกลงดังกล่าวถูกมองว่า เป็นดีลที่อาจทำให้ Netflix กลายเป็นผู้เล่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดรายหนึ่งในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมบันเทิง

ต่อมาในวันที่ ในวันที่ 8 ธันวาคม Paramount ประกาศยื่นคำเสนอซื้อกิจการอย่างไม่เป็นมิตร โดยเสนอราคา 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น เป็นมูลค่ารวม 108,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่คณะกรรมการบริษัทของ Warner ยังสนับสนุนการขายกิจการให้ Netflix

Paramount เพิ่มราคาสู้อีก มั่นใจผ่านด่านกฎหมาย

ฝั่ง Paramount ยังคงไม่ลดละความพยายาม ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้กลับมาเพิ่มข้อเสนออีกครั้ง และได้ปรับเงื่อนไขสำคัญเพื่อตอบโจทย์ข้อกังวลของ Warner ในการเจรจาครั้งก่อน ๆ โดยเฉพาะประเด็นความแน่นอนของแหล่งเงินทุน นอกจากนี้ Paramount ยังยอมให้ Warner บริหารธุรกิจได้อย่างอิสระก่อนปิดดีล ซึ่งเป็นอีกเงื่อนไขที่ช่วยลดความเสี่ยงในช่วงรอยต่อ

Warner จึงตัดสินใจเปิดการเจรจากับ Paramount อีกครั้งเป็นเวลา 7 วัน (สิ้นสุด 2 มีนาคม) หากคณะกรรมการเห็นว่าข้อเสนอใหม่นี้ดีกว่าดีลเดิมกับ Netflix ทาง Netflix จะมีเวลา 4 วันในการยื่นข้อเสนอแข่งขันกลับ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวสะท้อนว่า ข้อตกลงของ Warner กับ Netflix ยังไม่ถึงจุดที่มีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ และยังเปิดช่องให้ดีลพลิกได้

ทั้งนี้ ในด้านกฎหมาย Paramount ยืนยันว่า ข้อเสนอซื้อกิจการของตนไม่มีอุปสรรคทางกฎหมาย หลังผ่านกระบวนการ second-request ของ DOJ ในการตรวจสอบการควบรวมกิจการแล้ว

DOJ สอบเข้มกว่าดีลควบรวมกิจการทั่วไป

อุปสรรคที่สำคัญกว่าของ Netflix อาจเป็นการตรวจสอบของ DOJ ซึ่งไม่ได้จำกัดเพียงการประเมินตามกฎหมาย Clayton Act ที่ใช้ในกรณีควบรวมกิจการโดยทั่วไป แต่ยังอ้างถึงความเป็นไปได้ในการละเมิดทั้งมาตรา 7 ของ Clayton Act และมาตรา 2 ของ Sherman Act ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผูกขาดโดยตรง

รายงานข่าวของบลูมเบิร์กระบุว่า จากเอกสารคำสั่งสอบสวนทางแพ่งที่ DOJ ส่งไปยังสตูดิโอภาพยนตร์อิสระแห่งหนึ่งที่สร้างคอนเทนต์ป้อน Netflix แสดงให้เห็นว่า DOJ ต้องการประเมินว่า ดีลนี้อาจลดทอนการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ หรือมีแนวโน้มก่อให้เกิดการผูกขาดหรือไม่ ซึ่งขอบเขตดังกล่าวถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า การตรวจสอบไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนตามปกติของดีลควบรวมขนาดใหญ่

ประเด็นสำคัญที่ DOJ ให้ความสนใจ คือ อำนาจเหนือตลาดของ Netflix และความสามารถในการใช้อำนาจต่อรองกับผู้ผลิตคอนเทนต์อิสระ

ทั้งนี้ ปัจจุบัน Netflix เป็นบริการสตรีมมิงแบบชำระเงินรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นหนึ่งในผู้ซื้อคอนเทนต์รายใหญ่ที่สุด โดยใช้งบประมาณราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ทั้งในส่วนของผลงานการสร้างออริจินัลคอนเทนต์ของตนเองและการซื้อคอนเทนต์จากสตูดิโอภายนอก

การตรวจสอบที่ยืดเยื้ออาจเปลี่ยนใจ Warner

โดยทั่วไปแล้ว การผูกขาดต้องมีการครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าส่วนแบ่งตลาดของ Netflix ไม่ว่าจะรวมหรือไม่รวม Warner ก็ตาม โดยปัจจุบัน Netflix มีส่วนแบ่งในตลาดการรับชมโทรทัศน์ในสหรัฐฯ ประมาณ 9% และมีส่วนแบ่งในตลาดสตรีมมิ่งมากกว่านั้น แต่ยังไม่ถึง 50% ขณะที่งบใช้จ่ายในการผลิตคอนเทนต์ก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกับคู่แข่งรายใหญ่อย่างดิสนีย์ (Disney) และคอมแคสต์ (Comcast)

ถึงอย่างนั้นก็ตาม การที่ DOJ อ้างถึงทั้งสองกฎหมายพร้อมกันสะท้อนว่า การสอบสวนอาจครอบคลุมถึงพฤติกรรมทางธุรกิจในวงกว้าง ไม่ได้จำกัดเฉพาะผลกระทบเชิงโครงสร้างตลาดหลังควบรวมเท่านั้น

เดวิด ไฮแมน (David Hyman) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของ Netflix ยืนยันว่า Netflix ดำเนินธุรกิจในตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาก ไม่ได้มีอำนาจผูกขาด และไม่มีพฤติกรรมกีดกันการแข่งขัน พร้อมทั้งระบุว่า ยินดีจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ขอบเขตการสอบสวนที่กว้างกว่าปกตินี้เป็นสัญญาณว่า กระบวนการพิจารณาของ DOJ อาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะตัดสินใจว่าจะฟ้องร้องคัดค้านข้อตกลงระหว่าง Netflix และ Warner หรือไม่ ซึ่งความล่าช้าที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ตัดสินชัยชนะในศึกนี้ เพราะ Warner อาจตัดสินใจหันไปขายกิจการให้ Paramount ที่มีแนวโน้มจะราบรื่นกว่า

อ้างอิง : Bloomberg [1], Bloomberg [2]

แชร์
Netflix อาจพ่ายดีล Warner เมื่อ DOJ สอบผูกขาด – Paramount เพิ่มเงินสู้