
วันที่ 25 มี.ค.69 ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(สำนักงาน กกพ.) นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการ กกพ.ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ในการประชุม กกพ. ครั้งที่ 10/2569 (ครั้งที่ 1000) มีมติให้เปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที่) สําหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าสําหรับงวด พฤษภาคม-สิงหาคม 2569 เป็น 3 กรณี โดยเรียกเก็บที่ 3.95 – 4.59 บาทต่อหน่วย ตามต้นทุนเชื้อเพลิง โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกและราคา LNG ปรับตัวสูงขึ้นสถานการณ์พลังงานโลก ประกอบกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เป็นปัจจัยกดดัน ดังนี้
กรณีที่ 1 ค่า Ft 80.60 สตางค์ต่อหน่วย ชดเชยต้นทุนคงค้าง (AF) ที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ. 35,928 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย) ทั้งหมด ภายในเดือนเมษายน 2569 เมื่อรวมค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยไม่รวมภาษีมลค่าเพิ่มเป็น 4.59 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 18% จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วย
กรณีที่ 2 ค่า Ft 29.66 สตางค์ต่อหน่วย กฟผ. รับภาระต้นทุนคงค้าง AF กฟผ. เมื่อรวมค่าไฟฟ้าฐานจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.08 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 5% จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วย
กรณีที่ 3 ให้ กฟผ.รับภาระต้นทุนคงค้าง AF คงค้างสะสมจํานวน 35,928 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย ไว้แทนประชาชนก่อน และให้ กกพ. นําเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่การไฟฟ้าเก็บรักษาไว้ (Claw back) ทั้งหมด 9,472 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.43 สตางค์/หน่วย มาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก เมื่อรวมค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.95 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 2% จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วยในงวดปัจจุบัน หรือเฉลี่ยประมาณ 200 บาทต่อครัวเรือน
“กกพ.จะเปิดรับฟังความเห็นทางเว็ปไซต์ กกพ. วันที่ 25-31 มีนาคม 2569 จากนั้นจะสรุปและประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป”
นายพูนพัฒน์ กล่าวว่า หากรัฐบาลมีนโยบายตึงราคาค่าไฟให้อยู่ในระดับ 3.88 บาทต่อหน่วย หรือ 7 สตางค์ต่อหน่วยต่อไป จะใช้วงเงินประมาณ 4,600-5,000 ล้านบาท รัฐบาลต้องใช้มาตรการทางการเงินเข้ามาช่วย ส่วนจะใช้แนวทางใดอยู่ที่รัฐบาลจะดำเนินการ
ขณะเดียวกัน หากรัฐบาลจะมีนโยบายให้กลุ่มผู้ใช้ไฟน้อยไม่เกิน 200 หน่วย คิดเป็น 14 ล้านครัวเรือน และไม่เกิน 300 หน่วย คิดเป็น 17 ล้านครัวเรือน คิดเป็น 80% ของครัวเรือนทั้งระบบ 22 ล้านครัวเรือน รัฐบาลต้องหางบประมาณมาสนับสนุนเช่นกัน
“สิ่งที่สำคัญคือ ประชาชนต้องประหยัดพลังงาน ใช้ไฟน้อยลง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่ค่าไฟจะเพิ่มขึ้นตามสูตรอัตราก้าวหน้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานหนักขึ้น ค่าไฟในบิลจะสูงขึ้นแน่นอน” นายพูลพัฒน์กล่าว
Advertisement