
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 69 นายเดช สัญชาติลาว อายุ 26 ปี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้องว่า น.ส.แรม อายุ 20 ปี น้องสาวได้หายตัวออกไปจากห้องพักในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ซอยแจ้งวัฒนะ14 อย่างไรร่องรอย
โดยน้องสาวมีแฟนชื่อ “ต้อม” สัญชาติลาวเช่นกัน อ้างว่ามีปากเสียงกัน จากนั้น น.ส.แรมได้หนีออกไป แต่เมื่อดูกล้องของอพาร์ทเม้นท์กลับไม่พบ น.ส.แรม เดินออกจากที่พัก จึงมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบที่ห้องพัก แต่กลับไม่ใครอยู่แล้ว
ซึ่งภายในห้องพักยังมีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทั่วห้อง และพบคราบเลือดจึงเชื่อว่าน่าจะมีเหตุอะไรบางอย่างเกิดขึ้น จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และเชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะกำลังหนีกลับไปยังประเทศลาว จึงประสานด่าน ตม.ช่องทางที่จะเดินทางออกไปยังประเทศลาว
กระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 24 มี.ค. 69 ฝ่ายสืบสวนสน.ทุ่งสองห้องได้รับประสานงานจาก ตม.หนองคายว่า สามารถจับกุมตัวนายต้อมได้ขณะกำลังจะข้ามไปยังประเทศลาว ซึ่งจากการสอบสวนนายต้อมเบื้องต้น ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าหั่นศพ น.ส.แรม แฟนสาว และแยกชิ้นส่วนใส่ถุงดำทิ้งลงคลองข้างถนนเรียบคบองปะปา 2 ถุง ริมถนน 2 ถุง และในป่าหญ้าอีก 2 ถุง
อย่างไรก็ตามจากแนวทางการสืบสวนทราบว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายต้อมได้ไปตาม น.ส.แรมผู้ตายจาก จ.ชลบุรีมาที่ห้องพักแจ้งวัฒนะ 14 ต่อมาเวลาประมาณ 18.30 น.วันที่ 22 มี.ค. 69 น.ส.แรมใช้มือถือของนายต้อมโทรหานายเดชพี่ชาย เพื่อขอความช่วยเหลือ กระทั่งกลางดึกวันที่ 24 มี.ค. นายเดชได้เดินทางมาตามหาน้องที่ห้องพัก เนื่องจากติดต่อ น.ส.แรมไม่ได้ ในวันที่ 23 มี.ค. และได้มาพบกับนายต้อม แต่ไม่พบน.ส.แรมน้องสาว โดยนายต้อมอ้างว่า น.ส.แรมหนีไปแล้ว นายเดชจึงเกิดความสงสัยไปขอดูกล้องวงจรปิด พบว่า
· เวลา 06.56 น. (22 มี.ค.) นายต้อมเดิมเข้าห้องพักพร้อม น.ส.แรม
· เวลา 21.56 น. นายต้อมเดินออกจากห้อง พร้อมกระเป๋าสะพายสีดำ และถุงสีดำ
· เวลา 22.41 น. นายต้อมขึ้นรถจักรยานยนต์เวฟสีแดงที่หน้าอพาร์ทเม้นท์ออกไปทางปากซอยแจ้งวัฒนะ14
· เวลา 23.06 น. นายต้อมเดินถือกระเป๋าสะพายสีดำกลับเข้าไปในอพาร์ทเม้นท์
· เวลา 00.01 น.( 24 มี.ค.) นายต้อมเดินมายืนถือกะละมังสีดำ มีถุงดำอยู่ด้านในอยู่หน้าออพาร์ทเม้นท์
· เวลา 00.04 น. นายต้อมเดินคุยโทรศัพท์ออกจากซอยจำปี และเลี้ยวซ้ายเดินเข้าไปในซอยแจ้งวัฒนะ14
ทั้งนี้ฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งสองห้องอยู่ระหว่างเดินทางไปรับตัวนายต้อมที่ถูกตำรวจ ตม.หนองคายจับกุมตัวไว้มาทำการสอบสวนถึงสาเหตุการลงมือในครั้งนี้
พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รองผกก.ตม.จว.หนองคาย ได้รับการประสานจาก ว่าที่ พ.ต.ท.เดชา ธรทะเดช สว.ส.ทท.5กก.1บก.ทท.2 ให้ช่วยสกัดจับผู้ต้องหาชาวลาว ชื่อ นายต้อม ไม่มีนามสกุล (MR.TOM) อายุ 24 ปีสัญชาติลาว ก่อเหตุฆ่าหั่นศพและชิงทรัพย์แฟนสาวชาวลาวชื่อ น.ส.แรม อายุ 20 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ ซอยแจ้งวัฒนะ14 เขตหลักสี่ กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาตรวจสอบห้องพักเลขที่ 405 แต่ไม่พบผู้ใดแต่มีกลิ่นคาวเลือด มีข้อสงสัยว่าจะเกิดเหตุ โดยนายต้อมได้หลบหนีมาทางชายแดนจังหวัดหนองคาย และอาจจะลักลอบข้ามไปประเทศลาวทางช่องทางธรรมชาติ
ต่อมาทาง ตม.จ.หนองคาย ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่งานตรวจบุคคล และพาหนะนำรายชื่อของนายต้อม ไม่มีนามสกุล (MR.TOM) อายุ 24 ปี สัญชาติลาว ลงในข้อมูลบุคคลเฝ้าระวัง (Watch list) รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ประจำช่องตรวจเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลเป้าหมาย และประสานฝ่ายความมั่นคงในตามแนวชายแดน (กกล.สุรศักดิ์มนตรี,นรข.ตำรวจน้ำ) และฝ่ายปกครองเข้มงวดในการเฝ้าระวังโดยให้ร่วมลาดตระเวน เพื่อ Seal ชายแดน และ X-Ray พื้นที่หาตัวผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าว
จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.30 น. ตรวจพบนายต้อม ไม่มีนามสกุล (MR.TOM) บุคคลเป้าหมายขณะเดินเท้าอยู่ภายในบริเวณด่านพรมแดนหนองคาย จึงได้เข้าแสดงตัวเพื่อตรวจสอบเอกสารประจำตัว และหนังสือเดินทาง นายต้อมได้นำหนังสือเดินทางมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับที่ทางตำรวจท่องเที่ยวได้ประสานข้อมูลมา จึงได้เชิญตัวมาทำการสอบปากคำ โดยได้ประสานไปยังสน.ทุ่งสองห้องท้องที่เกิดเหตุ เพื่อประสานข้อมูลเกี่ยวกับคดีดังกล่าว
จากการสอบปากคำนายต้อม ไม่มีนามสกุล (MR.TOM) อายุ 24 ปีสัญชาติลาว ให้การว่าตนเองได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยทางด่านพรมแดนหนองคาย เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2566 โดยได้รับอนุญาตประเภทแรงงาน 3 สัญชาติ (NONL-A2ปี) ทำงานประเภทกุ๊กที่ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีหน้าที่หั่นหมูหั่นไก่ และพักอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ ซอยแจ้งวัฒนะ14 โดยตนมีแฟนสาวชาวลาวชื่อ น.ส.แรม อายุ 20 ปี สัญชาติลาว ทำงานเป็นพนักงานเสริฟที่บาร์แห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี
โดยที่ผ่านมาตนได้ขอให้แฟนสาวเลิกทำงานประเภทดังกล่าว แต่แฟนสาวไม่ยอมเลิกทำงานดังกล่าว และขอเลิกกับตน โดยอ้างว่าตนมีอารมณ์รุนแรงและชอบทำร้ายร่างกาย ตนเกิดความหึงหวงจึงได้เดินทางไปติดตามตัวกลับมาอยู่ด้วยกัน
เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 69 ตนและแฟนสาวเกิดการทะเลาะกันอย่างหนัก ตนบัลดาลโทสะจนทำให้แฟนสาวเสียชีวิต เพื่ออำพรางศพตนได้ใช้มีดสั้นในครัวของห้องพักของตนหั่นอวัยวะออกเป็นชิ้นส่วน แล้วได้ไปซื้อถุงขยะที่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยที่เกิดเหตุ แล้วได้แยกชิ้นส่วนใส่ถุงขยะจำนวน 8 ถุง
โดยให้การว่าเริ่มต้นตัดชิ้นส่วนขาบริเวณหัวเข่า จากนั้นได้หั่นชิ้นส่วนขึ้นมาจากส่วนล่างขึ้นบน แล้วยังใส่ถุงไว้ จากนั้นได้เรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชันมารับตน เพื่อนำเอาถุงที่ยัดใส่ชิ้นส่วนอวัยวะไปทิ้งลงบ่อน้ำตรงข้ามคลองชลประทาน จากนั้นได้หิ้วถุงที่ใส่ชิ้นส่วนอวัยวะที่เหลือ 2 ถุงไปทิ้งที่ถังขยะหน้าปากซอยอพาร์ทเม้นท์ของตน โดยตนได้เอาเงินสดของแฟนสาวติดตัวมาด้วย จำนวน 4,050 บาท จากนั้นวันนี้ (24 มี.ค. 69 )ช่วงเช้าตนได้เดินทางมาที่สนามบินดอนเมือง เพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางมาที่สนามบินจังหวัดอุดรธานี เวลาประมาณ 08.00 น. ตนเดินทางมาถึงสนามบินอุดรธานี ตนได้นั่งเล่นอยู่ภายในสนามบินอุดรธานี จนกระทั่งถึงช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.ได้เรียกรถจักรยานยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อพาตนเองมาส่งที่จังหวัดหนองคาย เพื่อจะเดินทางออกไปยังประเทศลาว จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตม. จ.หนองคายจับกุมตัวได้ในที่สุด
Advertisement