
เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 27 มิ.ย. 69 พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้รับรายงานจาก ตำรวจชุดคลี่คลายคดี ถึงความคืบหน้าคดีการหายตัวไปของ น.ส.ธัญชนก หรือ “น้องเค้ก” อายุ 17 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ หลังเพื่อนรุ่นพี่เข้าแจ้งความว่าผู้สูญหายเดินทางไปกับชายชาวต่างชาติจากบริเวณชายหาดจอมเทียน ก่อนขาดการติดต่อเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนแกะรอยจากพยานหลักฐานจนพบร่างของผู้สูญหายอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง โดยคาดว่าถูกฆาตกรรมก่อนนำศพยัดใส่กระเป๋าไปทิ้งไว้บริเวณข้างป่าริมถนนเลียบทางชัยพฤกษ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 แพทย์เวรโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ร่วมเข้าตรวจสอบ พร้อมปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อรักษาพยานหลักฐาน
จากการตรวจสอบภายในกระเป๋าเดินทางแบบล้อลาก สีดำ ขนาด 29 นิ้ว เจ้าหน้าที่พบร่างของ น.ส.ธัญชนก ถูกยัดอยู่ภายในกระเป๋าในสภาพเปลือยกาย นอนขดตัว โดยผู้เสียชีวิตมีรอยสักบริเวณแผ่นหลัง แขน หน้าอก และขาซ้าย สวมสร้อยข้อมือสีทองที่ข้อมือขวา และสวมสร้อยคอ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบบาดแผลบริเวณหน้าผาก ใบหน้ามีลักษณะดำคล้ำ ขณะที่ช่วงล่างของร่างถูกห่อด้วยผ้าสีน้ำตาล นอกจากนี้ ภายในกระเป๋ายังพบ เสื้อยืดคอกลมสีแดง กางเกงยีนส์ ชุดชั้นใน ผ้าขนหนูสีเขียว เคสโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์สีน้ำตาล และรองเท้าผู้หญิงสีขาว ซึ่งเป็นชุดเสื้อผ้าที่ผู้เสียชีวิตสวมใส่ในวันที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ก่อนจะหายตัวไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง
สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 26 มิ.ย. 69 นายธีรพัฒน์ กลยนี อายุ 19 ปี เพื่อนรุ่นพี่ของผู้เสียชีวิต ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา หลังไม่สามารถติดต่อ น.ส.ธัญชนก ได้ โดยระบุว่าสามารถติดต่อกันครั้งสุดท้ายเมื่อเวลาประมาณ 03.44 น. ของวันที่ 25 มิ.ย. 69
จากการสอบปากคำ ผู้แจ้งให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันเดียวกัน ตนอยู่กับ น.ส.ธัญชนก บริเวณชายหาดจอมเทียน หน้าซอย 7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะเดินทางไปกับชายชาวต่างชาติซึ่งยังไม่ทราบชื่อ ไปยังคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งริมชายหาดจอมเทียน
ภายหลังไม่สามารถติดต่อผู้สูญหายได้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบภาพ น.ส.ธัญชนก เดินเข้าไปภายในคอนโดพร้อมชายชาวต่างชาติในลักษณะจูงมือขึ้นลิฟต์ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบภาพผู้สูญหายเดินออกจากอาคาร ขณะที่พบภาพชายชาวต่างชาติเดินออกจากคอนโดเพียงลำพัง พร้อมลากกระเป๋าเดินทางใบขนาดใหญ่
จากการสืบสวนต่อเนื่อง ตำรวจพบว่า หลังชายชาวต่างชาติลากกระเป๋าเดินทางออกจากห้องพัก ได้ขึ้นรถจักรยานยนต์ โดยนำกระเป๋าเดินทางมัดไว้ท้ายรถ ก่อนขี่ออกจากคอนโดไปยังจุดที่พบศพริมป่า ก่อนย้อนกลับมายังคอนโดเพื่อนำรถมาจอด และรีบเก็บสัมภาระหลบหนี
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของชายชาวต่างชาติ ซึ่งเชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้ จึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้เคลื่อนย้ายกระเป๋าเดินทาง เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์หาพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝง
จากการตรวจสอบทราบชื่อชายชาวต่างชาติ คือ นายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมน อายุ 46 ปี สัญชาติออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่จึงประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเฝ้าระวังและติดตามตัว
กระทั่งเวลา 21.30 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตรวจพบผู้โดยสารชาวออสเตรเลีย คือ นายไซมอน ขณะเตรียมเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ปลายทางเมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย
จากการตรวจสอบในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่าบุคคลดังกล่าวมีข้อมูลแจ้งเตือน (Alert) ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้ประสานขอความร่วมมือเร่งด่วนให้บันทึกไว้ในระบบ เพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกราชอาณาจักรของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา
เจ้าหน้าที่จึงประสานไปยังพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ทราบว่า นายไซมอน เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ น.ส.ธัญชนก หรือน้องเค้ก อายุ 17 ปี และอยู่ระหว่างดำเนินการขอศาลออกหมายจับ จึงมีหนังสือแจ้งให้ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 (ชป.3) ควบคุมตัวไว้เป็นกรณีเร่งด่วน ขณะที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 (ชป.3) ได้ควบคุมตัว นายไซมอน ไว้ จนกระทั่งศาลอนุมัติหมายจับในเบื้องต้นในข้อหา พรากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปี
ภายหลังจากการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่พบภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ขณะ นายไซมอน ลากกระเป๋าเดินทางออกจากคอนโดมิเนียม ซึ่งเชื่อว่าอาจเป็นกระเป๋าที่ใช้ซุกซ่อนศพ เจ้าหน้าที่จึงทำการสอบสวนอย่างเข้มข้น จนเจ้าตัวให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นำกระเป๋าไปทิ้ง ก่อนส่งต่อข้อมูลให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา เข้าตรวจสอบพื้นที่ และสามารถติดตามพบศพของผู้เสียชีวิตได้ในเวลาต่อมา
รายงานระบุว่า หากการประสานงานล่าช้าเพียงประมาณ 5 นาที ผู้ต้องสงสัยอาจเดินทางออกนอกประเทศได้สำเร็จ เนื่องจากเครื่องบินกำลังจะออกจากประเทศไทย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา อยู่ระหว่างรับตัวผู้ต้องสงสัยกลับมาสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ล่าสุด นายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมน อายุ 46 ปี สัญชาติออสเตรเลีย ผู้ต้องหาในคดี ได้เปิดใจต่อหน้าสื่อมวลชน พร้อมกล่าวขอโทษต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต
ผู้ต้องหาให้การอ้างว่า ไม่เคยรู้จักผู้เสียชีวิตมาก่อน โดยพบกันบริเวณคอนโดมิเนียมที่ตนพักอาศัย ก่อนตกลงจ่าย "ค่าเสียเวลา" จำนวน 1,000 บาท และพาผู้เสียชีวิตขึ้นไปยังห้องพัก แต่เมื่อขึ้นห้อง ผู้เสียชีวิตแจ้งว่ามีประจำเดือน ตนจึงขอจ่ายเพียง 500 บาท ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน
ผู้ต้องหาอ้างต่อว่า ฝ่ายหญิงได้หยิบมีดขึ้นมาข่มขู่และเรียกเงินเพิ่ม ตนจึงใช้มือจับบริเวณลำคอเพื่อป้องกันตัว ก่อนที่หญิงสาวจะเสียชีวิต โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่า พร้อมยอมรับว่าเป็นผู้นำร่างของผู้เสียชีวิตใส่กระเป๋าเดินทาง แล้วนำไปทิ้งบริเวณป่าริมถนนเลียบทางรถไฟจริง ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังระบุว่า พร้อมให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบภายในห้องพักและตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร
ภายหลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้นำศพใส่กระเป๋าเดินทาง ขี่รถจักรยานยนต์ไปทิ้งยังจุดเกิดเหตุ ก่อนย้อนกลับไปเก็บสัมภาระและเสื้อผ้าที่ห้องพัก จากนั้นเดินทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศกลับประเทศออสเตรเลีย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เร่งแกะรอยติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนหลบหนีออกนอกประเทศ และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ คำให้การทั้งหมดของผู้ต้องหา ยังเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบพยานหลักฐาน ผลการชันสูตรพลิกศพ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงวัตถุพยานภายในห้องพักอย่างละเอียด เพื่อสรุปข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Advertisement