
จากกรณี นายฑนา หรือ "ป๋อง" และ นายธงชัย หรือ "ธง" พร้อมพวก ก่อเหตุปล้น และ ฆาตกรรม 3 พ่อแม่ลูก ก่อนฝังอำพรางร่างทั้งหมดในพื้นที่ป่ามะพร้าว ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนเป็นข่าวโด่งดัง ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ต่อมาวันที่ 4 ส.ค. 69 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นาย กฤษดา หลานของ ครอบครัวพ่อแม่ลูก ผู้เสียชีวิต 3 ศพ ได้เดินทางเข้าติดต่อรับทั้ง 3 ร่าง เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดเขาบุญมีดาราราม (วัดทุ่งคา) จ.ชลบุรี
โดยนายกฤษดา หลานชายของนางฉันทนา ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า นางฉันทนา ผู้เสียชีวิต มีศักดิ์เป็นน้าสาว วันนี้ตนได้รับการมอบหมายจากทางครอบครัวให้เดินทางมารับศพ เพื่อนำไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดทุ่ง โดยกำหนดสวดอภิธรรมเป็นเวลา 3-4 คืน และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. นี้
นายกฤษดา กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ครอบครัวยังไม่สามารถทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เลย มันเกินกว่าที่จะอภัยให้กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ เพราะพฤติกรรมโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ โดยเฉพาะนายป๋องที่เพิ่งพ้นโทษออกมาได้เพียง 2 เดือน กลับมาก่อเหตุฆ่าถึง 5 ศพ สมควรต้องได้รับโทษประหารชีวิตเท่านั้น
เมื่อถามว่า ในพื้นที่รู้จักนายป๋องหรือไม่ นายกฤษดา กล่าวว่า ตนเองก็รู้จักผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่แถวบ้าน แม้ไม่ได้สนิทสนมกัน แต่ก็พอทราบพฤติกรรมในอดีตว่าเป็นคนเกเร ชอบพกปืนขู่ผู้คนในหมู่บ้าน แต่ก็ไม่ทราบว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีตำรวจให้ท้าย หรือเป็นเด็กตำรวจหรือไม่ ส่วนการที่ผู้ต้องหาเคยใส่ชุดคลุมหรือเสื้อกั๊กคล้ายตำรวจนั้น คนในพื้นที่ต่างรู้นิสัยดีว่าไม่ได้เป็นตำรวจจริง
นายกฤษดา กล่าวต่อว่า วันฝากขังตนมีโอกาสได้เผชิญหน้ากับนายป๋อง ผู้ต้องหาด้วย ตนได้มองหน้า และพูดใส่ผู้ต้องหาว่า "โดนประหารแน่" ซึ่งผู้ต้องหาเมื่อจำตนได้ ก็ได้ก้มหน้า และยกมือขอโทษ
นายกฤษดา กล่าวถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ สภ.ห้วยใหญ่ ในช่วงแรกที่ไปแจ้งคนหายตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. แต่ตำรวจกลับไม่ใส่ใจ ละเลย ไม่รีบลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักหรือเบาะแสอย่างจริงจัง จนกระทั่งเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าไม่ติดใจอะไรแล้ว ทางครอบครัวได้พูดคุยกับตำรวจแล้ว
นายกฤษดา กล่าวทิ้งท้าย ก่อนนำร่างน้าและครอบครัวกลับบ้านเกิดเพียงว่า "วันนี้ตั้งใจมารับกลับบ้านเรานะ" ก่อนจะขอตัวนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นรถ เพื่อเดินทางกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดชลบุรีต่อไป
Advertisement