
สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดถึงขีดสุด เมื่อมีรายงานว่าอิหร่านได้ส่งข้อเสนอหยุดยิงชุดใหญ่ไปยังสหรัฐอเมริกาผ่านปากีสถานซึ่งเป็นตัวกลาง โดยยื่นเงื่อนไขที่ท้าทายอำนาจทางยุทธศาสตร์ของวอชิงตันอย่างรุนแรง ท่ามกลางการขยายเส้นตายปฏิบัติการทางทหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
รายงานจาก The Times of Israel และ The Wall Street Journal ระบุว่า ข้อเสนอของอิหร่านประกอบด้วยข้อเรียกร้องสำคัญที่ยากจะยอมรับได้ในทางสากล ได้แก่:
การถอนทหาร: สหรัฐฯ ต้องปิดฐานทัพทั้งหมดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
อธิปไตยเหนือฮอร์มุซ: ให้อิหร่านมีบทบาทหลักในการบริหารจัดการเศรษฐกิจและการเดินเรือใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันกว่า 20% ของโลก
ยุติการแทรกแซง: อิสราเอลต้องหยุดปฏิบัติการโจมตีกลุ่ม Hezbollah ในเลบานอนตอนใต้ทันที
อิสระทางทหาร: ปฏิเสธการเข้าควบคุมหรือตรวจสอบโครงการพัฒนาขีปนาวุธของอิหร่าน
ค่าปฏิกรรมสงคราม: สหรัฐฯ ต้องชดเชยความเสียหายทางการเงินจากปฏิบัติการทางทหารที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
ในฝั่งของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้นำเสนอ "แผนสันติภาพ 15 ข้อ" ซึ่งเน้นไปที่การปลดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เดินเรือเสรี แลกกับการยกเลิกคว่ำบาตรบางส่วน อย่างไรก็ตาม กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือดว่า "สหรัฐฯ กำลังเจรจากับตัวเอง" และปฏิเสธแผนดังกล่าวโดยสิ้นเชิง
ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดเผยว่า เขาได้ตัดสินใจ เลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 5 วัน (จนถึงวันที่ 28 มีนาคม) หลังจากเส้นตายเดิม 48 ชั่วโมงสิ้นสุดลง เพื่อให้โอกาสสุดท้ายในการเจรจา แต่เตือนว่าหากไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน สหรัฐฯ พร้อมจะเริ่มปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ทันที
"เรากำลังคุยกับคนที่ใช่ในเวลาที่ใช่ แต่อย่าเข้าใจผิดว่าความอดทนของเรานั้นไร้ขีดจำกัด" — โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุด
ข่าวการเจรจาลับผ่านปากีสถานส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวนอย่างหนัก โดยราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นทันทีหลังจากอิหร่านแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าข้อเสนอของทั้งสองฝ่ายยังคง "ห่างไกลจากความเป็นจริง" และอาจเป็นเพียงกลยุทธ์ซื้อเวลาเพื่อเตรียมความพร้อมทางทหารในขั้นตอนต่อไป
Advertisement