Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ค่าไฟไทยจ่อแพงขึ้นจากศึกตะวันออกกลาง เหตุไทยพึ่ง LNG จากกาตาร์มากสุด
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ค่าไฟไทยจ่อแพงขึ้นจากศึกตะวันออกกลาง เหตุไทยพึ่ง LNG จากกาตาร์มากสุด

5 มี.ค. 69
16:56 น.
แชร์

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ต่อระบบพลังงานของประเทศไทย หลังเกิดเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในกาตาร์ และความไม่ปลอดภัยของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลต่ออุปทานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในตลาดโลก และสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงานของประเทศผู้นำเข้าอย่างไทย

ข้อมูลจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ระบุว่า ในปี 2567 ระบบไฟฟ้าของไทยยังคงพึ่งพา “ก๊าซธรรมชาติ” เป็นแหล่งพลังงานหลัก คิดเป็นสัดส่วน 58.19% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งระบบ ขณะที่ในโครงสร้างการจัดหาก๊าซธรรมชาติ การนำเข้า LNG จากตลาดโลกมีบทบาทสำคัญ โดยคิดเป็นสัดส่วนกว่า 35% ของการใช้ก๊าซทั้งหมด

เมื่อพิจารณาแหล่งนำเข้า LNG พบว่า ไทยพึ่งพา “กาตาร์” มากที่สุด โดยคิดเป็น 21.1% ของการนำเข้าทั้งหมด ทำให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีศักยภาพส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของไทยโดยตรง และอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผลักดันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและค่าไฟในประเทศให้เพิ่มสูงขึ้น

ปี 67 ไทยใช้ “ก๊าซธรรมชาติ” ผลิตไฟฟ้า 58% ‘LNG’ เป็นแกนสำคัญ

ข้อมูลจาก คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ระบุว่า ในปี 2567 ระบบไฟฟ้าของประเทศไทยซึ่งครอบคลุมการผลิตไฟฟ้าของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มีปริมาณการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 232,009.03 กิกะวัตต์-ชั่วโมง (GWh) โดยโครงสร้างการผลิตไฟฟ้ายังคงพึ่งพา “ก๊าซธรรมชาติ” เป็นแหล่งพลังงานหลัก

ก๊าซธรรมชาติถูกใช้ในการผลิตไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 58.19% หรือ 135,004.661 GWh ของการผลิตไฟฟ้าทั้งระบบ สะท้อนบทบาทของก๊าซธรรมชาติในฐานะ “กระดูกสันหลัง” ของระบบไฟฟ้าไทย 

ในด้านแหล่งจัดหาก๊าซธรรมชาติ ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ระบุว่า ประเทศไทยมีการใช้ก๊าซธรรมชาติรวม 1,659,919,438.88 ล้านบีทียู (MMBTU) โดยแหล่งหลักมาจากแหล่งผลิตในอ่าวไทย คิดเป็นสัดส่วน 53.55% หรือประมาณ 888,930,274.08 MMBTU

อย่างไรก็ตาม สถิติชี้ว่า ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่นำเข้าจากตลาดโลกก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการผลิตไฟฟ้าไทย โดยมีสัดส่วนสูงถึง 35.53% หรือประมาณ 589,799,601.66 MMBTU ขณะที่ก๊าซธรรมชาติที่นำเข้าผ่านท่อจากเมียนมามีสัดส่วน 10.92% หรือประมาณ 181,189,563.14 MMBTU

โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการผลิตก๊าซจากอ่าวไทยเป็นหลัก แต่การนำเข้า LNG ก็มีบทบาทในการผลิตไฟฟ้าไทยโดยการใช้ก๊าซธรรมชาติอย่างมีนัยสำคัญ 

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าโดยรวม แหล่งพลังงานที่มีสัดส่วนรองลงมาจากก๊าซธรรมชาติ คือไฟฟ้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ คิดเป็น 15.51% หรือประมาณ 35,985.046 GWh ขณะที่พลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วน 10.01% อยู่ที่ 23,232.24 GWh

ส่วนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหินและลิกไนต์มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยถ่านหินอยู่ที่ 6.91% หรือ 16,024.133 GWh และลิกไนต์อยู่ที่ 6.68% หรือ 15,502.98 GWh ขณะที่พลังงานน้ำมีสัดส่วน 2.68% หรือประมาณ 6,225.030 GWh

สำหรับเชื้อเพลิงน้ำมันมีบทบาทค่อนข้างจำกัดในระบบผลิตไฟฟ้าไทย โดยน้ำมันเตามีสัดส่วนเพียง 0.01% และดีเซลอยู่ที่ประมาณ 0.00% หรือราว 0.638 GWh ซึ่งแทบไม่มีนัยสำคัญต่อภาพรวมของระบบ

โดยภาพรวม โครงสร้างพลังงานดังกล่าวสะท้อนว่า ระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยยังคงพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นแหล่งพลังงานหลัก ขณะที่การนำเข้า LNG มีบทบาทสำคัญในการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ด้วยเหตุนี้ หากเกิดสถานการณ์ที่ทำให้อุปทาน LNG ในตลาดโลกตึงตัว หรือราคาปรับตัวสูงขึ้น ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของต้นทุนพลังงานและระบบการผลิตไฟฟ้าของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ไทยพึ่งพา LNG จาก ‘กาตาร์’ สูงสุด เสี่ยงรับผลกระทบจากศึกตะวันออกกลาง

ข้อมูลการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของไทยในปี 2567 ระบุว่า ไทยนำเข้า LNG รวมทั้งสิ้น 507,345 ล้านลูกบาศก์ฟุต โดยมีแหล่งนำเข้าหลักกระจายอยู่ในหลายภูมิภาคของโลก

ประเทศที่ไทยนำเข้า LNG มากที่สุดคือ ‘กาตาร์’ ปริมาณ 106,975 ล้านลูกบาศก์ฟุต คิดเป็นสัดส่วน 21.1% ของการนำเข้าทั้งหมด รองลงมาคือ ‘สหรัฐอเมริกา’ ปริมาณ 96,800 ล้านลูกบาศก์ฟุต หรือ 19.1% ตามด้วย ‘ออสเตรเลีย’ 89,058 ล้านลูกบาศก์ฟุต คิดเป็น 17.6%

ขณะที่ ‘มาเลเซีย’ เป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 4 อยู่ที่ 76,484 ล้านลูกบาศก์ฟุต หรือ 15.1% และ 'อินโดนีเซีย’ อยู่ในอันดับที่ 5 ด้วยปริมาณ 32,594 ล้านลูกบาศก์ฟุต คิดเป็น 6.4% ของการนำเข้าทั้งหมด

โครงสร้างการนำเข้าพลังงานของไทยสะท้อนว่า ประเทศยังพึ่งพาการนำเข้า LNG จาก “กาตาร์” ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายสำคัญในตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง ทำให้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เหตุโจมตี หรือความขัดแย้งในภูมิภาคดังกล่าว มีศักยภาพที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของไทยได้โดยตรง

สถานการณ์ดังกล่าวปรากฏชัดเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา เมื่อบริษัทพลังงานของรัฐกาตาร์ QatarEnergy ประกาศระงับการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ชั่วคราว หลังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศถูกโจมตีด้วยโดรน

กระทรวงกลาโหมกาตาร์เปิดเผยว่า โดรนจากอิหร่านได้โจมตีเป้าหมายสำคัญสองแห่ง ได้แก่ ถังเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าใน Mesaieed Industrial City และโรงงานพลังงานใน Ras Laffan ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติของกาตาร์ และเป็นที่ตั้งของโรงงานแปรรูป LNG ของ QatarEnergy

การหยุดผลิตของกาตาร์สร้างแรงสะเทือนต่อตลาดพลังงานโลกทันที เนื่องจากกาตาร์เป็นหนึ่งในผู้ส่งออก LNG รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีสัดส่วนราว 20% ของการค้า LNG ทั่วโลก เมื่ออุปทานจากกาตาร์หายไปจากตลาดชั่วคราว ปริมาณ LNG ที่เข้าสู่ตลาดโลกจึงลดลงทันที ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เหตุโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการเผชิญหน้าทางทะเลระหว่าง อิหร่านและสหรัฐอเมริกา รวมถึงการยิงขีปนาวุธข้ามภูมิภาค ซึ่งกระทบต่อการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก

รายงานของ Reuters ระบุว่า ในวันที่ 2 มีนาคม มีเรืออย่างน้อย 150 ลำ รวมถึงเรือบรรทุก LNG ต้องทอดสมออยู่บริเวณช่องแคบและพื้นที่โดยรอบ ขณะที่สำนักข่าว Anadolu รายงานว่า ปริมาณการเดินเรือบรรทุกน้ำมันและ LNG ผ่านช่องแคบลดลงถึง 86% และมีเรือประมาณ 700 ลำ ที่ต้องจอดรออยู่ทั้งสองฝั่งของช่องแคบ 

ด้านผลกระทบต่อการนำเข้า LNG ของประเทศไทย ในวันที่ 4 มีนาคม 2569 นายเอกนิติ​ นิติ​ทัณฑ์​ประภาศ​ รองนายก​รัฐมนตรี​ และ​ รมว.คลัง เผยว่า มีเรือบรรทุก LNG ของไทยอย่างน้อย 2 ลำ ยังติดค้างอยู่ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและยังไม่สามารถเดินทางออกมาได้ ขณะที่กระทรวงพลังงานได้เร่งเพิ่มการผลิตก๊าซจากแหล่งภายในประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานและลดผลกระทบจากความผันผวนของอุปทานในตลาดโลก​

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างแรงกระเพื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก ซึ่งมีนัยสำคัญต่อประเทศผู้นำเข้า LNG อย่างไทยโดยตรง

รัฐบาลไทยเตรียมหา LNG เพิ่มจากที่ใดบ้างนอกจากกาตาร์?

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์การนำเข้า LNG ของไทยว่า ปัจจุบัน LNG บางส่วนที่ไทยนำเข้าจากกาตาร์ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าสามารถดำเนินการขนส่งได้ตามปกติหรือไม่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานได้เร่งเจรจาจัดหา LNG ในตลาด Spot จากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น สหรัฐอเมริกา เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งพิจารณาเลื่อนแผนการซ่อมบำรุงบางส่วนเพื่อลดผลกระทบต่อการจัดหาเชื้อเพลิง

ทั้งนี้ การจัดหา LNG ในตลาด Spot อาจมีต้นทุนสูงกว่าราคาที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และอาจส่งผลต่อราคา Pool Gas อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานยืนยันว่าจะบริหารจัดการอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติและระดับราคาพลังงานในประเทศ

ในส่วนของสถานการณ์ไฟฟ้า นายอรรถพลระบุว่า คาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ของประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 36,000 เมกะวัตต์ และมีแนวโน้มเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายน โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพและเพียงพอ อาทิ การเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การเพิ่มกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน รวมถึงการงดหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว

ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานยังขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมให้ปรับแผนการผลิตสินค้าให้เหมาะสม และร่วมกันลดการใช้พลังงาน เพื่อลดความจำเป็นในการนำเข้าเชื้อเพลิงในช่วงที่สถานการณ์พลังงานโลกมีความผันผวน

ต่อมาในวันที่ 4 มีนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานของประเทศว่า แหล่งก๊าซธรรมชาติหลักของไทยยังคงมาจากการผลิตในอ่าวไทย และก๊าซที่ส่งผ่านท่อจากเมียนมา โดยกระทรวงพลังงานได้เร่งให้เพิ่มกำลังการผลิตจากแหล่งดังกล่าวเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเดินหน้ากระจายแหล่งพลังงานจากต่างประเทศเพิ่มเติม โดยคณะรัฐมนตรีได้มีการทำสัญญาจัดหาก๊าซกับมาเลเซีย นอกจากนี้ ไทยยังมีการนำเข้าพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนใน สปป.ลาว เพื่อช่วยเสริมเสถียรภาพของระบบพลังงานโดยรวมอีกทางหนึ่ง

ล่าสุดในวันที่ 5 มีนาคม ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. ครั้งที่ 8/2569 (ครั้งที่ 998) เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ได้ประเมินสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการจัดหาเชื้อเพลิง เพื่อวางแผนบริหารจัดการพลังงานและรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปรับแผนการจัดหา LNG แบบ Spot เพิ่มเติมจำนวน 3 เที่ยวเรือ โดยมีกำหนดส่งมอบในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 เพื่อเสริมความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตไฟฟ้า

ดร.พูลพัฒน์ ระบุว่า ภายหลัง กกพ. ได้หารือร่วมกับผู้จัดหา LNG (ชิปเปอร์) พบว่า แหล่งก๊าซบางส่วนตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ขณะที่เส้นทางการขนส่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมี LNG เพียงพอต่อการผลิตไฟฟ้า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการแสวงหาแหล่ง LNG ใหม่หรือทดแทนแหล่งเดิมในพื้นที่เสี่ยง กกพ. จึงมอบหมายให้ชิปเปอร์เร่งดำเนินการจัดหา LNG เพิ่มเติมให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามอำนาจของ กกพ. ตามมาตรา 57 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการสั่งการให้ผู้รับใบอนุญาตที่เป็นผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ ดำเนินการเจรจากับผู้ขายเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตหรือการจัดหา ในกรณีที่เกิดภาวะขาดแคลนก๊าซธรรมชาติเป็นครั้งคราว เพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ พร้อมรายงานผลต่อคณะกรรมการ

สำนักงาน กกพ. ระบุว่า จะติดตามสถานการณ์พลังงานโลกและการจัดหา LNG อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบพลังงานของประเทศสามารถรองรับความต้องการใช้พลังงานได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ตลอดจนกำกับดูแลกระบวนการจัดหา LNG และราคาพลังงานให้เป็นไปตามกฎระเบียบอย่างต่อเนื่อง




อ้างอิง: กกพ., กรมธุรกิจพลังงาน, Al Jazeera






แชร์
ค่าไฟไทยจ่อแพงขึ้นจากศึกตะวันออกกลาง เหตุไทยพึ่ง LNG จากกาตาร์มากสุด