
สกสว. เดินหน้าเปิดเวทีชี้แจงงบกองทุน ววน. ปี 2568 เดินเครื่องเชื่อมโยง บูรณาการ งานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับชาติยั่งยืน ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนงบลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาประเทศ เป็น 2% ของ GDP ภายในปี 2580
ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ. สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) เปิดเผยว่า ในยุคโลกาภิวัฒน์เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง งานวิจัยและนวัตกรรมกลายเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยที่ผ่านมาประเทศไทยมีการลงทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรมไม่ถึง 2% ของ GDP เทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ในประเทศส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งในปัจจุบันมีกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กองทุนส่งเสริม ววน. เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และสหวิทยาการ สร้างองค์ความรู้ พัฒนานโยบายสาธารณะไปใช้ประโยชน์ ให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน
กองทุนส่งเสริม ววน. มีเป้าหมายชัดเจน ด้วยการลงทุนด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร มุ่งเพิ่มสัดส่วนงบลงทุนด้านการวิจัยและการพัฒนาของประเทศเป็น 2% ของ GDP ภายในปี 2580 ครอบคลุมการพัฒนาในทุกมิติ ได้แก่
รองศาสตราจารย์ ดร. ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า ในปีนี้ได้จัดการประชุมชี้แจงเป้าหมายการสนับสนุนงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และแนวทางการจัดทำคำของบประมาณของหน่วยงานในระบบ ววน. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อให้หน่วยงานในระบบ ววน. มีความรู้ความเข้าใจเรื่องระบบ แผน แนวทางการจัดสรรงบประมาณ มีข้อมูลพร้อมสำหรับการเตรียมการจัดทำคำของบประมาณเพื่อสนับสนุนงานมูลฐานของหน่วยงาน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมากองทุนส่งเสริม ววน. เป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนระบบ ววน. ของประเทศ ให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืนใน 6 ด้าน คือ
“ การปฏิรูประบบ ววน. ส่งผลให้เกิดการพัฒนากำลังคนด้าน ววน. ช่วยให้มีทักษะตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม การพัฒนานักวิจัยระดับต่าง ๆ กว่า 238,363 คน เพิ่มทักษะ Up-skills/Re-skills กว่า 544,371 คน ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าผลิตภัณฑ์หรือบริการด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิทยาการหุ่นยนต์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำนวน 567 ราย เกิดองค์ความรู้จากการวิจัยขั้นพื้นฐานและการวิจัยขั้นแนวหน้า
เกิดโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศด้านวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อรองรับนวัตกรรมขั้นแนวหน้าที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนจากภาคเอกชน กว่า 415,322,361 ล้านบาท เกิดผลตอบแทนจากการลงทุนรายแผนงาน เฉลี่ย 2.98 เท่า คิดเป็นมูลค่าผลตอบแทนรวม 134,100 ล้านบาท จากการลงทุนรวม 45,000 ล้านบาท ในปี 2563 – 2565 ” ผอ.สกสว. กล่าวทิ้งท้าย
Advertisement