
วันที่ 24 เม.ย.2569 ชาวเน็ตออกมาวิจารณ์สนั่น หลังจากมีเฟซบุ๊ก ชื่อ “พรเทพ สมบูรณ์รัมย์” ได้โพสต์ภาพต้นไม้โดนตัด พร้อมระบุว่า “จากได้มีการแจ้งความ จากท่านกำนัน เรื่อง ออกไปตัดไม้บริเวณพื้นที่สาธารณะ ข้างกำแพง รร เวสเทิร์น ผมได้สอบถามเบื้องต้นด้วยวาจาว่าเรื่องเป็นมาอย่างไร เมื่อวันที่ 21 / 4 / 69 เวลา 16.20 นโดยประมาณ มีชาวบ้านร้องเรียนมาทางสำนักปลัด ต้นไม้จะล้มทับพื้นที่บ้านของเขา โดยมีหัวหน้า พนักงานป้องกันออกสำรวจ และขณะนั้นมีลมพายุฝนรุนแรง เจ้าหน้าที่ป้องกันได้พาคนงานลงพื้นที่ไปตัดตามคำร้องของชาวบ้านแต่ช่วงเช้า ขณะนี้ได้มีการแจ้งดำเนินคดีไปทางผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมก็บอกให้ทำตามหน้าที่และขั้นตอน ผมนับถือทุกคน แต่ผม สงสารเจ้าหน้าที่และคนงาน ที่อาจจะไม่ทราบสาเหตุ ว่าห้ามตัด เขาออกไปตามหัวหน้าเขาสั่ง ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนครับ ขอโทษทุกท่านที่ไปตัดต้นนี้ด้วยคับ เพราะทีมงานอบต_กลัวจะทับบ้านของผู้ร้องทุกข์มา”
การโพสต์ดังกล่าวมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางฝ่ายเห็นด้วยที่กำนันไปแจ้งความ เพราะเป็นต้นไม้อยู่ในที่สาธารณะ บางกลุ่มบอกว่าเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะต้นจานไม่ใช่ไม้หวงห้าม
สอบถามนายพรเทพ สมบูรณ์รัมย์ นายก อบต.บ้านยาง เล่าว่าก่อนหน้านี้ ทาง อบต.ได้รับหนังสือคำร้องจากชาวบ้านในพื้นที่ อบต.บ้านยาง ให้ตัดต้นจาน(ทองกวาว)เนื่องจากลำต้นเอนลักษณะจะล้มใส่บ้านเรือนของประชาชน
ซึ่งจากการสำรวจพบรากของต้นไม้โผล่จากพื้นดินมีความเป็นไปได้สูงที่จะล้มหากมีพายุ ทางอบต.จึงส่งพนักงานไปตัดให้ เพราะเกรงว่าชาวบ้านอาจจะได้รับอันตรายหากต้นไม้ล้มใส่บ้านเรือนของประชาชน
และมาทราบต่อมาว่าทาง กำนัน ตำบลบ้านยาง ได้เข้าแจ้งจับพนักงาน อบต.ที่ไปตัดต้นไม้ทั้งหมดรวม 7 คน โทษฐานไม่ยอมแจ้งให้กำนันทราบที่เข้าไปตัดต้นไม้ในเขตพื้นที่ตำบลบ้านยาง จากการสอบถาม พนักงาน อบต. ทราบว่าช่วงเวลาดังกล่าว มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเข้าไปดูระหว่างเจ้าหน้าที่ อบต.กำลังตัดต้นไม้ด้วยแต่ไม่ได้ว่าอะไร ส่วนเรื่องทางด้านคดี ตอนนี้ ได้มีการปรึกษา เจ้าหน้าที่ นิติกร ของอบต.ไว้แล้ว
ผู้สื่อข่าวสอบถามนายสุพัฒน์ ชินรัมย์ อายุ 57 ปี กำนัน ตำบลบ้านยาง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ถึงกรณีที่มีชาวเน็ตออกมาวิจารณ์เป็นวงกว้าง นายสุพัฒน์ ยอมรับว่าได้แจ้งความที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับพนักงาน อบต.บ้านยาง จริงเนื่องจากไปตัดต้นจาน อายุ กว่า 30 ปี
ซึ่งอยู่ริมถนนภายในหมู่บ้านโดยไม่แจ้งให้ตนเองทราบ ในข้อหา ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากต้นจานเป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาแก่ประชาชนทั่วไป และอยู่ในที่สาธารณะ ซึ่งตนเองได้สอบถามชาวบ้านว่าให้ทาง อบต.มาตัดกิ่งต้นจาน เท่านั้นไม่ได้ให้มาโค่นต้นจาน หลังจากนี้จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
Advertisement