
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในงานทำบุญครบรอบ 7 ปี พระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 โดยมีผู้บริหารระดับสูงด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำว่า “เทคโนโลยีป้องกันประเทศ” เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ และเป็นฐานรากของการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่การ “พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน” โดยมุ่งส่งเสริมการวิจัย พัฒนา และต่อยอดนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตยุทโธปกรณ์ภายในประเทศ ลดการนำเข้า และยกระดับมาตรฐานสู่การแข่งขันในระดับสากล
พร้อมกันนี้ ยังให้ความสำคัญกับการต่อยอดเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เสริมบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานด้านความมั่นคงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก
ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม อาทิ อากาศยานไร้คนขับ ระบบจำลองยุทธวิธี และเทคโนโลยีที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งด้านความมั่นคงและการพัฒนา
กระทรวงกลาโหมยืนยันว่า การพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศไม่เพียงเสริมศักยภาพทางทหาร แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในระยะยาว ตามนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ก่อตั้งเมื่อปี 2552 มีภารกิจหลักด้านการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ โดยที่ผ่านมาได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและต้นแบบสำคัญ อาทิ ระบบจรวดระยะยิง 10–40 กม. กระสุนขนาด 30 มม. และอากาศยานไร้คนขับ
การบังคับใช้พระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ สทป. สามารถขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งการวิจัย พัฒนา การสร้างบุคลากร และความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา
ปัจจุบันมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการพัฒนาและผลิตยุทโธปกรณ์ โดยมีผลงานทั้งในประเทศและการส่งออก พร้อมเดินหน้าขยายฐานการผลิต ลดการนำเข้า และพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญ อาทิ ระบบอากาศยานไร้คนขับ ระบบต่อต้านโดรน จรวดนำวิถี และระบบดาวเทียมเพื่อการตรวจการณ์
Advertisement