Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"ศุภโชติ" ผิดหวังคำแถลงนโยบาย ไร้แก้ปัญหาพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม

"ศุภโชติ" ผิดหวังคำแถลงนโยบาย ไร้แก้ปัญหาพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม

10 เม.ย. 69
18:32 น.
แชร์

"ศุภโชติ" ผิดหวังคำแถลงนโยบาย ไร้แก้ปัญหาพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม ไม่กล้าชนนายทุน ทำดีได้เรื่องเดียว ดีแต่โทษประชาชน ไล่ทำไม่ได้รัฐมนตรีก็ควรต้องลาออก

(10 เม.ย. 2569) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อรับฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาล โดยระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก แต่คือความเดือดร้อนที่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมถึงค่าไฟที่กำลังจะแพงตามมา รัฐบาลบริหารวิกฤตผิดพลาด และกำลังปล่อยให้มีคนมากอบโกยกำไรจากความผิดปกติที่เกิดขึ้น แล้วโยนภาระให้ประชาชน หลายนโยบายที่รัฐบาลเคยใช้หาเสียง เมื่อถึงเวลากลับไม่กล้าทำ เพราะกลัวว่าจะไปขัดกับประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทำทีขึงขังจะไปจัดการนายทุน แต่สุดท้ายคนที่ต้องเสียประโยชน์กลับเป็นประชาชน หาเสียงพูดอย่างหนึ่ง แต่เมื่อได้อำนาจกลับพูดอีกอย่างหนึ่ง เวลาที่ประชาชนเดือดร้อนจริงในวันนี้ก็ทำอีกแบบหนึ่ง วันนี้ตนจึงต้องขอทวงสัญญาที่รัฐบาลเคยให้ไว้กับประชาชน

นายศุภโชติ กล่าวต่อไปว่า ในเรื่องของน้ำมัน ตอนที่หาเสียงพรรคภูมิใจไทยไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย และจากคำแถลงนโยบายเมื่อวานก็มีเพียงประโยคกว้างๆ ว่าจะเร่งลดราคาน้ำมันและค่าพลังงานให้กับประชาชน แต่ในวันที่ราคาน้ำมันพุ่งแตะกว่า 50 บาทต่อลิตร หลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำมัน ประชาชนต้องต่อแถวรอเติมน้ำมัน หลายโรงงานต้องปิดตัวลงเพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ แต่ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมารัฐบาลแทบไม่ทำอะไร มีเพียงทำทีขึงขังจะจัดการกับโรงกลั่น แต่สุดท้ายกลับลดราคาแค่ 2 บาทต่อลิตร ขณะที่โรงกลั่นยังได้ค่าการกลั่นกว่า 10 บาทต่อลิตร มีเพียงสิ่งเดียวที่รัฐบาลทำได้ดีมาตลอดหนึ่งเดือน คือการโยนความผิดให้ประชาชน ย้ำตลอดว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นเป็นเพราะประชาชนกักตุนน้ำมัน ทำเหมือนลืมข่าวไอ้โม่งกักตุนน้ำมันและขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนไปแล้ว ทั้งกรณี 300,000 ลิตรที่ จ.อ่างทอง 57 ล้านลิตรที่ จ.สุราษฎร์ธานี ยังไม่รวมกับที่จับได้ว่ามีการลักลอบนำไปขายที่กัมพูชา และที่ยังจับไม่ได้อีกเท่าไหร่ รัฐบาลแทนที่จะขยายผล กลับลีลาปล่อยให้นายทุนทำกำไรได้อย่างมหาศาลจากวิกฤต โดยไม่มีการออกมาตรการป้องกัน

นายศุภโชติ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากคำแถลงนโยบายคือมาตรการที่จับต้องได้ ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน แต่ก็ไม่มีมาตรการใดเลย ทั้งมาตรการป้องกันโรงกลั่นไม่ให้ค้ากำไรเกินควร ไม่นานมานี้มีการพูดถึงภาษีลาภลอย แต่วันนี้เหลือแค่การไปขอรับบริจาคจากโรงกลั่น ทั้งที่ในอดีตก็เห็นกันอยู่แล้วว่าเมื่อไปขอรับบริจาคมา ตัวเลขที่ได้จริงไม่เคยได้ตามเป้าหมายเลย เมื่อจะปรับราคาน้ำมันขึ้น รัฐบาลบอกว่าจะอิงตามราคาตลาดโลก แต่พอถึงเวลากลับขึ้นต่อเนื่องรวมกัน 20 บาทภายในระยะเวลาไม่กี่วัน แต่เมื่อราคาน้ำมันตลาดโลกลดลง กลับไม่มีการปรับลงโดยอิงจากราคาตลาดโลก ราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นวันที่ 9 เมษายน 2569 ราคาลดลงเกือบ 10 บาท รวมไปถึงนโยบายที่บอกว่าจะลดเพิ่ม 2 บาท รวมลดลงไป 12 บาท แต่ไม่รู้ว่าไปเจรจากับโรงกลั่นอย่างไร ถึงไปขึ้นค่าการตลาดแทนที่ 10 บาท สุดท้ายประชาชนได้น้ำมันถูกลงแค่ 2 บาทเท่านั้น ถ้าเป็นเช่นนี้สิ้นปีนายทุนจะมีเงินเต็มกระเป๋าแต่ประชาชนจะถังแตก

นายศุภโชติ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลยังไม่มีมาตรการจัดการไอ้โม่งกักตุนน้ำมันและขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน ไม่มีสิ่งที่ควรมีในการแถลงนโยบาย แล้วประชาชนจะเชื่อได้อย่างไรว่ารัฐบาลจะเข้ามาบริหารประเทศเพื่อประชาชน ประชาชนต้องการผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เช่น ภายใน 1 เดือน ต้องหยุดโทษประชาชน และออกมาขอโทษประชาชนที่เคยกล่าวหาว่าเป็นผู้กักตุนน้ำมัน หลังจากนั้นไปไล่จับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดกับการกักตุนน้ำมัน ถ้าเป็นนายทุนก็ต้องกล้าฟัน ถ้าโยงไปถึงข้าราชการก็ต้องกล้าเอาผิด ถ้าโยงไปถึงคนในคณะรัฐมนตรีก็ต้องจับมาลงโทษให้ได้ ทำระบบแดชบอร์ดข้อมูลน้ำมันทั้งประเทศ ให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าน้ำมันออกจากโรงกลั่นเท่าไหร่ ไปเข้าคลังน้ำมันที่ไหนและเท่าไหร่บ้าง กรมสรรพสามิตมีระบบมอนิเตอร์แบบเรียลไทม์ สามารถตรวจสอบได้ทุกโรงกลั่นและคลังน้ำมันอยู่แล้ว

ในระยะ 3 เดือน ประชาชนต้องได้เห็นกลไกป้องกันการเอาเปรียบของนายทุน จากการไปลดราคาหน้าโรงกลั่นไม่กี่บาท ต้องออกเพราะภาษีลาภลอย กำหนดว่าโรงกลั่นในปีนี้ถ้าได้กำไรสูงเกินจะถูกเก็บภาษีเท่าไหร่ แล้วจะนำเงินที่ได้ไปช่วยประชาชนอย่างไร ในระยะ 6 เดือน ต้องประกาศบังคับใช้โครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ที่เป็นธรรมกับประชาชน ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงแต่ประชาชนต้องจ่ายออกไป พร้อมปรับกรอบการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้ตรงจุด ไม่ใช่การอุดมั่วซั่วเหมือนที่ผ่านมา ในสมัยประชุมหน้า รัฐบาลต้องออกมาประกาศว่าได้เรียนรู้จากวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นแล้ว มีกฎหมายพร้อมยื่นเข้าสู่สภา ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเปิดเผยข้อมูลน้ำมัน หรือกฎหมายเพิ่มอำนาจรัฐในการป้องกันการกักตุนน้ำมัน ประชาชนควรต้องได้เห็นกฎหมายเหล่านี้ในสภาชุดหน้า หรือหากมีแนวคิดสร้างคลังน้ำมันเพิ่ม ก็ควรนำกฎหมายคลังน้ำมันเชื้อเพลิง มาพิจารณาในสภาว่าควรทำหรือไม่ด้วย

นายศุภโชติ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของค่าไฟ ทุกคนรู้กันดีว่าจะแพงขึ้นแน่และจะกินระยะเวลานาน แต่ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่รัฐบาลเคยหาเสียงไว้กับสิ่งที่จะทำจริงไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ตอนหาเสียงรัฐบาลเคยพูดไว้ว่าค่าไฟ 3 บาทสำหรับการใช้ไฟ 200 หน่วยแรก เขียนไว้ว่าประชาชนจะได้ประโยชน์ 22 ล้านครัวเรือน ช่วยประชาชนประหยัดได้ 3,000 บาทต่อครอบครัว ใช้งบประมาณปีละราว 60,000 ล้านบาท แต่หลังชนะเลือกตั้งรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ กลายเป็นค่าไฟ 3 บาทเฉพาะคนที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยเท่านั้น ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์หายไปเกือบครึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น คำแถลงนโยบายในวันนี้ไม่มีการพูดถึงนโยบายนี้แม้แต่พยางค์เดียว และดูเหมือนจะกลับไปใช้วิธีเดิม อย่างการให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตหรือ ปตท. เป็นผู้แบกและยืดหนี้ออกไปก่อน แล้วค่อยมาเรียกเก็บกับประชาชนทีหลัง หรือการดึงเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่เคยอนุมัติไปแล้วกลับมาตรึงค่าไฟก่อน ทั้งที่รัฐบาลควรนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนให้ตรงจุดในโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสมาร์ทกริด ให้ระบบไฟฟ้ามีความยืดหยุ่นมากขึ้น ประเทศไทยจะสามารถรองรับพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดได้มากขึ้น ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ นี่เป็นวิธีเดียวที่จะสามารถลดค่าไฟได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายศุภโชติ กล่าวต่อไปว่า ทุกวิธีที่รัฐบาลเคยพูดออกมาเป็นเพียงแค่การลูบหน้าปะจมูก ปัญหาหลักของประเทศที่รัฐบาลไม่เคยพูดถึงเลยคือปัญหาโรงไฟฟ้าล้นเกิน ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟไปอุ้มเจ้าของโรงไฟฟ้าเหล่านี้ฟรีๆ แต่คำแถลงในวันนี้รัฐบาลยังไม่กล้าแตะไอ้โม่งโรงไฟฟ้า ที่ได้เงินจากประชาชนฟรีปีละกว่า 50,000 ล้านบาท ยังไม่รวมกับโครงการโซล่าร์ชุมชน ที่จะเป็นการประเคนโครงการเหล่านี้ให้นายทุนกว่า 1,500 เมกะวัตต์ ใช้ชื่อโครงการโซล่าร์ชุมชน แต่ไม่มีความชัดเจนว่าชุมชนจะได้ประโยชน์อะไร ผลการคัดเลือกก็เปิดช่องให้ล็อคสเปคและฮั้วกันเพื่อยกให้นายทุนโดยง่าย คำแถลงที่รัฐบาลบอกว่าจะปฏิรูปโครงสร้างพลังงานไปสู่การเปิดตลาดไฟฟ้าเสรี ฟังดูเหมือนว่ามาถูกทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Direct PPA เปิดทางให้ประชาชนขายไฟคืนได้ การพัฒนาระบบสมาร์ทกริด หรือตลาดไฟฟ้าที่แข่งขันกันได้ ทุกข้อถูกต้องหมด แต่ตนก็ได้ยินเรื่องนี้มาในทุกการแถลงนโยบาย ปัญหาของประเทศไม่ได้ขาดคนพูดแต่ขาดคนทำ และยังไม่เคยมีรัฐบาลไหนกล้าชนกับโครงสร้างเดิมสักครั้งเดียว

นายศุภโชติ กล่าวต่อไปว่า ถ้ารัฐบาลจะทำ Direct PPA สิ่งที่ต้องคิดและทำต่อคือจะทำอย่างไรให้การเข้าถึงสายส่งเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จะแบ่งโควตาระหว่างเอกชนและประชาชนอย่างไร ถ้าจะให้ประชาชนขายไฟคืนระบบได้ก็ต้องแก้ปัญหาที่การไฟฟ้าเคยออกมาบอกว่าระบบไม่มีความพร้อม รัฐบาลต้องออกแผนบริหารความเสถียรระบบไฟฟ้าให้เร็วที่สุด และในส่วนของตลาดไฟฟ้าเสรี สิ่งที่ต้องมาคู่กันคือกลไกในการป้องกันการผูกขาด เพื่อไม่ให้นายทุนสามารถกินรวบได้ แต่การที่รัฐบาลไม่ใส่ประเด็นเหล่านี้ลงไปในคำแถลงนโยบาย เป็นเพราะไม่รู้ หรือจงใจให้เป็นแบบนี้ ได้ถามนายทุนพลังงานของพรรคแล้วหรือยังว่ายินดีกับเรื่องนี้หรือไม่ หรือคุยกันมาแล้ว และแอบเปิดช่องให้สามารถกินรวบได้แล้ว ถึงยอมมาผลักดันในประเด็นนี้ สิ่งที่รัฐบาลแถลงในประเด็นพลังงานทั้งหมดเหมือนยังคิดไม่สุด นำคำที่ฟังดูดีหลายคำมาตัดแปะรวมกัน

สิ่งที่รัฐบาลต้องทำในเรื่องของไฟฟ้า คือ ในระยะ 1 เดือนแรก ต้องขอโทษประชาชนที่นโยบายค่าไฟ 3 บาทที่เคยหาเสียงไว้ทำไม่ได้แล้ว และออกมติยกเลิกโครงการโซลาร์ชุมชนที่ส่อจะมีการทุจริต เปลี่ยนมาเป็นโซล่าร์ภาคประชาชน ประกาศจะรับซื้อไฟจากหลังคาบ้าน 1 ล้านหลังคาเรือน ในระยะ 3 เดือน ต้องรายงานประชาชนว่าไปเจรจากับนายทุนเจ้าของโรงไฟฟ้ามาแล้ว ลดค่าความพร้อมจ่ายที่ประชาชนต้องจ่ายฟรีได้เท่าไหร่ ในระยะ 6 เดือน โครงการอย่าง Direct PPA ต้องบังคับใช้ ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบหรืออัตราค่าบริการ ตอนนี้พร้อมทั้งหมดแล้ว แต่ติดอยู่อย่างเดียวคือนายทุนไม่พร้อม เพราะถ้าโครงการนี้เกิดขึ้นนายทุนจะขายไฟได้น้อยลง ภายในสมัยสภาหน้า ถ้ารัฐบาลจะปฏิรูปโครงสร้างไฟฟ้าไปสู่ตลาดพลังงานเสรี ต้องเสนอกฎหมายและปรับแก้กฎหมายครั้งใหญ่ หรือถ้าไม่มีก็ควรยกมือให้กฎหมายตลาดไฟฟ้าเสรีจากพรรคประชาชน ที่มีเนื้อหาเป็นการป้องกันจุดอ่อนที่ไม่มีในคำแถลงนโยบายวันนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการผูกขาด การสนับสนุนให้ประชาชนขายคืนได้ หรือแม้แต่ลดการจ่ายเงินฟรีให้นายทุน ซึ่งยื่นเข้าสภาไปแล้วผ่าน รัฐบาลไม่ต้องทำทุกอย่างให้เสร็จภายในวันนี้ แต่รัฐบาลต้องกล้าตั้งโจทย์ที่ท้าทาย เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน ถ้าทำได้ประชาชนและประเทศมีแต่จะได้ประโยชน์ แต่ถ้าทำไม่ได้รัฐมนตรีก็ควรต้องลาออกจากตำแหน่ง หรือพากันลาออกไปทั้งหมด

Advertisement

แชร์
"ศุภโชติ" ผิดหวังคำแถลงนโยบาย ไร้แก้ปัญหาพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม