
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 22 ก.ค. 69 นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (ก.ตร.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 7/2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ซึ่งมีวาระสำคัญ คือ คัดเลือกแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 69
โดยใช้เวลาในการประชุมคัดเลือกนานกว่า 2 ชั่วโมง ที่ประชุมได้เข้าสู่วาระที่ 4 ตั้งแต่เวลา 13.40 น. จนกระทั่งเสร็จสิ้นในเวลา 15.50 น. ประชุม ก.ตร. มีมติเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 ให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 กำหนดเกษียณในปี 2576
โดยภายหลังประชุม พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. มีมติเป็นเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เห็นชอบแต่งตั้ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 พร้อมยืนยันกระบวนการคัดเลือกเป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ทุกประการ ทั้งเรื่องอาวุโส ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์งานสืบสวนสอบสวน-ป้องกันปราบปราม
พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ เปิดเผยรายละเอียดขั้นตอนการคัดเลือก ผบ.ตร. ว่า นายกรัฐมนตรีได้เสนอรายชื่อรอง ผบ.ตร. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตาม มาตรา 78 (1) ต่อที่ประชุม ก.ตร. เพื่อให้ความเห็นชอบตาม มาตรา 23 (4) ซึ่งในระหว่างการพิจารณา ได้มีการอภิปรายและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้เสนอชื่ออย่างรอบด้าน
ในการลงมติครั้งนี้ มีกรรมการ ก.ตร. เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 16 ท่าน โดยรอง ผบ.ตร. ทั้ง 4 ท่านที่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อ ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับด้วยการเดินออกจากห้องประชุม ทำให้เหลือองค์ประชุมในการลงคะแนนทั้งหมด 12 ท่าน ซึ่งผลการลงมติออกมาเป็น เอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เสียง
ส่วนประเด็นข้อสงสัยเรื่องการพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีลำดับอาวุโสอยู่อันดับ 3 และอาจขัดกับ พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ. 2565 นั้น พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ ชี้แจงว่า กฎหมายเปิดทางให้นายกรัฐมนตรีใช้ดุลพินิจในการเสนอรายชื่อ โดยนำปัจจัยเรื่อง "ความอาวุโส" มาพิจารณา "ควบคู่กับความรู้ความสามารถ" โดยเฉพาะประสบการณ์งานสืบสวนสอบสวนและงานป้องกันปราบปราม ซึ่งนายกรัฐมนตรีและที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ
เมื่อถูกถามถึงความกังวลเรื่องการฟ้องร้องจากผู้เสียสิทธิ์ หรือรอยแตกร้าวในองค์กร พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ ระบุว่า ที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันในเรื่องความรักความสามัคคีของพี่น้องตำรวจอย่างชัดเจน เนื่องจากแคนดิเดตทั้ง 4 ท่าน ต้องมีผู้ที่ได้รับเลือกเพียง 1 ท่าน และอีก 3 ท่านที่ไม่ได้รับการแต่งตั้ง ทั้งนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการทุกคนต่างเชื่อมั่นว่าข้าราชการตำรวจจะยังคงรักสามัคคีและร่วมมือกันทำงานเพื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป โดยขอให้ทุกฝ่ายไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่องนี้
ทั้งนี้ พล.ต.อ. สำราญ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 34 และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 50 (นรต.50) เริ่มต้นชีวิตราชการในปี พ.ศ. 2540 ในตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สน.พระโขนง จากนั้นได้สร้างผลงานและไต่เต้าในสายงานสืบสวน ปราบปราม และหน่วยปฏิบัติการพิเศษอย่างต่อเนื่อง
โดยปี 2561 เป็น ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ,ปี 2563 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ปี 2564 ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), ปี 2565 ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และปี 2568 เป็น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
Advertisement