Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
อัยการ-ปส. เร่งสรุปสำนวนคดี หลอก "แอร์มีนา" หิ้วเฮโรอีนข้ามชาติ

อัยการ-ปส. เร่งสรุปสำนวนคดี หลอก "แอร์มีนา" หิ้วเฮโรอีนข้ามชาติ

9 ก.ย. 69
17:38 น.
แชร์

อัยการ-ปส. เร่งสรุปสำนวนแก๊งยานรกข้ามชาติ หลอก "แอร์มีนา" หิ้วเฮโรอีนซุกถุงลายช้าง จ่อส่งอัยการฟ้องทันที เดินหน้าล่า “Rose Rose” ตัวการหนีหมายจับ 

วันที่ 9 ก.ย. 69 ที่สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนบรมราชชนนี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เป็นประธานการประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ในคดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กรณีขยายผล คดี น.ส.มีนา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่ถูกจับกุมคดียาเสพติดในต่างประเทศมีผู้ร่วมขบวนการรับส่งมอบยาเสพติดรายสำคัญในประเทศไทย หลายราย 

ภายหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น นายวัชรินทร์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุในออสเตรเลีย ชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้เร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริงจนสามารถสนธิกำลังจับกุมผู้ต้องหาในประเทศไทยได้แล้ว 3 ราย คือ นายอุทัย,นายนันทวัฒน์ (ผู้ทำลายของกลาง) และนายเอกวิทย์ 

ส่วนตัวการสำคัญอีก 1 ราย คือ น.ส.จันทรา หรือ "rose rose" ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี รวมผู้ต้องหาในกลุ่มนี้ทั้งหมด 4 ราย 

ในส่วนของกระบวนการทางกฎหมาย เดิมที บช.ปส. ได้แยกดำเนินคดีออกเป็น 2 สำนวน เนื่องจากผู้ต้องหาบางรายไม่ได้ร่วมกระทำผิดในพฤติการณ์แรก และมีประเด็นเรื่องการทำลายของกลางของนายนันทวัฒน์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ภายหลังได้รวมสำนวนเป็นเรื่องเดียวกัน แล้วส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุด เนื่องจากพฤติการณ์ความผิดเกิดขึ้นทั้งในประเทศไทยและปลายทางประเทศออสเตรเลีย จึงเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร 

อัยการสูงสุดได้เห็นพ้องและสั่งการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมารับผิดชอบคดี โดยมอบหมายให้รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เป็นหัวหน้าคณะทำงาน โดยมีตนกำกับดูแล และมอบหมายให้ ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ โดยมีอัยการจากสำนักงานการสอบสวนเข้าร่วมสอบสวนด้วยตั้งแต่เริ่มต้น 

ซึ่งการสั่งให้เป็นคดีนอกราชอาณาจักรมีข้อดีสำคัญในทางกฎหมาย คือ ช่วยลดขั้นตอนความซับซ้อนของการสั่งคดี โดยอำนาจสั่งคดีจะเบ็ดเสร็จอยู่ที่อัยการสูงสุดเพียงท่านเดียว หากมีคำสั่งฟ้อง สำนักงานคดียาเสพติดจะนำคดีขึ้นสู่ศาลทันที ทำให้กระบวนการกระชับและรวดเร็วยิ่งขึ้น 

ปัจจุบันระยะเวลาการฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 3 รายที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ เหลือระยะเวลาฝากขังรวมอีกเพียง ประมาณ 15 วันเท่านั้น คณะทำงานจึงต้องเร่งสรุปสำนวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด โดยตั้งเป้าหมายทำสำนวนให้แล้วเสร็จขั้นเร็วที่สุดภายในวันที่ 11 ก.ย.นี้ หรือช้าที่สุดไม่เกินวันที่ 14 ก.ย.นี้ เพื่อเสนอตามลำดับชั้น ให้ทันพิจารณาสั่งฟ้องก่อนครบกำหนดฝากขัง ป้องกันไม่ให้ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหา 

สำหรับข้อหาหลักที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งแก่ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย มีทั้งสิ้น 4 ข้อหา ได้แก่ 1.สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด 2.ร่วมกันจำหน่ายและร่วมกันส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) เพื่อการค้าและส่งผลกระทบต่อความมั่นคง (จากการว่าจ้าง วาน น.ส.มีนา นำเฮโรอีนบรรจุถุงลายช้างไปส่งที่ออสเตรเลีย) 3.ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ  4.ร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ ทำลาย ซ่อนเร้น หรือทำให้สูญหายซึ่งพยานหลักฐาน (จากการนำเฮโรอีนไปทำลาย) 

จากการประชุมร่วมคณะทำงานได้มอบหมายภารกิจสำคัญ 2 ประเด็น คือ 1.สืบสวนหาตัวผู้รับยาปลายทาง โดยมอบหมายให้ บช.ปส. สืบสวนขยายผลเพิ่มเติมว่า “ใครคือคนที่มารับยาเสพติดจากแอร์มีนาที่ประเทศออสเตรเลีย” รวมถึงการตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยตามเบาะแส เช่น บุคคลที่ใช้ชื่อว่า "เดียร์" หรือชื่ออื่นๆ หากพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครเพิ่มเติม จะทำการแยกสำนวนเพื่อดำเนินคดีขยายผลต่อไป 2.แจ้งข้อหาพยายามกระทำความผิด กรณี น.ส.จิตรลดา พยานสำคัญ ซึ่งจากการสอบสวนพบพฤติการณ์อีกกรรมหนึ่ง คือ นส.จันทราเคยว่าจ้างนส.จิตรลดา ลูกสาวของแอร์โฮสเตสอีกคนหนึ่งให้หิ้วของเช่นกัน แต่นส.จิตรลดาไหวตัวทันและปฏิเสธไม่รับทำ พร้อมส่งมอบของคืนกลับไปที่จังหวัดอยุธยาก่อนที่จะมีการนำยาเสพติดไปทำลายทิ้ง 

คณะทำงานอัยการย้ำว่า น.ส.จิตรลดามีฐานะเป็นพยานที่สำคัญในคดี ไม่ใช่ผู้ต้องหา แต่พฤติการณ์ของผู้ต้องหาที่ไปใช้จ้างวาน นส.จิตรลดาเข้าข่ายกระทำความผิดแล้ว แต่ไม่บรรลุผล จึงมีมติให้แจ้งข้อหาร่วมกันพยายามส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เพิ่มเติมแก่กลุ่มผู้ต้องหาด้วย“ 

ในส่วนของการประสานข้อมูลกับต่างประเทศ ทางการไทยได้รับการอนุเคราะห์ข้อมูลบางส่วนที่เป็นประโยชน์จากออสเตรเลียแล้ว ผ่านช่องทาง ผบช.ปส. เช่น ผลการตรวจพิสูจน์ยาเสพติด และรายละเอียดเกี่ยวกับตัวของนส.มีนา ซึ่งได้นำเข้าประกอบในสำนวนเรียบร้อยแล้ว ส่วนกรณีสิทธิการดำเนินคดีกับนส.มีนา เนื่องจากแต่ละประเทศมีอำนาจอธิปไตยและเขตอำนาจศาลเป็นของตนเอง การดำเนินคดีในปัจจุบันจึงเป็นอำนาจของศาลเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แต่หากในอนาคตทางการออสเตรเลียสั่งไม่ฟ้องและปล่อยตัวกลับมา ประเทศไทยในฐานะเจ้าของคดีหลักนอกราชอาณาจักร สามารถนำตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของไทย เพื่อพิจารณาความผิดตามกฎหมายไทยได้ทันที เทียบเคียงกรณีคดีของ ”น้องเทียน“ ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น 

สำหรับแผนการปฏิบัติงานจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ โดยคณะพนักงานสอบสวน บช.ปส. พร้อมด้วยอัยการจากสำนักงานการสอบสวน จะเดินทางเข้าไปยังเรือนจำเพื่อดำเนินการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม กรณีพยายามส่งออกฯ ในส่วนของนส.จิตรลดา แก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย โดยจะนำทนายความเข้าร่วมรับฟังการแจ้งข้อหาด้วย เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงตามที่กฎหมายบังคับไว้ 

พร้อมกันนี้ทางการได้ฝากเตือนไปยังประชาชนและผู้ประกอบอาชีพรับจ้างหิ้วของข้ามประเทศ ให้เพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบสิ่งของอย่างรอบคอบ เนื่องจากกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติตั้งใจใช้ผู้รับจ้างหิ้วของเป็นเครื่องมือในการลำเลียงยาเสพติดไปยังต่างประเทศอยู่ตลอดเวลา

 

Advertisement

แชร์
อัยการ-ปส. เร่งสรุปสำนวนคดี หลอก "แอร์มีนา" หิ้วเฮโรอีนข้ามชาติ