
เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น.ที่สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ นางสายฝน เสียงหวาน หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านประมง ,นายมลากูล ฉายแสง นักวิชาการประมงชำนาญการ สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้นำปลาหมอคางดำ เพศเมีย น้ำหนัก 120 กรัม ความยาว 18 ซม. เพศผู้ น้ำหนัก 110 กรัม ความยาว 17.5 ซม. ซึ่งได้รับมาจาก นายประวัติ พละสุข ชาวประมง บ้านหนองสรวง ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี ที่ถูกระบุว่าจับได้อยู่ในเขื่อนลำปาว ในเขตตำบลหนองสรวง อ.หนองกุงศรี จากการเก็บตุ้มในช่วงเช้าในบริเวณดังกล่าว
โดยนายมลากูล ฉายแสง ผู้เชี่ยวชาญฯ ได้ทำการผ่าท้องปลาหมอคางดำทั้งสองตัว พบว่าใน เพศเมีย เจ้าหน้าที่พบว่าภายในท้องมีไข่มากกว่า 200 ฟอง ส่วนเพศผู้ไม่พบไข่ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง นักวิชาการฯ ให้เหตุผลว่า การที่พบปลาเพศผู้เพศเมีย อยู่ด้วยกันเหมือนกับการเตรียมที่จะทำการออกไข่ โดยตัวผู้จะมีหน้าที่อมไข่ไว้ที่ปลา หลังจากที่ตัวเมียได้ปล่อยไข่ออกมา พฤติกรรมเช่นนี้คาดว่าหากไม่ถูกจับโดยชาวประมงจะทำให้ไข่จำนวนนี้แพร่พันธุ์ออกไป
ด้าน นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า การพบปลาหมอคดดำ ถือเป็นครั้งที่ 2 โดยในครั้งแรกพบจำนวน 1 ตัว ห่าง 10 วัน ก็พบอีก 2 ตัว คือสองตัวนี้ สิ่งที่น่าสังเกตเกี่ยวกับพฤติกรรมสัตว์เป็นไปไม่ได้ที่ปลาหมอคางดำ จะเดินทางมาถึงเขื่อนลำปาวด้วยตัวเอง เพราะแหล่งที่พบจะอยู่ทางภาคกลาง ภาคตะวันออก ที่ชอบน้ำกร่อย
อีกทั้งพฤติกรรมจะอยู่แบบรวมกันเป็นกลุ่ม การเดินทางมาครั้งนี้คาดว่าจะเป็นฝีมือของมนุษย์ เพราะหากมองว่าเป็นการติดมากับลูกปลานิลที่มีการเพาะเลี้ยงนั้น ขั้นตอนจะมีความรัดกุมและปลานิลก็เป็นปลาที่เป็นหมันแต่ที่พบปลาหมอคางดำ ก็เป็นปลาที่สามารถแพร่พันธุ์ได้ หลักฐานปรากฏตามที่เจ้าหน้าที่ได้ผ่าออกมา
“กรณีนี้ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง จึงได้รายงานไปยังกรมประมง ที่ในเบื้องต้น นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้กำชับให้ฝ่ายปกครอง และท้องถิ่นอำเภอ รวมถึงผู้นำชุมชน ได้เข้าร่วมปราบปลาหมอคางดำ โดยในวันที่ 12 กันยายน 2569 จะมีการปฏิบัติการปูพรม ในจุดที่พบ คือ ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี นอกจากนี้ ก็จะมีการติดตามไปตามจุดต่างๆในเขื่อนลำปาว และเส้นทางน้ำ รวมทั้งตามแหล่งน้ำ ด้วยการรณรงค์ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสและทำการจับทำลายในทันที”
นายบุญธง กล่าวต่อว่า สถานการณ์ในขณะนี้เชื่อว่าจะยังสามารถควบคุมได้ เนื่องจากการขยายพันธุ์ปลาหมอคางดำ ต้องใช้เวลาในการเติบโตถึง 6 เดือน อีกทั้ง เขื่อนลำปาว เป็นเขื่อนน้ำจืด แต่ปลาหมอคางดำ ชอบน้ำกร่อย การเจริญเติบโตจึงเป็นไปได้อยากกว่าจะมีการปรับตัว หากชาวประมงและชาวบ้านที่พบในลักษณะนี้ ก็ขอให้แจ้งมายังสำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกแต่ขอให้เฝ้าระวังร่วมกัน
Advertisement