
วันที่ 22 ก.ค. 69 ที่จ.สมุทรปราการ นายรัฐ (นามสมมติ) อายุ 44 ปี สัญชาติกัมพูชา พนักงานของโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.แพรกษา อ.เมืองฯ จ.สมุทรปราการ ร้องเรียนผู้สื่อข่าว โดยโชว์แอปพลิเคชันการทำธุรกรรม เบิก-ถอน และยอดเงินคงเหลือในบัญชีของธนาคาให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง
โดยอ้างว่า เมื่อวานเวลาประมาณ 22.00 น.วันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังเลิก O.T. ตนได้ไปกินข้าวกับเพื่อน ที่ร้านในซอยบ่อดินย่านถนนแพรกษา ยอมรับดื่มเบียร์ไปเกือบ 2 ขวด หลังแยกย้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อกลับบ้านพักที่ ซอยฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ ขณะที่ขี่รถถึงช่วงบริเวณหน้าตลาดศิวะ ได้พบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 2 นาย ขี่รถจักรยานยนต์มาประกบข้าง และเรียกให้จอด
หนึ่งในนั้นคาดว่าน่าจะเป็นอาสาสมัครตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นาย ได้ลงมาตรวจค้นตัว และถามว่าเสพสารเสพติด หรือดื่มสุรามาหรือไม่ ตนยอมรับว่าได้ดื่มเบียร์มา จากนั้นเจ้าหน้าที่ฯ จึงมาขี่รถจักรยานยนต์ของตนแทน และให้ตนนั่งซ้อนท้าย พาไปยัง สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด ผลปรากฏวัดได้ 60 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินไป 10 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้พาตนเดินทางไปยัง ป้อม กม.30 ถนนสุขุมวิท ซึ่งห่างจาก สภ.เมืองฯ ไปประมาณ 5 กิโลเมตร ได้พาเข้าไปในป้อม และพูดลักษณะบอกว่า ถ้าไม่อยากถูกดำเนินคดี ตนต้องจ่ายเงินให้จำนวนเงิน 8,000 บาท ตนตอบว่ามีเงินไม่ถึงตามที่เรียก เจ้าหน้าที่จึงบอกว่างั้นก็จ่ายมา 6,000 บาท ถ้าไม่ให้ จะดำเนินคดีและผลักดันออกนอกประเทศ ทำให้ตนเกิดความกลัว ขอโทรศัพท์หาเพื่อนที่เป็นคนไทยเข้ามาเจรจาต่อรองกับเจ้าหน้าที่ จึงยอมลดให้เหลือ 4,000 บาท ซึ่งตนมีเงินอยู่ในบัญชีเพียง 3,292.85 บาท ต้องขอยืมเงินเพื่อนคนไทย 1,000 บาท รวมเป็น 4,292.85 บาท เพื่อถอน และจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ 2 นายนี้เป็นจำนวน 4,000 บาท คงเหลือเงินในบัญชีเพียง 292.85 บาท
ก่อนปล่อยตัวได้ขอตรวจโทรศัพท์มือถือของตนกับเพื่อนว่ามีการถ่ายภาพ หรือบันทึกอะไรไว้หรือไม่ และเช้าวันนี้ตนต้องถอนเงินออกมาไว้ใช้อีก 200 บาท คงเหลือค้างในบัญชี 92.85 บาท จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ตนเดือดร้อนมาก คงต้องขอยืมเงินเพื่อนใช้ประทังชีวิตก่อน เพราะเงินเดือนใหม่จะออกในวันที่ 1 ส.ค. 69
จึงฝากเป็นอุทาหรณ์สำหรับนักดื่ม ถ้ารู้ตัวว่าดื่มอย่าขับ ให้นั่งรถแท็กซี่ดีกว่า จ่ายเพียงไม่กี่ร้อยบาท มิฉะนั้น “อาจต้องโดนรีดทรัพย์เหมือนกับตน”
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปสอบถามที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ถึงข้อเท็จจริง แต่ได้รับแจ้งว่าติดประชุม ไม่สะดวกให้ข้อมูล
Advertisement