
วันที่ 21 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งมีผู้ป่วยเกิดอาการภาวะเป็นพิษอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียนอย่างหนัก ท้องเสีย และมีอาการเวียนศีรษะ ร่างกายอ่อนแรงพร้อมกันหลายราย ภายในบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 12 บ้านหัวช้าง ตำบลเมืองแก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ โดยทั้งหมดได้ถูกนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลสตึก และถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เนื่องจากอาการสาหัส
สอบถามนางสาวกรนิกา แก้วหนองฮี อายุ 43 ปี เล่าว่า ช่วงเช้าของวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา พ่อกับแม่และคนในบ้านได้ชักชวนกันออกไปหาเก็บเห็ดป่า อีกหมู่บ้านหนึ่งโดยได้เห็ดมาเต็มตะกร้า หลังจากนั้นได้นำเห็ดป่ามาปรุงเป็นอาหารเย็น มีทั้งเมนูแกงเห็ดหม้อใหญ่ และหมกเห็ด หลังจากนั้นได้นั่งล้อมวงรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน 7 คนอย่างเอร็ดอร่อย โดยตนเองกินไปเพียงเล็กน้อย เนื่องจากรสชาติไม่ถูกปาก จนช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 18 ก.ค.ตนเริ่มมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อแตก และคนในบ้านเริ่มมีอาการคล้ายกัน จึงรู้ทันทีว่าน่าจะเกิดอาการมาจากการกินเห็ดพิษ จึงรีบพากันมาโรงพยาบาลสตึก ซึ่งตนเองแพทย์ได้นอนสังเกตอาการอยู่ที่โรงพยาบาลสตึก แต่พ่อ แม่ และญาติ รวม 6 คน ถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เนื่องจากอาการสาหัส ซึ่งวันนี้แพทย์ได้ให้เก็บตัวอย่างของเห็ดพิษไปให้ดู เพื่อที่จะได้ตรวจวิเคราะห์วินิจฉัยอาการได้อย่างถูกต้อง ยอมรับว่าตอนนี้ไม่กล้ากินเห็ดอีกแล้ว
นางสาวกรนิกา ยังกล่าวต่อไปว่า ระหว่างเก็บเห็ด ได้มีชาวบ้านมาเห็นและได้เอ่ยปากเตือนด้วยความหวังดีแล้วว่า เห็ดชนิดนี้ลักษณะคล้ายเห็ดพิษ มีอันตรายสูง ห้ามเก็บไปปรุงอาหารโดยเด็ดขาด แต่พวกตนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเห็ดที่รับประทานได้ตามปกติ จึงนำกลับมาประกอบอาหารจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์สลดขึ้น
ด้านนางละมัย อิ่มจิตร อายุ 58 ปี เพื่อนบ้านเล่าว่า เห็นกลุ่มผู้ป่วยนำเห็ดป่าที่เก็บได้มานั่งล้างทำความสะอาดอยู่หน้าบ้าน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นเห็ดพิษ
ทั้งนี้แพทย์เตือนว่าหากไม่แน่ใจชนิดของเห็ดป่า "ห้ามเก็บ ห้ามชิม และห้ามรับประทานเด็ดขาด" เนื่องจากเห็ดพิษหลายชนิดมีลักษณะคล้ายคลึงกับเห็ดที่ทานได้มาก หากพบผู้ได้รับพิษจากเห็ด ให้รีบทำให้ผู้ป่วยอาเจียนออกมาเบื้องต้น (หากยังรู้สึกตัวดี) และนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที พร้อมทั้งนำตัวอย่างเห็ดที่เหลือไปให้แพทย์ตรวจวิเคราะห์ด้วย
Advertisement